เสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกโลกันต์ยังคงสะท้อนก้องอยู่ท่ามกลางหุบผาน้ำแข็ง แต่ฉินเฟยหลงหาได้ใส่ใจต่อเสียงเห่าหอนของสุนัขรับใช้แห่งสำนักมารโลหิตไม่ ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือของเขาสั่นระริกเบาๆ คล้ายพญาอินทรีที่กำลังกระหายเลือด ปราณกระบี่สีครามเข้มแผ่พุ่งทะยานเสียดฟ้า หลอมรวมกับเกล็ดหิมะที่โปรยปรายจนกลายเป็นพายุหมุนวนอันคมกริบดั่งใบมีดนับหมื่น
ทว่า สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเขาในวินาทีอันเป็นตายนี้ มิใช่เหล่ามือสังหารนับสิบที่ล้อมกรอบเข้ามา หากแต่เป็นแผ่นหลังบอบบางที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้าง... มู่หรงเซวี่ย
เลือดสีโลหิตสายหนึ่งไหลรินออกจากมุมปากอันซีดเซียวของนางเซียนผู้หยาดเยิ้มปานภาพวาด ชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีชาด ตัดกับความขาวโพลนของหิมะโดยรอบอย่างน่าเวทนา เนตรหยั่งรู้ชะตาฟ้าดินที่เคยเปล่งประกายเจิดจ้า บัดนี้กลับหม่นแสงลง คล้ายดวงดาราที่กำลังจะร่วงหล่นจากฟากฟ้า
"เซวี่ยเอ๋อร์" ฉินเฟยหลงเอ่ยเรียกเสียงทุ้มต่ำ แววตาที่ปกติสุขุมเยือกเย็นกลับไหววูบอย่างรุนแรง เขาก้าวเข้าไปใกล้หมายจะโอบประคองร่างที่กำลังสั่นเทานั้น แต่มู่หรงเซวี่ยกลับยกมือขึ้นห้าม ปลายนิ้วเรียวยาวสั่นเทาเล็กน้อย นางฝืนฝัดลมหายใจที่ติดขัด ปลดปล่อยไอเย็นยะเยือกคุ้มกันร่างเพื่อไม่ให้ล้มพับลงไปต่อหน้าศัตรู
"ข้า... ไม่เป็นไร" น้ำเสียงของนางยังคงราบเรียบและเยือกเย็นดังเช่นเคย ทว่าคนฟังที่มีจิตวิญญาณเชื่อมโยงกันย่อมรับรู้ได้ถึงความร้าวรานที่ซ่อนอยู่ภายใน
"อวดเก่งนักนะ" ฉินเฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบทอดมองศัตรูเบื้องหน้าด้วยจิตสังหารอันไร้ขอบเขต "พวกมันไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเห็นหยาดน้ำตาของเจ้า... วันนี้ ต่อให้ต้องพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ข้าก็จะสังหารพวกมันให้สิ้นซาก"
สิ้นเสียง ชายหนุ่มก็พุ่งทะยานออกไปดั่งสายฟ้าฟาด คมกระบี่ไร้ลักษณ์แปรเปลี่ยนเป็นอสรพิษเพลิงครามที่แผดเผาทุกสิ่ง ท่วงท่ากระบี่ของเขาในยามนี้มิใช่เพียงกระบวนท่าสังหาร หากแต่เป็นบทกวีแห่งความตายที่ร้อยเรียงขึ้นจากความโกรธเกรี้ยวและห่วงหาอาทร ร่างของมือสังหารระดับปรมาจารย์สามคนขาดสะบั้นลงในพริบตา โลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นย้อมผืนหิมะให้กลายเป็นสีชาด กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วหุบเขา
ทว่า ท่ามกลางความดุเดือดของการต่อสู้ ฉินเฟยหลงกลับตระหนักได้ดีว่า อาการบาดเจ็บของมู่หรงเซวี่ยมิได้เกิดจากกระบวนท่าของศัตรูเพียงอย่างเดียว แต่เป็น... "ทัณฑ์โลหิตสวรรค์" ที่นางต้องแบกรับไว้จากการฝืนใช้เนตรหยั่งรู้ชะตาช่วยเหลือเขาในยามคับขันเมื่อปีก่อน
เมื่อคมกระบี่สุดท้ายปลิดชีพหัวหน้ามือสังหารลง ความเงียบสงัดก็กลับคืนสู่หุบผาน้ำแข็งอีกครา
ฉินเฟยหลงรีบหันกลับมา ร่างสูงโปรดปรานพุ่งเข้าไปประคองเอวบางของมู่หรงเซวี่ยเอาไว้ทันทีที่เข่าของนางทรุดลงสัมผัสพื้นหิมะ ไอเย็นจากกายของนางแผ่ซ่านเข้ามาจนถึงกระดูกดำ แต่วินาทีนี้ ชายหนุ่มกลับถ่าย ปราณอัคคีวิญญาณอันอบอุ่นเข้าไปในร่างของนางอย่างไร้ความลังเล
"เจ้าคนโง่..." มู่หรงเซวี่ยซบหน้าลงกับอกเสื้อที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและเลือดของเขา เสียงของนางแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลมหนาว "เหตุใด... จึงต้องดึงดันฝืนลิขิตฟ้าเพื่อสตรีเยี่ยงข้า สำนักกระบี่ไร้ชื่อของเจ้าถูกทำลายจนย่อยยับ เจ้าควรมีชีวิตอยู่เพื่อล้างแค้น... มิใช่มาตายเคียงข้างข้าในสถานที่รกร้างเช่นนี้"
ฉินเฟยหลงนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมทอดมองใบหน้าอันงดงามที่มักจะซ่อนความเยชาเอาไว้หลังกำแพงน้ำแข็ง แต่วินาทีนี้ กำแพงเหล่านั้นกำลังพังทลายลงทีละน้อย เผยให้เห็นรอยร้าวในจิตใจที่นางแบกรับมาเนิ่นนาน—ความโดดเดี่ยว การถูกฟ้าดินปฏิเสธ และภาระอันหนักอึ้งในฐานะผู้ถือครองเนตรหยั่งรู้ชะตา
