หยาดโลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นกระทบผืนหิมะขาวโพลน ดุจดังหมู่มวลดอกเหมยที่ผลิบานท้าทายความหนาวเหน็บ ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว ณ หุบผาน้ำแข็งนิรันดร์
"หากเจ้าอยากได้นัก... ก็ลองมารับมันด้วยชีวิตของเจ้าเองก็แล้วกัน"
สุ้มเสียงของฉินเฟยหลงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่ากลับทรงพลังราวกับค้อนเหล็กที่ตกลงกลางจิตวิญญาณของผู้ฟัง รอบกายของเขาเวลานี้ ไอร้อนระอุสายหนึ่งพวยพุ่งทะยานเสียดฟ้า หลอมละลายเกล็ดน้ำแข็งรอบกายให้กลายเป็นไอหมอกสีขาวโพลนในพริบตา ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์แผ่ซ่านออกเป็นวงกว้าง กดทับบรรยากาศรอบด้านจนแทบหยุดหายใจ
เบื้องหน้าของเขาคือเงาร่างของผู้อาวุโสพรรคโลหิตทมิฬสามคนที่แผ่จิตสังหารเข้มข้น ดวงตาทั้งคู่แดงก่ำด้วยความโลภและโทสะ พวกมันมองกระบี่โบราณในมือของชายหนุ่มราวกับสุนัขป่าที่จ้องมองชิ้นเนื้ออันโอชะ
"ฮ่าๆๆๆ... ดี! ดีนัก! ศิษย์ไร้สำนักผู้หนึ่ง ถึงกับบังอาจสามหามถึงเพียงนี้ วันนี้ข้า 'พยัคฆ์โลหิต' ไป่หู จะถลกหนังหน้าของเจ้ามาทำเป็นปลอกกระบี่!"
สิ้นเสียงคำราม ร่างของไป่หูพลันหายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงเงาดำสายหนึ่งที่พุ่งทะยานแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ กรงเล็บโลหิตที่อาบไล้ด้วยพิษร้ายพุ่งตรงเข้าสู่จุดตายบริเวณหัวใจของฉินเฟยหลงในพริบตา
ความรวดเร็วนี้นับว่าตระการตายิ่ง สมเป็นยอดฝีมือผู้ผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน ทว่า... ฉินเฟยหลงกลับมิได้ขยับเขยื้อนกายแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นยังคงสงบนิ่งดุจผิวน้ำในบึงลึก
*ชิ้ง!*
เสียงคมกระบี่กระทบอากาศดั่งเสียงคำรามของมังกรหลับไหล ฉินเฟยหลงขยับข้อมือเพียงเล็กน้อย กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือพลันสะบัดออกเป็นวงโค้งอันงดงาม ทว่าแฝงไว้ด้วยรัศมีสังหารที่เฉียบคมจนสามารถผ่าแยกผืนฟ้าได้เป็นเสี่ยงๆ
"วิถีกระบี่ขั้นที่สาม... วารีกาลมรณะ"
เคล็ดวิชาที่สูญหายไปนับร้อยปีถูกถ่ายทอดผ่านปลายกระบี่ในมือของบุรุษผู้แบกรับความแค้นของสำนัก แสงกระบี่สีครามเข้มพุ่งทะลวงผ่านร่างของเงาดำนั้นในชั่วพริบตา ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเสียจนเสียงลมหายใจยังไม่ทันขาดห้วง
ไป่หูชะงักกงเล็บที่ค้างอยู่กลางอากาศ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างรุนแรง ก่อนที่รอยเส้นบางๆ จะปรากฏขึ้นบริเวณกลางลำตัว และในวินาทีต่อมา ร่างกายของยอดฝีมือพรรคโลหิตทมิฬก็ถูกตัดแบ่งออกเป็นสองซีก สาดกระเซ็นย้อมผืนหิมะขาวให้กลายเป็นสีแดงฉาน
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณอีกครั้ง ผู้อาวุโสอีกสองคนที่เหลือถึงกับใบหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว ความมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เกาะกุมขั้วหัวใจ
