"โลหิตบนคมกระบี่ของเจ้า... ยังร้อนเกินกว่าจะใช้อ้างความชอบธรรมใดในยุทธภพนะครับ"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสายน้ำใต้ธารน้ำแข็งดังขึ้น ทลายความเงียบงันภายในโรงเตี๊ยมร้างริมชายป่าม่านหมอก ฉินเฟยหลงไม่แม้แต่จะชายตามองร่างไร้วิญญาณของมือสังหารเดนตายจากพรรคมารที่เพิ่งร่วงหล่นลงแทบเท้า ดวงตาคมกริบคู่นั้นยังคงทอดมองไปยังความมืดมิดเบื้องนอก ที่ซึ่งเงาดำนับสิบกำลังเคลื่อนไหวราวกับฝูงพายัพย์ในยามวิกาล
กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายปราณมารที่กดดันจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยว
มู่หรงเซวี่ยยืนอยู่เบื้องหลังเขาครึ่งก้าว ร่างระหงห่อหุ้มด้วยอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศอันโสมمของแดนใต้ นางไม่ได้ชักกระบี่ออก ทว่าความเย็นเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างของเซียนสาวแห่งยอดเขาหิมะนิรันดร์กลับทำให้หยาดฝนที่โปรยปรายลงมาแข็งตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีครามร่วงหล่นลงพื้นราวกับเสียงกระดิ่งแก้ว
"พวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา... และเจ้าก็รู้ดีว่าเป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร" น้ำเสียงของมู่หรงเซวี่ยราบเรียบทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสจิตอันแหลมคม นางกวาดเนตรหยั่งรู้ชะตาฟ้าดินมองทะลุผ่านความมืดออกไป "พรรคมารทักษิณ... ยอมใช้ ‘ค่ายกลโลหิตหมื่นศพ’ เพื่อแลกกับการล้อมปราบเราถึงเพียงนี้ ดูท่าเบื้องหลังจะต้องมีผู้อาวุโสระดับสูงหนุนหลังอยู่ไม่น้อย"
ฉินเฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างบางเบา
"ต่อให้เป็นผู้อาวุโสสิบคน หรือแม้แต่จอมมารผู้ก่อตั้งพรรค หากพวกมันเหยียบบนเส้นทางที่ขวางหน้าข้า... คมกระบี่ในมือนี้ก็ย่อมไม่ไว้หน้าฟ้าดินเช่นกัน"
สิ้นเสียงคำประกาศกร้าว ปราณกระบี่ไร้ชื่อในร่างของฉินเฟยหลงก็พลุ่งพล่านขึ้นอย่างไร้การควบคุม พลังลมปราณสีครามเข้มข้นแผ่พุ่งออกรอบตัวจนพื้นไม้ของโรงเตี๊ยมแตกร้าวละเอียดเป็นผุยผง จิตวิญญาณกระบี่ในตันtian (จุดตันเถียน) ส่งเสียงร้องก้องกังวานราวกับโหยหาการอาบโลหิต นี่คือวิถีกระบี่ที่เขาบำเพ็ญเพียร
วิถีที่ไม่อิงแอบต่อฟ้าดิน วิถีที่ดื้อดึงและทระนงยิ่งกว่าสิ่งใด
*พรึบ!*
เงาดำสายหนึ่งพุ่งวาบเข้ามาด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าสายฟ้าแลบ ประกายแสงสีดำทมิฬพาดผ่านอากาศจนเกิดเสียงกรีดร้องของห้วงมิติ มือสังหารพรรคมารผู้ใช้ ‘วิชาเงาอสูรโลหิต’ ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหลังของฉินเฟยหลงในชั่วพริบตา คมมีดสั้นอาบยาพิษร้ายแรงพุ่งตรงไปยังจุดตายที่ท้ายทอยอย่างเหี้ยมโหด
ทว่า ฉินเฟยหลงราวกับมีตาหลัง ร่างกายขยับหลบโดยสัญชาตญาณ ปลายกระบี่ในฝักสะกิดตวัดต้านรับอย่างแม่นยำ
*เคร้ง!*
ประกายไฟสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด แรงปะทะทำให้โครงสร้างไม้ของโรงเตี๊ยมสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง มือสังหารพรรคมารผู้นั้นถึงกับใบหน้าถอดสี เมื่อพบว่าการลอบสังหารที่มั่นใจนักหนากลับถูกอีกฝ่ายปัดป้องได้อย่างง่ายดายราวกับปัดแมลงวัน
