ปฐมบทวิถีไร้ลักษณ์: ทลายน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 15

ความลับใต้เงาจันทร์

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"ช้าก่อน... ปรมาจารย์พิษทลายโลหิต!" น้ำเสียงของฉินเฟยหลงดังก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของมังกรหลับที่ถูกปลุกเร้า ในมือของเขากระบี่วิญญาณไร้ลักษณ์สั่นระริก ปราณกระบี่สีครามเข้มแผ่พุ่งออกรอบกายจนพื้นหิมะรอบตัวหลอมละลายกลายเป็นไอหมอกพวยพุ่ง ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างโปร่งแสงที่ก้าวออกมาจากม่านหมอกพิษสีม่วงเข้ม เบื้องหน้าของเขาทั้งสองคือหุบผาน้ำแข็งนิรันดร์ สถานที่ซึ่งกาลเวลาคล้ายหยุดนิ่ง แต่การปรากฏตัวของมารเฒ่าผู้นี้กลับทำให้บรรยากาศรอบกายพลันเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าความหนาวเหน็บแห่งขั้วฟ้า หมอกพิษหนาทึบส่งกลิ่นคาวเลือดและซากศพโชยมาแตะจมูก ปรมาจารย์พิษเหยียดยิ้มเยาะหยัน ดวงตาฝ้าฟางเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลาและอำมหิต "ฉินเฟยหลง เจ้าเด็กน้อยผู้โง่งลม... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการเดินทางฝ่าด่านอัคคีเหมันต์เจ็ดชั้นฟ้ามาได้ จะทำให้เจ้ากลายเป็นผู้ไร้เทียมทานในยุทธภพแล้ว? น่าขันสิ้นดี สิ่งที่เจ้ากำลังปกป้องอยู่ข้างกายนี้ หาใช่สตรีธรรมดาไม่... แต่นางคือ 'ต้นตอ' แห่งหายนะที่ทำให้ยุทธภพต้องล่มสลายเมื่อสามร้อยปีก่อน!" สิ้นคำพูดนั้น ฉินเฟยหลงชะงักไปเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบ เขากวาดสายตาหันกลับไปมองสตรีผู้ยืนอยู่เบื้องหลัง มู่หรงเซวี่ย หรือเซียนแห่งยอดเขาหิมะนิรันดร์ ในยามนี้เรือนร่างบอบบางของนางสั่นเทาทเล็กน้อย ดวงพักตร์งดงามล่มเมืองที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับซีดเผือดอย่างไร้สีเลือด นัยน์ตาคู่สวยที่เคยคมปลาบและเต็มไปด้วยปัญญาญาณ กลับฉายแววตื่นตระหนกและหวาดหวั่น ระลอกคลื่นแห่งความทรงจำอันเจ็บปวดที่นางพยายามฝังกลบไว้ใต้ก้นบึ้งแห่งจิตวิญญาณ กำลังถูกกระชากขึ้นมากลางแสงจันทร์สีเลือดนี้ "เซวี่ยเอ๋อร์..." ฉินเฟยหลงเอמהเรียกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น แม้ในใจจะเกิดคำถามมากมาย ทว่ามือข้างที่ถือกระบี่ยังคงมั่นคง ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว "เจ้าไม่ต้องฟังคำลวงของมารเฒ่าผู้นี้..." "ไม่... เขาไม่ได้โกหก เฟยหลง" น้ำเสียงของมู่หรงเซวี่ยแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลมหนาว แต่มันกลับก้องกังวานบาดลึกเข้าไปในจิตใจของฉินเฟยหลง นางค่อยๆ หลับตาลง หยาดน้ำใสๆ ไหลรินจากหางตาลงมาสัมผัสกับแก้มที่ขาวนวล ก่อนจะหยดลงสู่พื้นน้ำแข็งกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีมรกต นี่คือความลับที่นางแบกรับไว้ด้วยความโดดเดี่ยวมาตลอดชีวิต ความลับที่หากแพร่งพรายออกไป ยุทธภพทั้งหมดจะลุกเป็นไฟ และนางจะต้องถูกประณามว่าเป็นปีศาจที่ต้องถูกกำจัดให้สิ้นซาก "ข้า..." มู่หรงเซวี่ยลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตานั้นเต็มไปด้วยความร้าวรานและความอ่อนแอที่ฉินเฟยหลงไม่เคยเห็นมาก่อน "ข้าคือทายาทสายเลือดสุดท้ายของ 'ราชสำนักวิญญาณโลหิต' ผู้สร้างศิลาผนึกสวรรค์... และเป็นผู้เผลอปลดปล่อยอสูรบรรพกาลออกมาในศึกครั้งประวัติศาสตร์เมื่อสามร้อยปีก่อน จนทำให้สำนักนับร้อยต้องล่มสลายและผู้บริสุทธิ์นับล้านต้องดับสูญ..." บรรยากาศรอบกายพลันเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาและความหนาวเหน็บที่เสียดแทงกระดูกดำ ปรมาจารย์พิษหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะของมันเสียดสีประสาทจนน่าปวดหัว "ฮ่าๆๆๆ ได้ยินแล้วใช่ไหม เจ้ากระบี่น้อย! นางคือสาเหตุที่ทำให้แผ่นดินนี้ต้องนองเลือด นางคือนางมารที่ฟ้าดินไม่ยอมรับ เหตุใดเจ้าต้องเอาชีวิตน้อยๆ ของเจ้ามาปกป้องสตรีเช่นนี้ด้วยเล่า? หลีกทางเสียเถอะ ส่งนางมาให้ข้า แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า ให้เจ้าได้ครอบครองเคล็ดวิชาลี้ลับของพรรคเรา และร่วมกันครองยุทธภพแห่งยุคใหม่นี้ด้วยกัน!" ฉินเฟยหลงนิ่งเงียบ ดวงตาคมกริบมองไปยังมู่หรงเซวี่ยที่กำลังยืนตัวสั่นเทา นางกำลังรอคอยความผิดหวัง... รอคอยให้เขาหันหลังให้... รอคอยให้เขาพูดคำว่า 'ทรยศ' หรือ 'เจ้าหลอกลวงข้า' เหมือนกับที่คนในยุทธภพกระทำต่อกันมาทุกยุคทุกสมัย ทว่า ฉินเฟยหลงกลับคลี่ยิ้มออกมา รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความทระนงและสัจธรรมอันลึกซึ้ง "ฮ่าๆๆ..." คราวนี้เป็นฉินเฟยหลงที่หัวเราะบ้าง น้ำเสียงของเขากังวานก้องสะท้อนไปทั่วหุบผา ทะลวงผ่านชั้นเมฆหมอกจนดวงจันทร์บนท้องฟ้าดูราวกับจะสั่นสะเทือนตาม "ปรมาจารย์พิษ เจ้าแก่จนเลอะเลือนไปแล้วกระมัง? ยุทธภพจะล่มสลาย ผู้คนจะล้มตาย หรือฟ้าดินจะลงทัณฑ์สิ่งใด ข้า... ฉินเฟยหลง หาได้สนใจไม่!" มู่หรงเซวี่ยเบิกตากว้าง หันขวับมามองชายหนุ่มด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด หัวใจที่ด้านชามานานนับร้อยปีพลันอุ่นวาบขึ้นมาอย่างฉับพลัน "วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ของข้า มิได้มีไว้เพื่อผดุงคุณธรรมปลอมเปลือกของใครหน้าไหน" ฉินเฟยหลงก้าวเท้าไปข้างหนึ่ง ร่างกายแผ่พุ่งปราณกระบี่อันเร่าร้อนออกมาจนหิมะรอบตัวระเหยเป็นไอขาวโพลน แววตาของเขาเด็ดเดี่ยวและมั่นคงราวกับขุนเขา "อดีตของนางจะเป็นเช่นไร บาปกรรมที่นางแบกรับจะหนักหนาเพียงใด นั่นคือเรื่องราวของอดีต! แต่วันนี้... ในเวลานี้ นางคือสตรีที่ข้า 