"เจ้าว่าอย่างไรนะ? ใครเป็นคนนำรายงานบัญชีรายรับรายจ่ายของเรือนชั้นในออกไปให้คนนอก?"
เสียงของข้าเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยความเย็นเยียบที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงหลักเงียบกริบจนได้ยินแม้แต่เสียงเข็มตก บ่าวรับใช้ในจวนกว่ายี่สิบชีวิตคุกเข่าเรียงรายอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าของแต่ละคนเผือดซีดราวกับศพไร้วิญญาณ
ข้า—หลินเยว่—นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์หอม จิบชาอุ่นๆ ที่เพิ่งชงเสร็จด้วยกิริยาเชื่องช้า สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วบริเวณราวกับกำลังล่าเหยื่อ
"ข้าถาม... แล้วทำไมถึงไม่มีใครตอบ?"
"คุณหนู... บ่าว... บ่าวไม่ทราบจริงๆ เจ้าค่ะ" สาวใช้คนสนิทที่เคยรับใช้ข้ามาตั้งแต่อดีตชาติ—นางคือ 'ชุนเถา' ผู้ซึ่งเป็นหนอนบ่อนไส้ที่ข้าฝังไว้ในความทรงจำอันขมขื่น—นางก้มหน้าสั่นเทา พยายามซ่อนแววตาหวาดหวั่นไม่ให้ข้าเห็น
ข้าหัวเราะในลำคอเบาๆ วางถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดัง 'เคร้ง' ราวกับเสียงตัดสินโทษประหารชีวิต
"ชุนเถา เจ้าจำได้หรือไม่ว่าข้าเคยสอนเจ้าอย่างไร" ข้าลุกขึ้นยืน ก้าวเท้าเข้าไปหานางช้าๆ รองเท้าผ้าไหมปักลวดลายหงส์เหยียบย่ำลงบนพื้นไม้จนเกิดเสียงจังหวะที่บีบคั้นหัวใจคนฟัง "คนในจวนนี้ ข้าเลี้ยงดูด้วยข้าวปลาอาหารชั้นเลิศ ให้เกียรติเสมือนคนในครอบครัว แต่ใครที่กล้าเอาเลือดเนื้อของข้าไปถวายให้ศัตรู... ผู้นั้นย่อมไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเห็นตะวันในวันพรุ่งนี้"
"คุณหนูพูดเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ? บ่าวไม่เข้าใจ..." ชุนเถาเงยหน้าขึ้นมาพยายามใช้ดวงตาที่เอ่อคลอด้วยน้ำตาเรียกร้องความสงสาร
ข้าไม่รอช้า ใช้มือเชยคางนางขึ้นมาแล้วโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหู "เจ้าคิดว่าความลับที่เจ้าเอาไปขายให้หลินเฟยเฟยนั้น เป็นเรื่องไร้ค่าหรือ? ไม่เลย... ข้ารู้เห็นทุกอย่างตั้งแต่วันที่เจ้าแอบส่งจดหมายผ่านช่องทางลับหลังสวน แต่ที่ข้านิ่งเฉยมาตลอด ก็เพื่อรอเวลา... เวลานี้ไงล่ะ"
ข้าปล่อยมือนางแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะ ก่อนจะหยิบม้วนกระดาษที่ถูกประทับตราลับออกมาโยนใส่หน้าพวกบ่าวไพร่ กองเอกสารนั้นกระจายเกลื่อนพื้น เผยให้เห็นลายมือที่คุ้นตาของชุนเถาที่เขียนรายงานความเคลื่อนไหวของข้าอย่างละเอียด
"หลักฐานมัดตัวแน่นหนาขนาดนี้ ยังต้องการคำสารภาพจากปากเจ้าอยู่อีกหรือ?"
