กลิ่นอายคาวเลือดและควันกำยานราคาถูกคละคลุ้งจนแสบจมูก ตลาดมืดใต้ดินแห่งเมืองอี้โจวหาใช่สถานที่สำหรับผู้มีจิตใจอ่อนแอไม่ ที่นี่... กฎเกณฑ์เดียวที่มีคือกำลังภายในและคมอาวุธ
"ห้าร้อยศิลาวิญญาณชั้นยอด... ครั้งสุดท้ายแล้ว หากไม่มีผู้ใดให้ราคานี้นับว่าสมบัติชิ้นนี้ไร้วาสนาต่อพวกท่าน"
เสียงแหบพร่าดั่งแผ่นโลหะเสียดสีกันดังขึ้นจากพ่อค้าเฒ่าสวมหน้ากากกระดูกสัตว์ ผู้อยู่เบื้องหลังแผงสินค้าลึกลับที่มีเพียงแสงตะเกียงน้ำมันไขปลาวาฬส่องสว่างสลัว บนโต๊ะไม้ผุพังเบื้องหน้าเขา วัตถุชิ้นหนึ่งกำลังเปล่งประกายแสงสีครามจางๆ คล้ายดั่งเกล็ดน้ำแข็งที่สะท้อนแสงจันทร์ มันคือคัมภีร์หนังมนุษย์เก่าคร่ำคร่าแผ่นหนึ่ง ที่รอบข้างปรากฏไอหมอกเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมาจนหยดน้ำบนพื้นแข็งตัวเป็นเกล็ด
*‘บันทึกเล่มแรก’* — ตำนานกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในสี่บันทึกปฐมกาลที่สูญหาย ผู้ใดครอบครองย่อมล่วงรู้เคล็ดวิชาสะท้านฟ้าที่สามารถทะลวงขอบเขตขั้นเซียนได้
ฉินเฟยหลงยืนสงบนิ่งอยู่มุมมืดของตรอกแคบ ร่างกายสูงโปร่งห่อหุ่มด้วยเสื้อคลุมสีเทาเก่าคร่ำเพื่ออำพรางสายตา มือขวาของเขาวางกุมอยู่ที่ด้ามกระบี่ไร้ชื่อข้างกายอย่างเป็นธรรมชาติ สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทุ่งราบจับจ้องไปยังคัมภีร์แผ่นนั้นโดยไม่กะพริบ แม้ภายนอกเขาจะดูผ่อนคลาย ทว่ากล้ามเนื้อทุกมัดกลับตึงเครียดพร้อมระเบิดพลังออกได้ทุกเมื่อ
เบื้องข้างเขาคือมู่หรงเซวี่ย นางยังคงสวมชุดคลุมขนจิ้งจอกขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศโสมมรอบกาย ความเย็นชาที่แผ่ออกจากร่างของนางราวกับกำแพงน้ำแข็งที่ทำให้อุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลงจนผู้คนในตลาดมืดต่างพากันถอยห่างด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าสบตานาง แม้แต่พวกนักฆ่าเดนตายยังต้องหลบทางให้
"พวกมันมาแล้ว..." เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ดวงตาคู่คมของนางกวาดมองไปยังเงาร่างนับสิบที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่บนหลังคารอบทิศทาง
ฉินเฟยหลงไม่แม้แต่จะหันไปมอง เขายกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยัน "พวกสุนัขรับใช้ของตระกูลหลี่ รวดเร็วกว่าที่ข้าคาดคิดเสียอีก... ดูท่าพวกมันคงทนรอให้การประมูลจบไม่ไหว"
สิ้นเสียงของชายหนุ่ม ร่างของมือสังหารในชุดดำสนิทนับสิบก็พุ่งทะยานลงมาจากหลังคา ปิดตายทางเข้าออกของตรอกตันแห่งนี้ในพริบตา ผู้นำกลุ่มเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างผอมเกร็ง ดวงตาเรียวเล็กดั่งงูพิษ ในมือถือกระบี่สั้นอาบยาพิษสีม่วงเข้ม ส่งกลิ่นเหม็นเน่าชวนคลื่นไส้
"ฉินเฟยหลง! มู่หรงเซวี่ย! พวกเจ้าหนีการพิพากษาแห่งสวรรค์ไม่พ้นหรอก" เสียงหัวเราะเยียบเย็นดังขึ้นจากปากของมือสังหารแซ่หลี่ "วันนี้ ดวงวิญญาณของพวกเจ้าจะต้องถูกผนึกไว้ ณ หุบผาน้ำแข็งแห่งนี้... เพื่อเป็นเครื่องสังเวยแด่ 'ประตูแห่งปฐมกาล'!"
บรรยากาศในตรอกมืดพลันกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ไอสังหารพวยพุ่งขึ้นเสียดฟ้า พ่อค้าเฒ่าเจ้าของสินค้าเก็บคัมภีร์ใส่สาบเสื้ออย่างรวดเร็วก่อนจะเร้นกายหายไปกับความมืดอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงเขараและเหล่ามือสังหารที่พร้อมจะกลืนกินเป้าหมายทั้งเป็น
ฉินเฟยหลงไม่สะทกสะท้าน เขาก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินดังสะท้อนกังวาน "ประตูแห่งปฐมกาลอันใด ข้าสนเสียที่ไหนกัน... หากพวกเจ้าอยากได้วิญญาณของพวกเรานัก ก็ลองเข้ามาหยิบเอาเองเถอะ"
"รนหาที่ตาย!"