'ฉินเฟยหลง' ผู้ใช้กระบี่เล่มนี้ได้ตัดสินใจปกป้องด้วยชีวิต ผู้ใดต้องการแตะต้องนาง ต้องก้าวข้ามศพของข้าไปก่อน!" คำประกาศิตนี้ทรงพลังดั่งอสุนีย์บาตรฟาดลงกลางใจของมู่หรงเซวี่ย หยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นพลันเปลี่ยนเป็นความตื้นตันจนพูดไม่ออก นางไม่เคยคิดเลยว่า ในวันที่ความลับอันน่ารังเกียจของนางถูกเปิดเผย จะยังมีบุรุษผู้หนึ่งกล้าหาญพอที่จะยืนหยัดเคียงข้างนาง ท่ามกลางศัตรูทั่วทั้งหล้าและสายตาแห่งการพิพากษาจากสวรรค์ "เด็กน้อยอวดดีนัก! ถือว่ามีวิชากระบี่หน่อยทำเป็นใจกล้า เจ้าคิดว่าลำพังตัวคนเดียวจะต้านทานค่ายกลพิษหมื่นอสูรของข้าได้หรือ?!" ปรมาจารย์พิษแววตาอำมหิตวูบวาบ มันยกมือขึ้นสะบัด อาคมสีม่วงเข้มสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งหุบผา ทันใดนั้น เงาร่างนับร้อยก็พุ่งทะยานออกมาจากพื้นดินและผนึกน้ำแข็ง พวกมันคือซากศพของบรรดาจอมยุทธ์ในอดีตที่ถูกควบคุมด้วยพิษมาร ดวงตากลวงโบ๋เปล่งแสงสีแดงฉานน่าสะพรึงกลัว "เซวี่ยเอ๋อร์ ถอยไป..." ฉินเฟยหลงเอ่ยเสียงต่ำ มือขวาจับด้ามกระบี่มั่น ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกรอบทิศทางจนเกิดเป็นเสียงคำรามของลมปราณที่เฉียบคมบาดอากาศ "วันนี้ข้าจะใช้กระบี่เล่มนี้ สะสางบัญชีแค้นสามร้อยปีให้เจ้าเอง!" "เฟยหลง... ระวังด้วย!" มู่หรงเซวี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือเรียวบางเอื้อมไปจับชายเสื้อของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ ชายหนุ่มจะหายลับไปจากสายตาตลอดกาล ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่คมกระบี่ของฉินเฟยหลงจะถูกชักออกจากฝักเพื่อเข้าปะทะกับกองทัพซากศพมาร พื้นน้ำแข็งเบื้องล่างที่ควรจะมั่นคง กลับเกิดรอยร้าวขนาดมหึมาขึ้นอย่างกะทันหัน! *ครืนนนนน!* เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย ปราณกระบี่ของฉินเฟยหลงที่แผ่พุ่งออกไปกลับถูกพลังลึกลับบางอย่างดูดกลืนหายไปในพริบตา และจากรอยแยกของน้ำแข็งนั้นเอง ไอหมอกสีดำทมิฬที่เย็นยะเยือกยิ่งกว่าขั้วโลกใต้ ก็พวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องกังวานมาจากขุมนรกเบื้องล่าง—เสียงหัวเราะที่ทำให้น้ำในกายของทุกคนต้องแข็งค้าง และทำให้มู่หรงเซวี่ยต้องกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เพราะนางจำเสียงนั้นได้แม่นยำยิ่งกว่าสิ่งใด... เสียงของ "มัน" ผู้เป็นต้นเหตุแห่งการทำลายล้างแท้จริง ที่แม้แต่ปรมาจารย์พิษยังต้องหน้าถอดสี! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระบี่และสายหมอกมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปฐมบทวิถีไร้ลักษณ์: ทลายน้ำแข็งนิรันดร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%