ปฐมบทวิถีไร้ลักษณ์: ทลายน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 16

ฝึกปราณประสานจิต

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"หากข้ายังคงยึดติดกับความเย็นชาเพื่อปกป้องตนเอง เช่นนั้นแล้ว... การมีชีวิตอยู่ท่ามกลางยอดเขาหิมะนิรันดร์นี้ จะต่างอันใดกับวิญญาณที่ตายไปแล้วเล่า" น้ำเสียงของมู่หรงเซวี่ยแผ่วเบาดั่งเกล็ดหิมะที่ร่วงหล่น ทว่าก้องกังวานล้ำลึกอยู่ในห้วงจิตวิญญาณของฉินเฟยหลง ภายในถ้ำศิลาจารึกโบราณ ไอหมอกสีขาวจัดและละอองปราณสีทองแดงลอยวนเวียนประหนึ่งมังกรและหงส์กำลังหยอกล้อกันในห้วงมหรรณพ พวกเขาทั้งสองนั่งขัดสมาธิเผชิญหน้ากันระยะประชิด ฝ่ามือเรียวบางดั่งหยกขาวของนางแนบสนิทเข้ากับฝ่ามือหนาหยาบกร้านอันเกิดจากการร่ำเรียนวิถีกระบี่มาค่อนชีวิตของเขา ฉินเฟยหลงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นกระแสความร้อนระอุที่พวยพุ่งขึ้นมาจากตัน田 (ตันเถียน) ปราณหยินบริสุทธิ์ของมู่หรงเซวี่ยไหลทะลักเข้าสู่ชีพจรของเขาดั่งธารน้ำแข็งพันปีที่ถูกหลอมละลายด้วยเพลิงสุริยัน ในขณะเดียวกัน ปราณหยางอันเกรียงไกรและดุดันของเขาก็แผ่ซ่านเข้าสู่อุ้งชีพจรของนางเพื่อขับไล่ความหนาวเหน็บที่กัดกินร่างกายนางมาเนิ่นนาน การฝึกวิชาคู่ "ประสานจิตพิชิตฟ้า" มิใช่เพียงการถ่ายเทพลังลมปราณเพื่อยกระดับขอบเขต หากแต่เป็นการหลอมรวมจิตวิญญาณ สองชีวิตที่เคยโดดเดี่ยวอ้างว้าง บัดนี้ต้องเปิดประตูบานสุดท้ายในใจให้แก่กันและกัน ยอมรับทั้งความอ่อนแอและความมืดmıมของอีกฝ่ายโดยปราศจากข้อกังขา "เซวี่ยเอ๋อร์... ผ่อนคลายจิตใจลง อย่าฝืนต้านทานกระแสลมปราณที่สะท้อนกลับ" ฉินเฟยหลงกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวล ดวงตาคมกราบจ้องมองใบหน้าอันงดงามล่มเมืองที่บัดนี้ปรากฏหยาดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากมน มู่หรงเซวี่ยเม้มริมฝีปากแน่น เปลือกตาที่ปิดลงสั่นระริกเล็กน้อย นางมิเคยยินยอมให้ผู้ใดเข้าใกล้ขอบเขตจิตใจอันเปราะบางเช่นนี้มากตลอดชีวิตแห่งการเป็นเซียน แต่วินาทีนี้ นางกลับเลือกที่จะมอบดวงใจและลมหายใจทั้งหมดไว้ในกำมือของบุรุษผู้นี้ ผู้ซึ่งแบกรับภาระแห่งการล้างแค้นอันหนักอึ้งไว้บนบ่า ทันใดนั้น แรงระเบิดจากจุดชีพจรกลางอกของทั้งคู่ก็ดังขึ้นสะท้านสะเทือนผาหินรอบด้าน ละอองแสงสีฟ้าครามและสีทองสว่างวาบเจิดจ้าจนรัศมีพุ่งทะลุทะลวงเพดานถ้ำขึ้นไปบนท้องนภา เกิดเป็นเสาแสงอัคคีและเหมันต์พวยพุ่งเสียดฟ้า