เสียงอึกทึกดังขึ้นทันที บ่าวคนอื่นๆ เริ่มตื่นตระหนก บ้างก็ก้มกราบกรานขอชีวิต บ้างก็พยายามแก้ตัว แต่ข้าเพียงแค่โบกมือให้องครักษ์เงาที่เฉินอ๋องส่งมาให้จัดการปิดล้อมทางออกเอาไว้
"คนทรยศ คือวัชพืชที่ต้องถอนรากถอนโคน" ข้ากล่าวเสียงเย็น "นำตัวชุนเถาไปที่เรือนเก็บฟืน กักบริเวณไว้จนกว่าข้าจะตัดสินใจได้ว่าควรส่งตัวนางไปให้ทางการฐานจารกรรมข้อมูลจวนขุนนาง หรือจะให้คนของข้าจัดการ 'สั่งสอน' ด้วยวิธีของข้าเอง"
"คุณหนู! ได้โปรดเมตตาด้วยเถิดเจ้าคะ! คุณหนูเฟยเฟยบอกว่าถ้าทำแบบนี้ ข้าจะได้รับเงินก้อนโตและถูกไถ่ตัวเป็นอิสระ!" ชุนเถาแผดเสียงร้องโหยหวนขณะถูกลากออกไป
ข้ามองตามหลังนางด้วยสายตาว่างเปล่า ความสงสาร? ความเห็นใจ? สิ่งเหล่านั้นตายไปพร้อมกับตัวข้าในชาติที่แล้วหมดสิ้นแล้ว การทรยศในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเงินทอง แต่มันคือแผนการที่เฟยเฟยพยายามใช้เพื่อใส่ร้ายข้าว่าแอบขายความลับของจวนให้ต่างแคว้น หากข้าไม่ลงมือจัดการเสียแต่วันนี้ หายนะคงตกอยู่ที่หัวของข้าแทน
"จัดการส่วนที่เหลือด้วย" ข้าหันไปสั่งองครักษ์ "ใครที่สมรู้ร่วมคิด จับแยกออกไปสอบสวนให้หมด ข้าต้องการชื่อทุกคนที่เกี่ยวข้องกับหลินเฟยเฟยและจ้าวหมิง"
เมื่อห้องโถงกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ข้าทรุดตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรง บรรยากาศภายในจวนดูวังเวงขึ้นถนัดตา จิตใจของข้าหนักอึ้ง แต่ทว่ากลับรู้สึกปลอดโปร่งขึ้นอย่างประหลาด
ทว่า ในขณะที่ข้ากำลังจะก้าวขึ้นเรือนพัก กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาที่คุ้นเคยกลับลอยมาแตะจมูก ข้าชะงักฝีเท้า เงยหน้ามองบุรุษร่างสูงโปร่งในชุดสีนิลที่ยืนพิงเสาเรือนอยู่ตรงมุมมืด
"วิธีจัดการของเจ้า... ยังคง 'เด็ดขาด' ไม่เปลี่ยนเลยนะ หลินเยว่" เสียงทุ้มต่ำของมู่หรงเฟยดังขึ้น เขาเดินออกมาจากเงามืด ดวงตาคมกริบของเฉินอ๋องจ้องมองข้าด้วยความพึงพอใจที่ปิดไม่มิด
"ท่านมาที่นี่ทำไม? หรือจะมาสมน้ำหน้าข้าที่คนสนิทหักหลัง?" ข้าตอบกลับอย่างไม่ลดละท่าที
"เปล่า... ข้าแค่มาเตือน" เขาเดินเข้ามาใกล้จนข้ารู้สึกได้ถึงไอความร้อนจากตัวเขา มือหนาเอื้อมมาเชยปลายคางข้าให้เงยขึ้นสบตา "หลินเฟยเฟยไม่ได้มีแค่ชุนเถาเป็นหมากหรอกนะ... ดูเหมือนว่าตอนนี้ นางจะเริ่มเดินเกมที่อันตรายกว่าเดิมแล้ว"
"หมายความว่าอย่างไร?" ข้าถามเสียงเครือ
เฉินอ๋องหยิบป้ายหยกประจำตัวกษัตริย์ออกมาวางไว้บนฝ่ามือข้า ดวงตาของเขาฉายแววอันตราย "นางกำลังเตรียมหลักฐานเท็จชุดใหม่ เพื่อจะลากตัวเจ้าเข้าคุกหลวงภายในสามวัน... และคราวนี้ นางไม่ได้ทำคนเดียว แต่นางดึงเอา 'จ้าวหมิง' เข้ามาร่วมด้วย ในฐานะพยานสำคัญที่จะชี้ตัวเจ้าว่าสมคบคิดกับกบฏ"
มือของข้าสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความแค้นที่มันปะทุขึ้นมาจนแทบจะควบคุมไม่อยู่
"หลินเฟยเฟย... เจ้าคิดจะทำลายข้าให้ย่อยยับถึงเพียงนี้เลยหรือ" ข้าพึมพำ ก่อนจะหันไปสบตาเฉินอ๋อง "ท่านช่วยข้าทำไม? หรือท่านเองก็ต้องการอะไรบางอย่างจากข้า?"
มู่หรงเฟยยิ้มมุมปาก นิ้วมือเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าข้าเบาๆ "ข้าไม่ได้ต้องการอะไรนอกจาก 'ความบันเทิง' ที่จะได้เห็นเจ้าโต้กลับพวกมัน... และบางที อาจจะเป็นหัวใจของเจ้าด้วย"
ก่อนที่ข้าจะทันได้ตอบโต้ เสียงฝีเท้าของบ่าวรับใช้ที่ตื่นตระหนกก็วิ่งเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน
"คุณหนูเจ้าคะ! แย่แล้วเจ้าค่ะ! กองทหารจากวังหลวงนำโดยจ้าวหมิงบุกมาที่หน้าจวน อ้างว่าได้รับพระราชโองการให้มาควบคุมตัวคุณหนูไปสอบสวนเรื่องการขายความลับแคว้นเจ้าค่ะ!"
ข้าหันไปมองหน้ามู่หรงเฟยที่ยังคงยิ้มเย็นเยือกอยู่ตรงหน้า ในมือของข้าบีบป้ายหยกนั้นแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
สงครามที่แท้จริง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในวินาทีนี้นี่เอง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับการทวงคืนความแค้นในครั้งนี้นะคะ!
หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ•ตอนที่ 17
กวาดล้างคนทรยศในจวน
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!