ปฐมบทวิถีไร้ลักษณ์: ทลายน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 11

ข้ามพรมแดนแห่งเปลวเพลิง

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"เจ้าคิดจะเอาชีวิตไปทิ้งไว้ในทะเลทรายเพลิงจริงๆ หรือ ฉินเฟยหลง" สุ้มเสียงราบเรียบเย็นเยียบดุจธารน้ำแข็งใต้ขุนเขาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน มู่หรงเซวี่ยยืนตระหง่านอยู่บนเนินทรายที่เริ่มแปรเปลี่ยนสภาพจากดินร่วนซุยกลายเป็นกรวดทรายสีแดงฉานดั่งโลหิต แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดส่องลงมาจนขอบฟ้าดูคล้ายบาดแผลที่กำลังฉกรรจ์ ฉินเฟยหลงไม่ได้หันกลับไปมอง เขายังคงจ้องมองผ่านม่านความร้อนที่บิดเบี้ยวเบื้องหน้า ฝ่ามือหนากระชับด้ามกระบี่ไร้ชื่อที่สั่นระริกราวกับมันกำลังตื่นเต้นกับไอความร้อนที่แผ่พุ่งออกมาจากเบื้องล่างของผืนทราย "หากวิถีแห่งการล้างแค้นเปรียบดั่งการเดินบนคมกระบี่ ไม่ว่าข้างหน้าจะเป็นทะเลเพลิงหรือเหวนรก ข้าก็ไม่มีวันถอยหลังกลับครับ ท่านเซียน" "เจ้ามันดื้อรั้น" นางแค่นเสียง ทว่านัยน์ตาสีครามเข้มคู่นั้นกลับสั่นไหววูบหนึ่ง นางก้าวเข้ามาใกล้ แผ่นหลังของทั้งสองห่างกันเพียงลมหายใจ "เพลิงผลาญวิญญาณในทะเลทรายแห่งนี้มิใช่สิ่งที่มนุษย์จะทนทานได้ ต่อให้เจ้าบรรลุขั้นปราณกระบี่ตระหนักรู้แล้วก็ตาม หากปราณในกายขาดช่วงเพียงลมหายใจเดียว ร่างกายเจ้าจะมอดไหม้เหลือเพียงเถ้าถ่านในพริบตา" ฉินเฟยหลงหมุนกายกลับมา ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีสบประสานกับนัยน์ตาที่แฝงความห่วงใยภายใต้ความเย็นชา เขาคลี่ยิ้มจางๆ ก่อนจะหยิบจี้หยกน้ำแข็งที่นางเคยเคยมอบให้เมื่อครั้งรักษาอาการบาดเจ็บที่ยอดเขาหิมะขึ้นมาดู "เพราะข้ารู้ว่าข้ายังมีสิ่งนี้อยู่ต่างหากครับ... ที่จะคุ้มครองจิตวิญญาณข้าไว้" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มู่หรงเซวี่ยหลบสายตาไปทางอื่น เส้นผมสีขาวดุจหิมะของนางพลิ้วไหวตามแรงลมร้อนที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น ราวกับธรรมชาติกำลังเตือนว่าการบุกรุกข้ามพรมแดนครั้งนี้ มิใช่เรื่องที่โชคชะตาจะมองข้าม "ข้าไม่ได้ห่วงเจ้าหรอกนะ... ข้าเพียงแต่ไม่อยากให้คนที่จะพิสูจน์ความจริงเรื่องสำนักกระบี่ไร้ชื่อต้องตายก่อนจะได้เห็นความจริง" "ขอเพียงท่านอยู่เคียงข้างข้า..." ฉินเฟยหลงขยับเข้าใกล้อีกก้าว กลิ่นอายของความตายในอากาศถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นบางอย่างที่ยากจะอธิบาย "ความร้อนของทะเลเพลิงนี้ ก็เป็นเพียงไออุ่นที่ช่วยประคองให้เราก้าวเดินไปพร้อมกันเท่านั้น" ทันใดนั้น ผืนทรายเบื้องหน้าพลันแตกกระจาย! เสียงคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินแยกออกจากกัน เปลวไฟสีน้ำเงินครามพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าดุจเสาค้ำยันสวรรค์ ร่างของอสูรทรายที่ประกอบขึ้นจากหินลาวาและอักขระเวทโบราณปรากฏกายขึ้นขวางกั้นเส้นทาง มันไม่ใช่เพียงสัตว์อสูร แต่มันคือผู้เฝ้าประตูที่ถูกสาปแช่งให้เฝ้าขุมทรัพย์แห่งเบาะแสที่ฉินเฟยหลงต้องการ "เตรียมตัวให้ดีครับ" ฉินเฟยหลงกระซิบ กระบี่ไร้ชื่อถูกชักออกจากฝักอย่างนุ่มนวล ทว่าคมกระบี่กลับแผ่พุ่งไอสังหารจนอากาศโดยรอบสั่นสะท้าน "เราจะข้ามพรมแดนนี้ไปด้วยกัน" มู่หรงเซวี่ยดึงกระบี่น้ำแข็งนิรันดร์ออกมาจากความว่างเปล่า ละอองหิมะโปรยปรายรอบกายของนางตัดกับสีแดงฉานของทะเลทรายอย่างรุนแรง พลังปราณสองสาย—ความร้อนแรงดั่งไฟบรรลัยกัลป์และความเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งหมื่นปี—เข้าปะทะกันจนเกิดเป็นสายฟ้าแลบแปลบปลาบในอากาศ อสูรทรายคำรามลั่น มันเหวี่ยงหมัดที่ห่อหุ้มด้วยลาวาร้อนระอุเข้าใส่คนทั้งสอง ฉินเฟยหลงทะยานร่างออกไปดุจสายฟ้าฟาด เขาส่งปราณกระบี่เข้าไปในฝักกระบี่ ก่อนจะตวัดคมเหล็กเข้าปะทะกับกำปั้นลาวานั้น เสียงโลหะกระทบหินดังกังวานไปทั่วทุ่งทราย "มู่หรง! ใช้กระบวนท่าที่สามดึงความสนใจมันไว้ ข้าจะผ่าใจกลางของมัน!" มู่หรงเซวี่ยไม่รอช้า นางร่ายรำกระบี่ท่ามกลางเปลวเพลิง ละอองหิมะของนางกลายเป็นกริชน้ำแข็งนับพันเล่มพุ่งเข้าตรึงร่างอสูรทรายไว้ในกับดักแห่งความเย็น ฉากการต่อสู้เต็มไปด้วยความตระการตา ปราณหยินและหยางหมุนวนจนเกิดเป็นพายุหมุนขนาดย่อม ทว่า... ในจังหวะที่ฉินเฟยหลงกำลังจะเผด็จศึก เขากลับหยุดชะงัก สายตาของเขาสะดุดเข้ากับบางอย่างที่อยู่ลึกลงไปใต้ซากของอสูรทรายที่กำลังแตกสลาย มันมิใช่เบาะแสที่เขาตามหา แต่มันคือ 'ตราประทับกระบี่' ที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี... ตราประทับของศิษย์พี่ใหญ่ที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน! หัวใจของฉินเฟยหลงเต้นรัว ความสงสัยมหาศาลถาโถมเข้ามาแทนที่สัญชาตญาณนักรบ หากศิษย์พี่ใหญ่ยังไม่ตาย แล้วผู้ที่สั่งล้างสำนักในวันนั้นคือใครกันแน่? และที่สำคัญไปกว่านั้น... ในมือของอสูรทรายที่พยายามคว้าเขาก่อนตาย มันกลับชี้ไปยังทิศทางที่มู่หรงเซวี่ยยืนอยู่ด้วยสายตาที่แสดงความอาฆาตแค้นต่อ 'นาง' โดยเฉพาะ ฉินเฟยหลงค่อยๆ ลดกระบี่ลง ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้งท่ามกลางเปลวไฟที่เริ่มมอดดับลง เขาหันไปมองมู่หรงเซวี่ยที่ยืนหอบหายใจอยู่ไม่ไกล ใบหน้าของนางเรียบเฉย ทว่าแววตากลับหลบวูบไปทันทีที่ประสานสายตากับเขา "ท่านรู้ใช่หรือไม่..." ฉินเฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "ว่าศิษย์พี่ใหญ่ของข้าอยู่ที่นี่... และท่านเองก็รู้ว่าทำไมเขาถึงต้องตาย" มู่หรงเซวี่ยไม่ได้ตอบ แต่ในจังหวะนั้นเอง อักขระเวทสีดำบนพื้นทรายพลันส่องแสงสว่างวาบ ร่างของนางถูกดึงดูดเข้าหาใจกลางของพายุทรายที่ก่อตัวขึ้นใหม่ด้วยแรงมหาศาล ฉินเฟยหลงพุ่งเข้าไปหมายจะคว้ามือของนางไว้ ทว่าเขากลับสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่า "ฉินเฟยหลง! อย่าตามมา!" นั่นคือคำพูดสุดท้ายก่อนที่นางจะหายวับไปพร้อมกับพายุทราย ทิ้งให้เขาเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางทะเลทรายเพลิงที่กลับมาลุกโชนรุนแรงกว่าเดิม และที่ปลายเท้าของเขา... ด้ามกระบี่ของศิษย์พี่ใหญ่ที่หักครึ่งถูกเสียบไว้บนทราย พร้อมกับหยดเลือดสดๆ ที่ยังคงอุ่นอยู่! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุโลหิตเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ณ ที่นี้นะครับ หมื่นกระบี่คืนรัง
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปฐมบทวิถีไร้ลักษณ์: ทลายน้ำแข็งนิรันดร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%