"ฝีมือแค่นี้... ยังกล้าอาจหาญมาท้าทายกระบี่ของสำนักเรากระนั้นหรือ?" ฉินเฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาลที่กดทับจนคู่ต่อสู้แทบกระอักเลือด
ก่อนที่มือสังหารจะทันได้ถอยหนี มู่หรงเซวี่ยก็สะบัดแขนเสื้อเบาๆ ไอเย็นยะเยือกพุ่งทะยานออกไปราวกับมังกรน้ำแข็ง พันธนาการร่างของมือสังหารผู้นั้นไว้ในชั่วพริบตา น้ำแข็งสีครามแผ่ขยายจากข้อเท้าขึ้นมาถึงลำคอ ใบหน้าของมือสังหารบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดทรมาน ก่อนที่ลมหายใจจะถูกความเย็นกัดกินจนดับสิ้นไป
ทว่า ความเงียบสงบไม่ได้กลับคืนมา... กลับกัน บรรยากาศรอบตัวในรัศมีร้อยลี้กลับยิ่งอึดอัดหนักหน่วงขึ้นเป็นทวีคูณ
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก้าวเข้ามาล้อมรอบโรงเตี๊ยมแห่งนี้ไว้ทุกทิศทุกทาง แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสูงแผ่ซ่านเข้ามาจนฟ้าดินแปรปรวน เมฆฝนบนท้องฟ้าม้วนตัวเป็นเกลียวพายุสีดำสนิท สายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางยอดไม้ใกล้ๆ จนเกิดเปลวไฟลุกท่วม
ฉินเฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาชักกระบี่ออกจากฝักเพียงครึ่งนิ้ว เสียงคมโลหิตเสียดสีกับฝักไม้ดังขึ้นบาดแก้วหู ราวกับเสียงคำรามเตือนจากยมโลก
"เฟยหลง..." มู่หรงเซวี่ยเอ่ยเรียกเบาๆ นางก้าวเข้ามาเคียงข้าง แววตาคู่สวยที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับทอประกายเด็ดเดี่ยว "ดูเหมือนว่า... เจ้าสำนักมารทักษิณจะมาด้วยตัวเองแล้ว"
บนยอดหลังคาโรงเตี๊ยม ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปักลวดลายอสูรโลหิตปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบ ราวกับเงาที่หลุดออกมาจากความฝันอันดำมืด ดวงตาสองข้างทอประกายสีแดงฉานราวกับโลหิตสดๆ กลิ่นอายรอบตัวแผ่ซ่านความชั่วร้ายที่ทำให้ผู้คนรู้สึกคลื่นไส้หายใจไม่ออก
"ฉินเฟยหลง... ในที่สุดข้าก็ตามหาตัวเจ้าพบ" เสียงแหบพร่าดั่งภูตผีดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ "จงมอบคัมภีร์วิถีไร้ลักษณ์และหัวใจกระบี่ของเจ้ามาซะ ดีกว่าต้องตายอย่างอนาถในดินแดนรกร้างแห่งนี้!"
ฉินเฟยหลงเงยหน้าขึ้นสบตากับจอมมารผู้นั้น รอยยิ้มบางเบาแต่ทระนงยิ่งกว่าภูผาปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขากระชับด้ามกระบี่ในมือแน่น ปราณกระบี่ไร้ชื่อระเบิดออกสู่ท้องฟ้า แหวกเมฆฝนสีดำจนเผยให้เห็นแสงจันทร์สีเงินนวลที่ส่องประกายลงมาอาบไล้คมกระบี่ให้เปล่งประกายเจิดจ้า
"หากเจ้าอยากได้นัก... ก็ลองมารับมันด้วยชีวิตของเจ้าเองก็แล้วกัน"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งแรงใจให้วิถีกระบี่นี้ก้าวเดินต่อไปด้วยกันนะครับ
ปฐมบทวิถีไร้ลักษณ์: ทลายน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 5
เงาจากแดนใต้
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปฐมบทวิถีไร้ลักษณ์: ทลายน้ำแข็งนิรันดร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!