หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ•ตอนที่ 24

ตัดแขนขาศัตรู

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
“ท่านจ้าวหมิงคะ... หากบัญชีการเงินที่ท่านนำไปยื่นค้ำประกันกับธนาคารหลวง ปรากฏชื่อของ ‘หอการค้าหงส์เหิน’ เป็นผู้ถือครองหนี้ก้อนโตขึ้นมา ท่านคิดว่าวันพรุ่งนี้ ใบอนุญาตผูกขาดการค้าเกลือในเขตหัวเมืองเหนือจะยังอยู่กับท่านหรือไม่?” เสียงเรียบเรื่อยดั่งสายน้ำนิ่งของหลินเยว่ดังขึ้นกลางโถงประชุมหรูหรา บรรยากาศภายในห้องที่ควรจะอบอวลด้วยกลิ่นกำยานราคาแพงกลับกลายเป็นเย็นเยียบจนได้ยินเสียงลมหายใจติดขัดของจ้าวหมิง เขาพุ่งสายตาคมกริบมาที่สตรีตรงหน้า มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยขณะกำกระดาษตราประทับในมือแน่น “เจ้าพูดเรื่องอะไรหลินเยว่! อย่ามาข่มขู่ข้าด้วยเรื่องไร้สาระ หอการค้าหงส์เหินเป็นเพียงธุรกิจที่ใกล้ล้มละลาย จะเอาปัญญาที่ไหนมาซื้อหนี้สินของข้า!” หลินเยว่ขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับแฝงไปด้วยรัศมีสังหารที่ทำให้ผู้คนในห้องต้องก้มหน้าหลบสายตา เธอวางพัดจีบลงบนโต๊ะไม้หอมอย่างแช่มช้า ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย “คนใกล้ล้มละลายหรือคะ?” เธอแค่นหัวเราะในลำคอ “ในขณะที่ท่านมัวแต่หลงระเริงกับอำนาจที่ได้มาจากการขายศักดิ์ศรีตัวเอง ข้าใช้เวลาสามเดือนที่ผ่านมา กว้านซื้อหนี้เสียจากโรงรับจำนำทั่วอาณาจักร รวมไปถึงบันทึกการส่งส่วยที่ไม่เคยถึงพระคลังหลวง... ท่านคิดว่าข้อมูลพวกนี้ หากวางอยู่บนโต๊ะทำงานของฝ่าบาทเพียงคืนเดียว ชีวิตของท่านจะยังมีค่าเท่ากับฝุ่นผงหรือไม่?” จ้าวหมิงหน้าถอดสี เขาผุดลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ล้มระเนระนาด ดวงตาจ้องมองหญิงสาวที่เขาเคยเขี่ยทิ้งราวกับขยะ ด้วยความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด “เจ้า... เจ้านั่นเองที่เป็นคนอยู่เบื้องหลังความปั่นป่วนในตลาดหลัก!” “ไม่ใช่แค่ความปั่นป่วนค่ะ” เสียงของเฉินอ๋องที่นั่งจิบชาอยู่มุมมืดของห้องแทรกขึ้นมา เขาขยับตัวเผยให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความบันเทิงใจ “แต่คือการตัดแขนขาของท่านทีละข้าง จนกว่าท่านจะไม่มีแม้แต่กระดูกเหลือให้คลานกลับไปกราบเท้าใครได้อีก” หลินเยว่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอเดินเฉียดผ่านจ้าวหมิง กลิ่นหอมจางๆ จากกายของเธอทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกกลืนกินด้วยเปลวเพลิง เธอหยุดกะทันหันก่อนจะกระซิบที่ข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่บาดลึก “ของที่ได้มาด้วยการทรยศหักหลัง ในที่สุด... ก็ต้องถูกทวงคืนด้วยดอกเบี้ยที่สาสมนะคะ ท่านจ้าว” จ้าวหมิงกัดฟันแน่น เขารู้ดีว่าหากวันนี้เขาสูญเสียสัมปทานเกลือไป เขาก็ไม่ต่างอะไรกับสุนัขข้างถนนที่รอวันตาย แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะตะโกนเรียกองครักษ์ ประตูโถงใหญ่ก็ถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของสตรีผู้หนึ่งที่ใบหน้าถอดแบบมาจากหลินเยว่... หลินเฟยเฟย “พี่หญิง! อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ!” เสียงหวานหูที่แสร้งบีบคั้นหยดน้ำตาออกมาจนดูน่าสงสารเรียกความสนใจของทุกคนในห้อง หลินเฟยเฟยวิ่งเข้ามาคว้าแขนเสื้อของจ้าวหมิงไว้แน่นราวกับคนรักที่พร้อมจะร่วมเป็นร่วมตาย “พี่จ้าวไม่ได้ตั้งใจ เขาทำไปเพราะต้องการสร้างฐานะให้เราสองคน ท่านมีใจแคบเกินไปหรือไม่ที่ต้องการจะทำลายชีวิตคนอื่นเพียงเพราะความแค้นส่วนตัว!” หลินเยว่หยุดนิ่ง สายตาเธอมองไปยังสตรีที่พยายามสวมบทบาทนางเอกผู้แสนดีด้วยความสมเพช เธอไม่ได้โกรธ แต่กลับรู้สึกขบขันจนแทบอยากจะหลุดหัวเราะออกมา “ฐานะหรือคะ?” หลินเยว่หันกลับมาประจันหน้ากับน้องสาวร่วมสายเลือด “เงินที่เจ้าใช้ซื้ออาภรณ์ผืนละพันตำลึง เงินที่จ้าวหมิงใช้หล่อเลี้ยงบารมีจนถึงวันนี้ ล้วนเป็นหยาดเหงื่อและเล่ห์เหลี่ยมที่เขากอบโกยจากธุรกิจของตระกูลหลินที่ถูกชิงไป... เฟยเฟย เจ้าช่างเป็นน้องสาวที่น่ารักเสียจริง รักคนทรยศจนลืมไปแล้วใช่หรือไม่ว่าเลือดในกายเจ้า ก็คือเลือดที่เขาสูบกินจากคนในครอบครัวของเรา” ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ หลินเฟยเฟยหน้าซีดเผือด นางเตรียมคำพูดไว้มากมายเพื่อเรียกความเห็นใจ แต่ดูเหมือนว่าภายใต้สายตาที่ดั่งคมมีดของหลินเยว่ ทุกคำพูดกลับดูไร้ความหมาย “วันนี้ที่ข้ามา ไม่ใช่เพื่อสนทนากับพวกเจ้า แต่เพื่อประกาศจุดจบ” หลินเยว่หยิบจดหมายตราประทับสีแดงสดขึ้นมาชูให้เห็นชัดๆ “นี่คือคำสั่งจากสำนักตรวจสอบการคลัง ทรัพย์สินทั้งหมดของจ้าวหมิงในฐานะผู้ดูแลสัมปทานถูกอายัดไว้ชั่วคราว จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าหนี้เสียที่ข้าถืออยู่คือความจริง” จ้าวหมิงเบิกตากว้าง เขาพุ่งเข้ามาหมายจะแย่งจดหมายนั้น แต่เฉินอ๋องกลับวางถ้วยชาลงบนโต๊ะด้วยแรงมหาศาลจนโต๊ะไม้เนื้อแข็งร้าวไปทั้งแถบ เพียงแค่นั้นเขาก็หยุดชะงักด้วยความสะพรึงกลัวต่อพลังที่ซ่อนเร้นของบุรุษผู้นี้ “ถ้าข้าเป็นท่าน ข้าจะเลิกคิดสู้ แล้วรีบไปหาทางแก้ตัวต่อหน้าฝ่าบาทดีกว่านะคะ” หลินเยว่กล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “อ้อ... เกือบลืมไป อีกไม่กี่นาทีจะมีเจ้าหน้าที่จากกรมอาญามาเชิญตัวท่านไปสอบสวนเรื่องการยักยอกเงินหลวง ดูเหมือนว่า ‘หลักฐาน’ ที่ข้าส่งให้พวกเขา จะหนักแน่นกว่าที่ท่านคาดไว้นะคะ” จ้าวหมิงทรุดตัวลงกับพื้น ราวกับโลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้า ในขณะที่หลินเฟยเฟยพยายามประคองเขาด้วยความตื่นตระหนก ทว่าในจังหวะที่ความวุ่นวายกำลังถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าของทหารนับร้อยก็ดังก้องขึ้นจากภายนอกล้อมหอประชุมนี้ไว้จนมิด หลินเยว่หมุนตัวเตรียมจะเดินออกไป ทว่าทันใดนั้น ประตูห้องประชุมก็ถูกกระชากเปิดออกโดยบุรุษในชุดเกราะสีเงินวาววับ เขาไม่ใช่เจ้าหน้าที่จากกรมอาญาตามที่นางคาดหมาย แต่เป็น ‘ท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแดนใต้’ ผู้ที่ควรจะประจำการอยู่ห่างออกไปนับพันลี้ เขาก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าหลินเยว่ สายตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อนที่นางอ่านไม่ออก “หลินเยว่... คำสั่งจับกุมตัวท่านในข้อหา ‘กบฏต่อแผ่นดิน’ มาถึงแล้ว” จ้าวหมิงที่กำลังหมดอาลัยตายอยากเงยหน้าขึ้นมอง แล้วหลุดหัวเราะออกมาอย่างคลุ้มคลั่ง “กบฏ! ฮ่าๆๆ! นังสารเลว! สุดท้ายเจ้าก็พายเรือมาเจอตอจนได้!” หลินเยว่ไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย นางเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ มองชายในชุดเกราะด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะแค่นยิ้มที่ดูราวกับปีศาจ “กบฏงั้นหรือคะ? งั้นข้าคงต้องถามท่านแม่ทัพให้แน่ใจแล้วว่า... ใครกันแน่ที่เป็นคนถือ ‘จดหมายสั่งการ’ ใบนี้มา!” หงส์เพลิงตัวนี้ยังคงสง่างามแม้ในยามที่กรงขังกำลังจะปิดตาย หากใครหวังจะดึงนางลงจากบัลลังก์แห่งความแค้น ผู้นั้นก็ต้องเตรียมตัวรับผลกรรมที่สาสมยิ่งกว่าเดิมนะคะ หวังว่าตอนที่ 24 นี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นจนวางไม่ลงนะคะ หงส์เพลิงหวนคืนจะพาทุกคนไปพบกับความสะใจที่หนักหน่วงยิ่งกว่านี้ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เพลิงหวนคืน: บัญชีแค้นต้องชำระ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%