"ไอน้ำแข็งที่คั่งค้างในจุดชีพจรประตูลมปราณของท่าน... หากยังฝืนโคจรวิชาเก้าอัคคีพิฆาตอีกเพียงสามรอบ เส้นลมปราณทั่วร่างคงต้องแตกดับกลายเป็นผุยผงอย่างแน่นอนครับ"
น้ำเสียงของฉินเฟยหลงทุบทำลายความเงียบงันภายในศาลาร้างกลางหมู่บ้านมรณะแห่งนี้ลงอย่างราบคาบ แววตาของเขาไม่ได้ทอประกายแห่งความหวาดหวั่นต่อภูตผีปีศาจรอบกายแม้แต่น้อย ทว่ากลับเต็มไปด้วยความห่วงใยอันล้ำลึกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสุขุมเยือกเย็นตามวิสัยทัศน์ของบุรุษผู้ผ่านโลกมามาก
เบื้องหน้าของเขาคือมู่หรงเซวี่ย นางเซียนแห่งยอดเขาหิมะนิรันดร์ ผู้งดงามราวนางพญาหิมะผู้สูงส่ง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางบัดนี้เปรอะเปื้อนด้วยคราบโลหิตสีดำคล้ำจากวิญญาณอาฆาตที่เพิ่งถูกกำจัดไป ทว่าความเย็นชาบนใบหน้านั้นกลับไม่อาจปิดบังหยาดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายตามขมับและริมฝีปากซีดเซียวได้เลย
"เรื่องของข้า... ไม่จำเป็นต้องให้เจ้ามาใส่ใจ" มู่หรงเซวี่ยเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบดุจน้ำแข็งพันปี แต่มือเรียวบางที่กำลังกุมด้ามกระบี่หยกคู่กายกลับสั่นเทาเล็กน้อย นางเบือนหน้าหนีไปยังทัศนียภาพภายนอกศาลาร้าง ที่ซึ่งหมอกสีชาดลอยวนเวียนปกคลุมซากปรักหักพังของหมู่บ้านที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรือง
ฉินเฟยหลงลอบทอดถอนใจยาวนาน เขาขยับกายเข้าไปใกล้ร่างบางอีกก้าวหนึ่ง กลิ่นอายจันทร์เสี้ยวและกระบี่อันเป็นเอกลักษณ์แผ่ซ่านออกมาราวกับเกราะคุ้มกันภัย ปลายนิ้วที่หยาบกร้านจากการฝึกกระบี่มาทั้งชีวิตยื่นออกไปแตะที่จุดชีพจรด้านหลังของนางอย่างแม่นยำ ไม่มีความกำหนัดยินร้าย มีเพียงความตั้งใจจริงที่จะถ่ายทอดปราณแท้บริสุทธิ์เพื่อช่วยระงับไอพิษความตายที่กำลังกัดกินร่างของนาง
"ยุทธภพนี้กว้างใหญ่ไพศาล... ผู้คนมากมายต่างแย่งชิงความเป็นใหญ่จนหลงลืมสัจธรรมแห่งเต๋า แต่สำหรับข้า ฉินเฟยหลง ชีวิตของสตรีที่ยอมทิ้งฟ้าดินมาเคียงบ่าเคียงไหล่อยู่เบื้องหลัง ค่าน้ำหนักย่อมมีมากกว่าคัมภีร์วิชาใดๆ ในใต้หล้า" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง ราวกับบทกวีโบราณที่สลักลงบนแผ่นศิลา
มู่หรงเซวี่ยสะท้านเฮือกเมื่อกระแสปราณอุ่นร้อนสายหนึ่งหลั่งไหลเข้าสู่ร่าง ช่วยชะล้างความหนาวเหน็บที่เสียดแทงกระดูกดำ หัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนานดุจถูกแสงอาทิตย์แรกอรุณสาดส่อง นางเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบของบุรุษผู้ยืนหยัดอยู่เคียงข้าง ท่ามกลางความมืดมิดและบรรยากาศอันวังเวงของ "หมู่บ้านร้างแห่งวิญญาณ" แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของนางไว้เพียงผู้เดียวอย่างมั่นคง
ครั้นแล้ว บรรยากาศรอบตัวก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบอย่างกะทันหัน!
โฮกกกก—!
เสียงคำรามกึกก้องที่ไม่ได้ดังมาจากมนุษย์หรือสัตว์ป่าธรรมดา หากแต่สะท้อนมาจากห้วงมิติอันลึกล้ำของความตาย ลมพายุหมุนสีดำสนิทพัดโหมกระหน่ำเข้ามาในศาลาร้าง เสาไม้ผุกร่อนสั่นสะเทือนราวกับจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ อักษรเวทโบราณสีทองแดงที่สลักอยู่บนพื้นดินเริ่มเปล่งแสงวับแวม ดึงดูดเงาร่างโปร่งแสงนับร้อยนับพันให้พุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดิน ราวกับกองทัพผีดิบที่ฟื้นคืนชีพจากขุมนรก
นี่คือการเผชิญหน้ากับวิญญาณอาฆาตบรรพกาลที่เฝ้า "บันทึกเล่มสอง" สมบัติล้ำค่าแห่งวิถีไร้ลักษณ์ที่หลบซ่อนอยู่ในดินแดนรกร้างแห่งนี้!