มือสังหารแซ่หลี่คำรามลั่น พลังปราณสีม่วงเข้มทะลักออกจากร่างจนเกิดเป็นเสียงลมหวีดหิว ร่างของมันพุ่งเข้าใส่ฉินเฟยหลงด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ กระบี่สั้นในมือแปรเปลี่ยนเป็นเงากระบี่นับร้อยสายที่พุ่งตรงมายังจุดตายทั่วร่าง
มู่หรงเซวี่ยขยับกาย นางเพียงแค่ปรายตามองอย่างรวดเร็ว นิ้วเรียวดั่งหยกขาวสะบัดเบาๆ ไอเย็นเยือกพลันก่อตัวเป็นกำแพงน้ำแข็งหนาทึบขวางกั้นระหว่างมือสังหารกับตัวนาง
*เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!*
ประกายไฟจากการปะทะกันสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด แรงกระแทกจากการปะทะทำให้กำแพงตรอกแตกร้าวเป็นทางยาว ทว่าฉินเฟยหลงหาได้รอให้การโจมตีสิ้นสุดไม่ ร่างของเขาหายวับไปจากจุดเดิมด้วยวิชาตัวเบา 'ย่างก้าวไร้ลักษณ์'
พริบตาเดียว ปลายกระบี่ไร้ชื่อก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าหลุมคอของผู้นำมือสังหารโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว!
"ช้าไป..." เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับมัจจุราชเรียกหาดังขึ้นข้างหู
ดวงตาของมือสังหารแซ่หลี่เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มันพยายามบิดตัวหลบหนีสุดชีวิต ทว่าความเร็วของคมกระบี่นั้นเหนือล้ำเกินกว่าจินตนาการ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์กรีดผ่านอากาศจนเกิดเสียงแหลมสูงเสียดแก้วหู
ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะเจาะทะลุคอหอยของเป้าหมายนั้นเอง...
จู่ๆ อากาศเบื้องหน้าของทั้งสองก็บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ไอหมอกสีดำทมิฬพวยพุ่งทะลักออกมาจากรอยแยกมิติที่ปรากฏขึ้นอย่างไร้ที่มา มือสังหารปริศนาผู้หนึ่งสวมหน้ากากทองคำรูปอสูรปรากฏกายขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง นิ้วมือเรียวยาวดั่งกิ่งไม้แห้งยื่นออกมาคว้าข้อมือของฉินเฟยหลงไว้ได้อย่างแม่นยำ!
*ปึง!*
แรงสะท้อนมหาศาลทำให้ฉินเฟยหลงต้องถอยหลังไปสามก้าว พื้นหินใต้ฝ่าเท้าแหลกละเอียดเป็นผุยผง ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเคร่งเครียดเป็นครั้งแรก
"วิชาสลายวิญญาณสำนักมารโลหิต... เจ้าเป็นใคร?" ฉินเฟยหลงเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น
ผู้สวมหน้ากากทองคำหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและก้องกังวานราวกับมาจากขุมนรก "ฉินเฟยหลง... เจ้าคิดว่าเจ้าตามหา 'บันทึกเล่มแรก' เพียงลำพังงั้นหรือ? ผิดแล้ว... สิ่งที่เจ้าถืออยู่ในมือนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงเหยื่อล่อให้พวกเจ้าเดินเข้ามาติดกับในหลุมพรางที่ข้าขุดไว้ต่างหาก"
สิ้นคำกล่าว มือสังหารปริศนาผู้นั้นก็สะบัดมือเบื้องหน้า คัมภีร์หนังมนุษย์ที่ควรจะอยู่กับพ่อค้าเฒ่ากลับมาปรากฏอยู่บนฝ่ามือของมันตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่มีใครรู้ และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... บนหน้าปกของคัมภีร์แผ่นนั้น บัดนี้กลับปรากฏชื่อของ "ฉินเฟยหลง" สลักด้วยตัวอักษรโลหิตที่กำลังเปล่งแสงวับวามอย่างน่ากลัว!
มู่หรงเซวี่ยขมวดคิ้วมุ่นเป็นครั้งแรก ไอเย็นรอบตัวนางแปรเปลี่ยนเป็นพายุหิมะขนาดย่อม "เฟยหลง... ถอยออกมา! นั่นไม่ใช่คัมภีร์ธรรมดา มันคือ..."
ยังไม่ทันที่นางจะกล่าวจบ ประตูมิติสีดำสนิทนับสิบบานก็เปิดออกรอบตัวพวกเขาทั้งสอง ร่างของเงาดำนับร้อยพุ่งทะยานออกมาจากรอยแยกเหล่านั้น พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังประสานกันจนสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งตลาดมืดใต้ดิน และในวินาทีวิกฤตินั้นเอง แสงสว่างสีทองเจิดจ้าก็สาดส่องลงมาจากเบื้องบน ทะลวงหลังคาตลาดมืดลงมาตรงหน้าฉินเฟยหลง พร้อมกับเสียงประกาศิตที่ดังสะท้อนดังกึกก้องฟ้าดิน—
"ผู้ใดฝืนลิขิตฟ้า... ผู้นั้นต้องตายอย่างไร้ที่ฝัง!"
หมื่นกระบี่คืนรังขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานผ่านวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันเสมอมาครับ
ปฐมบทวิถีไร้ลักษณ์: ทลายน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 8
บันทึกเล่มแรกปรากฏ
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปฐมบทวิถีไร้ลักษณ์: ทลายน้ำแข็งนิรันดร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!