โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายกระบี่ไร้ลักษณ์ กระทบลงบนพื้นหิมะสีขาวโพลนจนเกิดเป็นรอยด่างสีแดงฉานดั่งดอกเหมยอัสดง ท่ามกลางความเงียบงันอันหนתเหน็บของหุบเขาอัสดง ปราณกระบี่ที่ยังหลงเหลืออยู่รอบกายของฉินเฟยหลงยังคงแผ่ไอความร้อนระอุตัดกับความเย็นเยือกของลมหนาวจนเกิดเป็นไอหมอกสีขาวโพลนพวยพุ่ง
"ผู้ใดฝืนลิขิตฟ้า... ผู้นั้นต้องตายอย่างไร้ที่ฝัง!"
เสียงคำรามก้องฟ้าของผู้อาวุโสแห่งสำนักกระบี่นภาที่ถูกครอบงำด้วยพลังมารยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าพวกมันจะถูกสลัดหลุดพ้นมาได้ระยะทางนับร้อยลี้แล้วก็ตาม ร่องรอยการไล่ล่าด้วยค่ายกลกระบี่เจ็ดดาวเมื่อครู่ยังคงสลักลึกอยู่ในความทรงจำ ดลให้บรรยากาศรอบกายตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ
ฉินเฟยหลงทรุดกายลงเล็กน้อย อาการบาดเจ็บภายในจากการปะทะกับค่ายกลผสานจิตเมื่อครู่ทำให้ลมปราณในตันเถียนปั่นป่วน ทว่าใบหน้าคมคายกลับยังคงความสุขุมเยือกเย็นดั่งหินผา เขากวาดสายตามองสำรวจถ้ำลึกลับที่ซ่อนอยู่หลังม่านน้ำตกน้ำแข็งแห่งนี้ ก่อนจะหันกลับไปมองสตรีผู้ยืนอยู่เคียงข้าง
มู่หรงเซวี่ย นางเซียนแห่งยอดเขาหิมะนิรันดร์ ในยามนี้เรือนร่างบอบบางภายใต้ชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์กลับประดับด้วยรอยเปื้อนของคราบเลือด ใบหน้างดงามล่มเมืองที่ปกติจะเยชาดุจน้ำแข็งไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับซีดเซียวลงถนัดตา ดวงตาคู่คมดั่งหงส์ทอดมองมาที่เขา เต็มไปด้วยความห่วงใยที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้ความเงียบงัน
"ท่านบาดเจ็บหนัก..." น้ำเสียงราบเรียบแต่สั่นเครือน้อยๆ ของนางเอ่ยขึ้น นางก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมทั้งยื่นมือเรียวดั่งหยกขาวออกถ่าย1ทอดลมปราณหยาดน้ำค้างสวรรค์เข้าสู่แผ่นหลังของเขาอย่างไม่ลังเล
ฉินเฟยหลงรีบยกมือห้ามแผ่วเบา "เซวี่ยเอ๋อร์ อย่าเพิ่งสิ้นเปลืองพลังปราณหยินแท้จริงของเจ้าเลย ข้ายังไหว... สถานการณ์ตอนนี้ แม้พวกเราจะรอดพ้นจากปากเหวแห่งความตายมาได้ชั่วคราว แต่พวกมันย่อมตามรอยคราบพลังปราณมาพบในไม่ช้า"
พลังปราณอุ่นร้อนจากนางซึมซับเข้าสู่เส้นชีพจร ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดลงได้ไม่น้อย ฉินเฟยหลงเงยหน้าขึ้นสบตากลีบดอกบัวคู่สวยของนาง ในห้วงความคิดย้อนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ สำนักฝ่ายธรรมะที่เคยยึดมั่นในคุณธรรมค้ำจุนยุทธภพ บัดนี้กลับถูกความโลภและพลังมารเข้าครอบงำจนสิ้นสภาพ พวกมันยอมกลายเป็นสุนัขรับใช้ของวิถีมาร เพียงเพื่อแลกกับเคล็ดวิชาอมตะที่สูญหาย
ช่างน่าขัน... ยุทธภพที่เต็มไปด้วยคำว่าคุณธรรม แท้จริงแล้วเป็นเพียงโรงงิ้วที่ถูกชักใยโดยผู้มีอำนาจ
"เจ้ากลัวหรือไม่?" ฉินเฟยหลงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แววตาทระนงฉายแววอ่อนโยนลงยามเมื่อทอดมองนาง