"ระวังตัวด้วยครับ!" ฉินเฟยหลงส่งเสียงเตือนสติ พร้อมกันนั้นมือขวาก็กระชากกระบี่ไร้ชื่อออกจากฝัก เสียงเหล็กกระทบฝักดังกังวานเสียดฟ้า ประดุจเสียงคำรามของมังกรที่ตื่นจากการจำศีล
ฉับพลันนั้น รัศมีกระบี่สีครามเข้มก็ระเบิดออกรัศมีกว้างนับร้อยวา แผ่พุ่งทะยานตัดผ่านความมืดมิดจนท้องฟ้าเหนือหมู่บ้านร้างปรากฏรอยแยกสีขาวโพลน คมกระบี่ของเขาไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการสังหาร แต่แฝงไว้ด้วยจิตวิญญาณแห่งการหลุดพ้นและการชำระล้างบาป ดุจสายน้ำแห่งสัจธรรมที่ไหลผ่านทุ่งหญ้าอันแห้งแล้ง
มู่หรงเซวี่ยไม่รอช้า นางกัดฟันฝืนทนอาการบาดเจ็บ สะบัดมือวาดกระบวนท่า "เหมันต์นิรันดร์สะท้านภพ" เกล็ดน้ำแข็งนับหมื่นชิ้นก่อตัวเป็นพายุหิมะหมุนวนเข้าห้ำหั่นกับกองทัพวิญญาณอาฆาตอย่างไร้ความปรานี พลังหยินและหยางประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ เกิดเป็นคลื่นกระแทกทำลายล้างที่กวาดล้างเหล่าภูตผีให้สลายกลายเป็นละอองหมอกสีเทาไปทีละกลุ่มๆ
ทว่า วิญญาณอาฆาตตัวหลักที่สวมชุดเกราะโบราณและถือทวนกระดูกยักษ์กลับไม่สะดุ้งสะเทือน มันส่งเสียงหัวเราะเยาะหยันที่บาดลึกถึงวิญญาณ ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองตรงมาที่ฉินเฟยหลงราวกับมองเหยื่อในกำมือ มันสะบัดทวนในมือครั้งเดียว ก่อเกิดคลื่นพลังปราณสีเลือดพุ่งแหวกอากาศเข้ามาปะทะกับม่านพลังกระบี่อย่างจัง!
ตูーム—!
แรงระเบิดทำให้ศาลาร้างพังทลายลงมาครึ่งซีก เศษไม้และหินกระเด็นไปคนละทิศละทาง ฉินเฟยหลงพ่นโลหิตออกมาคำโตจากการรับแรงกระแทกแทนมู่หรงเซวี่ยที่ยืนอยู่ด้านหลัง ร่างของเขากระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว รอยเท้าลึกปรากฏบนพื้นดิน ทว่าแววตาของเขากลับยิ่งลุกโชนด้วยเพลิงแห่งความฮึกเหิม
"คิดจะชิงบันทึกเลểmสองจากมือขวาของข้า... พวกเจ้ายังเร็วกว่านี้อีกร้อยปี!"
ฉินเฟยหลงคำรามก้อง ทะยานร่างขึ้นสู่กลางอากาศ ผสานจิตวิญญาณกระบี่เข้ากับฟ้าดินเตรียมปล่อยกระบวนท่าไม้ตายตัดสินชะตากรรม
ทว่า ท่ามกลางความโกลาหลนั้นเอง เสียงฝีเท้าอันแผ่วเบาราวกับเสียงใบไม้ร่วงก็ดังขึ้นใกล้ตัว ทะลุผ่านม่านพลังปราณเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังมู่หรงเซวี่ยอย่างไร้ซุ่มเสียง พร้อมกับคมดาบสีดำสนิทที่จ่อเข้าที่ลำคอระหงของนางในระยะประชิด!
"ยินดีต้อนรับสู่กับดักที่แท้จริง... ฉินเฟยหลง เจ้าสำนักคนสุดท้าย" เสียงแหบพร่าอันคุ้นเคยเอ่ยกระซิบข้างหูมู่หรงเซวี่ย ทำให้สีหน้าของเซียนสาวแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที...
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระบี่และสายหมอกมา ณ ที่นี้นะครับ
ปฐมบทวิถีไร้ลักษณ์: ทลายน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 17
หมู่บ้านร้างแห่งวิญญาณ
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปฐมบทวิถีไร้ลักษณ์: ทลายน้ำแข็งนิรันดร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!