กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ไม่ได้ช่วยลดทอนความร้อนรุ่มที่กำลังแผดเผาอยู่ในอกของรินรดาลงได้เลยแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นกันแดดทรงโตจับจ้องร่างสูงใหญ่ที่กำลังคุกเข่าลงข้างหนึ่งบนพื้นพรมราคาแพง เพื่อย่อตัวให้ระดับสายตาเสมอกับเด็กชายวัยสามขวบ
ภาพผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่ง เย็นชา และไม่เคยชายตานองมองใคร กำลังถือหุ่นยนต์แปลงร่างรุ่นล่าสุดไว้ในมือ พยายามฉีกยิ้มที่ดูเก้ๆ กังๆ จนกล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกเกร็ง มันช่างเป็นภาพที่น่าขัน... และน่าสมเพชในเวลาเดียวกัน
"คุณอาซื้อหุ่นยนต์นี่ให้นะครับ... ชอบไหมครับคนเก่ง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยใช้ตวาดไล่เธออย่างไร้เยื่อใย บัดนี้กลับดัดแปลงให้อ่อนโยนและนุ่มนวลเสียจนน่าคลื่นไส้ ภาคินกำลังพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อซื้อใจ "น้องภีม" ลูกชายในสายเลือดที่เขาเคยปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเมื่อหลายปีก่อน
รินรดากำมือเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดในอดีตพวยพุ่งขึ้นมาอีกครั้งราวกับมีใครเอามีดกรีดซ้ำลงบนแผลเดิม ผู้ชายคนนี้กำลังเล่นละครตบตาใคร เพื่อชดเชยความรู้สึกผิดบาปในใจ หรือเพื่อสนองนี้ดความเห็นแก่ตัวกันแน่?
"ฮืม... ภีมมีแล้วครับ คุณอาเก็บไว้เถอะครับ"
เสียงใสแจ๋วของน้องภีมตอบกลับอย่างสุภาพตามที่ผู้เป็นแม่พร่ำสอน เด็กชายเอามมือไขว้หลังไว้ ไม่ยอมรับของเล่นราคาแพงชิ้นนั้น ดวงตากลมโตใสแป๋วไร้เดียงสาช้อนมองภาคินด้วยความสงสัยระคนระวังตัว โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่าสายตาคู่นั้นถอดแบบมาจากใคร
ภาคินชะงัก รอยยิ้มค้างเติ่งบนใบหน้า ความปฏิเสธอย่างไร้เดียงสาแต่เฉียบขาดของเด็กชาย ทำให้หัวใจที่ด้านชาของนักธุรกิจหนุ่มกระตุกวาบ ความรู้สึกเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาไม่ต่างอะไรกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่
"เอ่อ... ภีมไม่ชอบหรอครับ หรืออยากได้อะไรบอกคุณอาได้เลยนะ คุณอาซื้อให้ได้ทุกอย่าง..." ภาคินพยายามตื๊อ มือหนายื่นกล่องของเล่นเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด แววตาไหวระริกด้วยความคาดหวังที่เจือความหวาดกลัวลึกๆ กลัวว่าเด็กน้อยคนนี้จะไม่ยอมรับเขา กลัวว่าสายใยสายเลือดจะถูกตัดขาดโดยสมบูรณ์
"พอเถอะค่ะคุณภาคิน"
รินรดาตัดสินใจก้าวเข้าไปแทรกกลางระหว่างผู้ชายทั้งสองคน ร่างบางในชุดเดรสยาวสีเอิร์ธโทนดูสง่างามและเด็ดเดี่ยว เธอเอื้อมมือไปจูงมือเล็กๆ ของลูกชายเข้าหาตัวอย่างปกป้อง ดวงตาคู่คมตวัดมองอดีตสามีด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและเย็นชาไร้ก้นบึ้ง
ภาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของเขาค้ำหัวเธอจนเกิดเงาทาบทับ แต่รินรดาในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอคนเดิมที่ยอมก้มหน้าให้เขาเหยียบย่ำหัวใจอีกต่อไปแล้ว
"ริน... ผมแค่อยากซื้อของให้ลูก ผมผิดมากเหรอที่อยากทำหน้าที่อา... เอえ... ทำหน้าที่คนรู้จัก" ภาคินเกือบหลุดปากคำว่าพ่อ เขาชะوะคำพูดไว้ทันเมื่อเห็นสายตาตักเตือนและเย้ยหยันจากหญิงสาว
"หน้าที่เหรอคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยหยดน้ำตาแห่งความระทมในอดีต "คำนี้มันช่างตลกสิ้นดีนะคะคุณภาคิน วันที่คุณควรจะทำหน้าที่... คุณเลือกที่จะเดินหนี วันที่คุณควรจะปกป้องลูก คุณเลือกที่จะผลไสไล่ส่งเราสองคนแม่ลูก... แล้วตอนนี้คุณมาทำเป็นใจดี หยิบยื่นเศษเงินและของเล่นราคาแพง เพื่อแลกกับการได้เข้าใกล้ลูกฉันงั้นเหรอคะ? ฝันไปเถอะค่ะ!"