"ปีศาจ... เจ้ามันไม่ใช่คน!" หนึ่งในนั้นหวีดร้องเสียงหลง ขาพับอ่อนแรงจนทรุดลงคุกเข่ากับพื้น
ฉินเฟยหลงกวาดสายตามองพวกมันด้วยแววตาไร้ซึ่งความปรานี ปราณกระบี่ยังคงคละคลุ้งอยู่รอบกาย จ Sไอร้อนระอุเริ่มเปลี่ยนเป็นสีฟ้าครามอันเยือกเย็นสลับร้อนรุ่ม นี่คืออาการของการทะลวงขีดจำกัดแห่งวิชาบำเพ็ญเพียรที่แม้แต่ตัวเขาเองก็แทบจะควบคุมไม่อยู่
ในขณะเดียวกัน ที่เบื้องล่างของหน้าผาน้ำแข็ง มู่หรงเซวี่ยยืนสง่างามอยู่บนยอดกิ่งสนพันปี นางมองดูเหตุการณ์เบื้องบนด้วยแววตาที่ซับซ้อน แม้ใบหน้าจะยังคงเย็นชาดุจน้ำแข็งนิรันดร์ แต่ลึกเข้าไปในดวงเนตรคู่นั้นกลับฉายแววเป็นห่วงเป็นใยอย่างปิดไม่มิด
นางรับรู้ได้ถึงความผันผวนของพลังปราณในร่างของฉินเฟยหลง หากเขายังคงฝืนใช้วิชาลับสังหารนี้ต่อไป เส้นชีพจรปราณทั่วร่างจะต้องระเบิดออกอย่างแน่นอน
"เฟยหลง... หยุดมือเถอะ..." เสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบดังแว่วมาตามสายลม แม้จะแผ่วเบา แต่กลับส่งตรงถึงจิตสำนึกของชายหนุ่มได้อย่างแม่นยำ
ฉินเฟยหลงสะท้านเฮือกเล็กน้อย เขาหันกลับไปมองสตรีผู้ยืนอยู่ท่ามกลางเกล็ดหิมะโปรยปราย นางคือคนเดียวในยุทธภพนี้ที่ทำให้หัวใจอันด้านชาของเขาเกิดระลอกคลื่นแห่งความห่วงหาได้
ทว่า... ก่อนที่เขาจะทันได้เอื้อนเอวาใดๆ ออกมา ผืนฟ้าเบื้องบนที่เคยปลอดโปร่งกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สาเหตุ เมฆทมิฬหนาทึบก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับภาพวาดหมึกจีนที่ถูกแต้มด้วยความเกรี้ยวกราด สายฟ้าสีทองคำคำรามกึกก้องสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งอาณาจักรน้ำแข็ง
*เปรี้ยง!*
อสนีบาตสายหนึ่งฟาดผ่าลงมาจากสรวงสวรรค์ พุ่งตรงมายังจุดที่ฉินเฟยหลงยืนอยู่โดยตรง แรงกดดันระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะต้านทานได้ มันคือ "ทัณฑ์สวรรค์" ที่เกิดจากการฝืนวิถีฟ้าดินของยอดคน!
ดวงตาของฉินเฟยหลงหรี่แคบลงอย่างอันตราย เขายังไม่ทันได้ขยับตัว เงาร่างสีขาวสายหนึ่งก็พุ่งทะยานผ่านหน้าเขาไปราวกับภูตผี มู่หรงเซวี่ยขยับกายเข้าขวางหน้าอสนีบาตสายนั้น พร้อมกับกางเขตอาคมน้ำแข็งเก้าชั้นฟ้าขึ้นต้านทานพลังฟ้าดินด้วยตัวคนเดียว!
รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนมุมปากของชายหนุ่มปริศนาผู้หนึ่ง ที่ก้าวออกมาจากเงาไม้มืดมิดเบื้องหลัง พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง... ความรักของเซียนสาวแห่งยอดเขาหิมะกับจอมกระบี่ผู้ไร้พ่าย น่าเสียดายนัก ที่วันนี้... จะเป็นวันตายของพวกเจ้าทั้งคู่"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันเสมอนะครับ
ปฐมบทวิถีไร้ลักษณ์: ทลายน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 6
คมกระบี่สะท้านฟ้า
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปฐมบทวิถีไร้ลักษณ์: ทลายน้ำแข็งนิรันดร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!