เขายกมือขึ้นลูบเรือนผมสีเงินยววงของนางอย่างแผ่วเบา ความอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่งนี้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจอมกระบี่ผู้ไร้พ่าย
"เซวี่ยเอ๋อร์เจ้าเคยได้ยินหรือไม่? วิถีกระบี่ที่ไร้ซึ่งความรัก ก็เป็นเพียงเศษเหล็กไร้ค่า" ฉินเฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึก เจือด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก "สำนักของข้าถูกทำลายไปแล้ว ผู้คนของข้าล้มหายตายจาก เหลือเพียงตัวข้า... และกระบี่ในมือ หากโลกใบนี้มันไร้ความปรานีนัก เหตุใดเราจึงต้องแคร์สายตาของฟ้าดิน? หากเจ้าคือคำสาปที่สวรรค์มอบให้ข้า เช่นนั้น... ข้าก็จะขอเป็นปีศาจที่กลืนกินท้องฟ้าเพื่อปกป้องเจ้าเอง"
หัวใจของมู่หรงเซวี่ยกระตุกวูบ หยาดน้ำใสๆเอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาคู่สวยเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี ความหนתเหน็บที่กัดกินขั้วหัวใจมาเนิ่นนานคล้ายถูกหลอมละลายด้วยความอบอุ่นจากชายหนุ่มผู้นี้ นางหลับตาลง ซบใบหน้าแนบชิดกับแผงอกกว้าง ปล่อยให้หยาดน้ำตาแห่งความอัดอั้นไหลรินอาบแก้ม
"เฟยหลง... ข้าเหนื่อยเหลือเกิน..." เสียงหวานเอ่ยสั่นเครือ "ข้าเห็นอนาคต... เห็นความตาย... เห็นจุดจบของพวกเรา... ไม่ว่าจะดิ้นรนเพียงใด เราก็ไม่เคยหนีพ้นจากเงื้อมมือของ 'เงาอัสนี' ผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนั้นได้เลย"
ฉินเฟยหลงชะงักไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินนามนั้น—เงาอัสนี บุคคลลึกลับผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังการล่มสลายของสำนักกระบี่ไร้ชื่อ และเป็นผู้ที่กำหนดชะตากรรมอันโหดร้ายให้แก่มู่หรงเซวี่ย
เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ดวงตาคู่คมทอประกายเด็ดเดี่ยวราวกับเหล็กกล้าที่ผ่านการตีซ้ำนับหมื่นครั้ง
"ไม่ว่ามันจะเป็นผู้ใด หรือยิ่งใหญ่มาจากไหน... หากมันกล้าทำให้เจ้าร้องไห้ ข้าก็จะใช้กระบี่ในมือนี้แหละ... ผ่าสวรรค์ ทะลวงนรก เพื่อสังหารมันด้วยมือของตนเอง!"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังลึกซึ้งและอบอวลไปด้วยความผูกพันอันล้ำลึกนั้นเอง ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยปรากฏเกล็ดหิมะโปรยปราย กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทในพริบตา เมฆฝนทะมึนก่อตัวหมุนวนเป็นรูปวงแหวนอัสนีสีทองคำขาว พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ
บรึ้มมม!
สายฟ้าสีทองเส้นมหึมาฟาดผ่าลงมาจากสรวงสวรรค์ ห่างจากจุดที่พวกเขายืนอยู่เพียงสيلก้าว ปรากฏร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะโบราณสีทองอร่ามผู้หนึ่ง กลิ่นอายกดดันระดับ "ราชันย์เทพ" แผ่ซ่านกดทับจนอากาศรอบตัวแข็งตัวเป็นจุล
มู่หรงเซวี่ยเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที นางรีบผลักฉินเฟยหลงออกเบื้องหลัง พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นสะทระที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
"ระวัง!... มัน... มันมาเร็วกว่าที่เนตรหยั่งรู้ทำนายไว้ถึงสามวัน..."
ฉินเฟยหลงหรี่ตาลงมองผู้มาเยือนอย่างพินิจพิเคราะห์ ปราณกระบี่ในกายพุ่งทะยานพลุ่งพล่านราวกับรับรู้ได้ถึงศัตรูที่แท้จริง ทว่าก่อนที่เขาจะได้ชักกระบี่ออกจากฝัก เงาร่างในชุดเกราะทองคำนั้นก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงก้องกังวานราวกับเสียงประกาศิตจากสวรรค์
"ฉินเฟยหลง... มู่หรงเซวี่ย... พวกเจ้าหนีการพิพากษาแห่งสวรรค์ไม่พ้นหรอก วันนี้ ดวงวิญญาณของพวกเจ้าจะต้องถูกผนึกไว้ ณ หุบผาน้ำแข็งแห่งนี้... เพื่อเป็นเครื่องสังเวยแด่ 'ประตูแห่งปฐมกาล'!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันลมหนาวและคมกระบี่ไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
ปฐมบทวิถีไร้ลักษณ์: ทลายน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 7
รอยร้าวในใจนางเซียน
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปฐมบทวิถีไร้ลักษณ์: ทลายน้ำแข็งนิรันดร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!