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ทำให้ภาคินพูดไม่ออก เขากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาตลอดหลายเดือนหลังหย่าร้าง ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเป็นร้อยเท่าเมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายที่เขาสร้างขึ้นมาเอง
"ริน... ผมรู้ว่าผมเลว ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันอภัยให้ไม่ได้... แต่ให้โอกาสผมได้แก้ตัวเถอะนะ อย่างน้อยก็ในฐานะ..."
"ไม่มีฐานะอะไรทั้งนั้นค่ะ!" รินรดาตัดบทเสียงกร้าว ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเก็บกดไว้ "จำใส่สมองของคุณเอาไว้ให้ดีนะคะคุณภาคิน ว่าลูกคนนี้เกิดมาจากความรักและความเสียสละของฉันคนเดียว ไม่เกี่ยวกับผู้ชายใจร้ายอย่างคุณ! และต่อให้คุณจะเอาเงินมากองตรงหน้าเท่าไหร่ หรือทำดีด้วยแค่ไหน... คุณก็ไม่มีวันได้หัวใจของลูกฉันไปหรอกค่ะ!"
พูดจบ รินรดาก็ก้มลงอุ้มร่างเล็กของน้องภีมขึ้นแนบอก เธอหันหลังให้ผู้ชายไร้ค่าคนนั้นทันทีโดยไม่แม้แต่จะชายตากลับมามองอีก พลางกระชับอ้อมกอดลูกชายแน่นราวกับกลัวว่าจะมีใครมาพรากแก้วตาดวงใจนี้ไปจากอก
ภาคินยืนนิ่งค้างท่ามกลางผู้คนมากมายที่เดินขברתไปมาในห้างสรรพสินค้า ภาพแผ่นหลังที่ตั้งตรงและเด็ดเดี่ยวของอדיתภรรยา บีบเค้นหัวใจของเขาจนแทบแหลกสลาย ความรู้สึกพ่ายแพ้และโดดเดี่ยวถาโถมเข้ามาซัดจนเขาเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว
มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ เขาจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม เขาก็จะทวงคืนทั้งเมียและลูกกลับมาสู่อ้อมอกให้จงได้!
ทว่า... ในขณะที่ภาคินกำลังตั้งปฏิญาณตนด้วยความมุ่งมั่น สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นตาของใครบางคนกำลังเดินเลี้ยวมาจากมุมเสาฝั่งตรงข้าม
ผู้ชายร่างสูงโปรดในชุดสูทเนี๊ยบเฉียบ กวินทร์... คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจที่กำลังก้าวเข้าไปหารินรดาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ พร้อมกับยื่นถุงไอศกรีมแบรนด์โปรดให้น้องภีมอย่างสนิทสนมราวกับเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน!
ภาพนั้นทำให้เส้นเลือดในขมับของภาคินเต้นตุบๆ ความหึงหวงและโทสะพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดจนแทบควบคุมสติไม่อยู่ เมื่อเห็นศัตรูหัวใจกำลังฉวยโอกาสเข้าหาลูกเมียของเขาในยามที่เขากำลังอ่อนแอที่สุด!
ภาคินก้าวเท้าพรวดพราดหมายจะพุ่งเข้าไปกระชากตัวกวินทร์ให้ออกห่างจากครอบครัวของตน แต่ทว่า... จังหวะก้าวเดินที่กำลังจะพุ่งทะยานออกไปนั้น กลับต้องหยุดชะงักลงทันที เมื่อหางตาของเขาเหลือบไปเห็นเอกสารแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ทของกวินทร์ที่เพิ่งเดินสวนผ่านไป
มันคือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ประทับตราลับสุดยอดจากห้องปฏิบัติการตรวจพันธุศาสตร์ชื่อดัง และที่หน้าซองนั้น... มีชื่อของ "รินรดา" และ "ผลตรวจ DNA" ตัวโตเด่นชัดสะท้อนเข้าตาเขาเต็มๆ!
หัวใจของภาคินหยุดเต้นไปชั่วขณะ ลลมหายใจสะดุดกึกเมื่อความจริงบางอย่างที่ถูกปิดตายกำลังจะถูกกระชากหน้ากากออกมาในเสี้ยววินาทีนี้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบบทนี้ค่ะ - เมฆหมอกสีชมพู
พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ•ตอนที่ 14
การเข้าหาเด็กน้อย
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!