ท้องฟ้ายามราตรีที่เคยเงียบสงบพลันปรากฏกลุ่มเมฆสายฟ้าสีม่วงเข้มม้วนตัวเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง แรงกดดันจากทัณฑ์สวรรค์แผ่ซ่านลงมาจนพื้นดินสั่นสะเทือน "นี่คือ... สัญญาณของการทะลวงสู่ขอบเขตแดนเซียนขั้นบูรณะ!" ฉินเฟยหลงขบกรามแน่น เม็ดเหงื่อไหลอาบกรอบหน้าคมคาย ปราณกระบี่ในกายพยายามต้านทานแรงกดดันมหาศาลจากเบื้องบน ขณะที่มือทั้งสองข้างยังคงประสานแนบแน่นกับนางเซียนผู้เลอโฉมอย่างมั่นคง ไม่ยอมปล่อยมือแม้เพียงเสี้ยววินาที มู่หรงเซวี่ยลืมตาขึ้น เนตรหยั่งรู้ชะตาฟ้าดินของนางฉายประกายแสงเจิดจ้า นางมองลึกเข้าไปในดวงตาของฉินเฟยหลง และพบแต่เพียงความเด็ดเดี่ยว ทะนงองอาจ และความห่วงใยอันลึกซึ้งที่เขามีต่อตน "เฟยหลง... แม้ฟ้าดินจะลงทัณฑ์พวกเรา ข้าก็จะไม่ยอมปล่อยมือจากท่านเป็นอันขาด" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวและเปี่ยมด้วยความรักอันลึกซึ้ง พลังหยินภายในร่างระเบิดออกอย่างไร้ขีดจำกัด ผสานเข้ากับพลังกระบี่ไร้ลักษณ์ของเขาจนเกิดเป็นคลื่นพลังทำลายล้างที่สามารถผ่าแยกปฐพีได้ในคราเดียว ทว่า ท่ามกลางกระแสพลังอันเชี่ยวกรากที่กำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวนั้น เสียงฝีเท้าอันแผ่วเบาราวกับไร้น้ำหนัก กลับดังขึ้นที่ปากทางเข้าถ้ำศิลา... เป็นเสียงฝีเท้าที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าจะได้ยิน ณ สถานที่เร้นลับแห่งนี้ ฉินเฟยหลงและมู่หรงเซวี่ยชะงักกะทันหัน จิตสัมผัสของทั้งคู่ตรวจจับตัวตนของผู้มาเยือนได้ในเสี้ยววินาทีต่อมา และนั่นทำให้สีหน้าของจอมยุทธ์ผู้สุขุมลุ่มลึกอย่างฉินเฟยหลงถึงกับแปรเปลี่ยนไปเป็นเคร่งเครียดอย่างถึงที่สุด เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นม่านหมอกน้ำแข็งเข้ามา ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากกระบี่โลหิตอันเป็นสัญลักษณ์ของบุคคลที่ควรจะดับสูญไปพร้อมกับเหตุการณ์ในอดีตเมื่อสิบปีก่อน... ศิษย์พี่ใหญ่ผู้ทรยศแห่งสำนักกระบี่ไร้ชื่อ! "ไม่นึกเลยว่า... เจ้าทั้งสองจะแอบมาเสพสมบำเพ็ญเพียรกันถึงยอดเขาหิมะนี่ ช่างน่าประทับใจเสียจริง ศิษย์น้องรอง..." เสียงหัวedแหบพร่าดังลอดออกมาจากหน้ากาก พร้อมกับกระบี่ในมือที่เริ่มเปล่งประกายแสงสีโลหิตกระหายเลือด ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระบี่และสายหมอกมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปฐมบทวิถีไร้ลักษณ์: ทลายน้ำแข็งนิรันดร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%