มู่หรงเซวี่ยส่ายศีรษะช้าๆ เส้นผมสีดำสนิทราวกับน้ำMึกไหวระ2กายตามแรงเคลื่อนไหว นางแค่นเสียงเย็นชาออกมาเบาๆ ทว่าแววตากลับลึกล้ำเกินกว่าจะหยั่งถึง "ตราบใดที่กระบี่ยังอยู่ในมือท่าน ตราบนั้นต่อให้เผชิญหน้ากับสวรรค์เก้าชั้นฟ้า... ข้า มู่หรงเซวี่ย ก็ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด"
คำพูดเรียบง่ายแต่มั่นคงดั่งขุนเขาทำเอาหัวใจของจอมยุทธ์หนุ่มกระตุกวาบ ความโดดเดี่ยวที่กัดกินจิตใจมาเนิ่นนานนับแต่คราวมหาวิบัติล่มสลายของสำนักกระบี่ไร้ชื่อ ราวกับถูกชะล้างด้วยน้ำค้างบริสุทธิ์ ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางวิกฤตและความตาย ทำให้พวกเขารู้ซึ้งถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อการแก้แค้น แต่เพื่อปกป้องสิ่งสำคัญที่หลงเหลือเพียงหนึ่งเดียว
"เช่นนั้น... เราจะพักที่นี่ชั่วคราว ข้าต้องเร่งทะลวงจุดชีพจรที่อุดตัน เพื่อเตรียมรับมือกับศึกหนักที่กำลังจะมาถึง" ฉินเฟยหลงกล่าวจบก็สะบัดมือวาดค่ายกลอำพรางจิตวิญญาณรอบปากถ้ำอย่างรวดเร็ว
บรรยากาศภายในถ้ำเริ่มกลับมาสงบลง ทว่าความอึดอัดระลอกใหม่กลับก่อตัวขึ้นในความเงียบ เมื่อสัญชาตญาณดิบของยอดฝีมือเตือนภัยล่วงหน้าว่า เงื้อมมือของความตายยังคงคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ
ในขณะที่ฉินเฟยหลงกำลังโคจรลมปราณเพื่อหลอมรวมเคล็ดวิชาดาบไร้ลักษณ์ขั้นที่แปด มู่หรงเซวี่ยซึ่งทำหน้าที่คุ้มกันอยู่ปากถ้ำพลันชะงักฝีเท้า ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างในกระแสลมภายนอก
ไอหมอกสีดำทมิฬเริ่มแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมม่านน้ำตกน้ำแข็ง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ไร้ซึ่งซุ่มเสียงดังสะท้อนก้องกังวาน ราวกับมัจจุราชกำลังย่างก้าวเข้ามาเคาะประตูห้องรับรอง
มู่หรงเซวี่ยกระชับกระบี่น้ำแข็งในมือแน่น ไอร้อนระอุจากปราณวิญญาณของนางแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยือกถึงขั้วกระดูก นางหันกลับมามองฉินเฟยหลงที่ยังคงปิดเปลือกตานิ่ง เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากของเขา แสดงให้เห็นว่าเขากำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการทะลวงขั้นพลัง
ทันใดนั้น ผนังน้ำแข็งด้านหลังถ้ำก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างเงาสีดำทมิฬนับสิบที่พุ่งทะยานเข้ามาโดยไร้สัญญาณเตือน!
ดวงตาของมู่หรงเซวี่ยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อเงาร่างตรงหน้าไม่ใช่ศัตรูจากสำนักกระบี่นภา... หากแต่เป็นบุคคลที่นางคิดว่าตายตกไปตั้งแต่สิบปีก่อน และบุคคลผู้นั้นกำลังถือกระบี่ประจำกายของอาจารย์นางเอง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุโลหิตเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ณ ที่นี้นะครับ
ปฐมบทวิถีไร้ลักษณ์: ทลายน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 9
รอดพ้นจากปากเหว
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปฐมบทวิถีไร้ลักษณ์: ทลายน้ำแข็งนิรันดร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!