แฟ้มเอกสารสีครีมหนาปึ้กที่ถูกโยนลงบนโต๊ะไม้ราคาแพงในห้องทำงานส่วนตัว ส่งเสียงกระทบเนื้อไม้ดังทึบ สะท้อนความหงุดหงิดที่อัดแน่นอยู่ในอกของชายหนุ่มผู้กุมอำนาจเหนืออาณาจักรธุรกิจนับพันล้าน
รินรดากะพริบตาช้าๆ เพื่อปรับโฟกัสสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ไปยังร่างสูงสง่าของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "อดีตสามี" ชายหนุ่มที่เคยเมินเฉยต่อหยดน้ำตาของเธอมาตลอดหลายปี แต่วันนี้ เขากลับยืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไว้ด้วยประกายตาแห่งการคุกคาม
“คุณหมายความว่ายังไงคะ ภาคิน” น้ำเสียงของหญิงสาวนิ่งสนิท แม้หัวใจข้างในจะเต้นรัวด้วยความระแวง เธอปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความเยือกเย็นในแววตาคู่นั้น ทำให้เธอนึกถึงความหวาดกลัวในอيامเก่าก่อน วันเวลาที่เธอเคยเป็นเพียงนกน้อยในกรงทองที่เขาขีดเส้นตายให้มีชีวิตอยู่ตามอำเภอใจ
“สัญญาว่าจ้างพิเศษระหว่างบริษัทของคุณ กับเครือโรงแรมในเครือของผม... ถูกยกเลิกทั้งหมดแล้วครับ รินรดา”
คำพูดราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งถูกเอื้อnออกมาราวกับมันเป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศ ภาคินก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเธอทีละน้อย กลิ่นกายหรูหราประจำตัวที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีลอยมาแตะจมูก ปลุกเร้าความทรงจำอันเจ็บปวดที่เธอพยายามฝังกลบมันลงไปในหลุมศพแห่งกาลเวลา
“คุณทำแบบนี้ทำไม!” รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ศักดิ์ศรีที่เธอใช้หยาดเหงื่อและคราบน้ำตาแลกมา ไม่ยอมให้เธอก้มหัวให้อำนาจเงินตราของเขาอีกต่อไป “โปรเจกต์นั้น ทีมงานของฉันทุ่มเทแรงกายแรงใจมาหลายเดือน คุณมีสิทธิ์อะไรมาใช้อารมณ์ส่วนตัวทำลายมัน!”
“สิทธิ์เหรอครับ?” ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มของเขาไปไม่ถึงดวงตา ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสำนักงานขนาดกะทัดรัดแต่เป็นระเบียบเรียบร้อยของเธอด้วยความดูแคลน “ในฐานะนักธุรกิจ ผมมีสิทธิ์เลือกคู่ค้าที่ดีที่สุด และในฐานะ... อดีตสามี ผมมีสิทธิ์ที่จะพังทุกอย่างที่คุณสร้างขึ้นมาด้วยมือเปล่า เพื่อบังคับให้คุณรู้ว่า... คุณไม่มีวันหนีพ้นเงื้อมมือผมไปได้หรอก รินรดา”
คลื่นใต้น้ำแห่งอำนาจและการบงการกำลังแผ่ขยายตัวอย่างเงียบเชียบ แต่มันรุนแรงพอที่จะซัดสาดทุกสิ่งที่เธอเพียรสร้างให้พังทลายลงในชั่วพริบตา ภาคินไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่เขามาเพื่อประกาศสงคราม สงครามที่เขาถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู ทั้งเงินทุน เส้นสาย และอำนาจมืดในโลกธุรกิจที่เธอไม่มีทางต่อกรได้ลำพัง
“คุณมันคนเห็นแก่ตัว ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะคะ” รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนขอบตาร้อนผ่าว แต่เธอจะไม่ยอมร้องไห้ให้ผู้ชายใจร้ายคนนี้เห็นเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด “คิดเหรอคะว่าใช้วิธีสกปรกแบบนี้แล้วฉันจะยอมวิ่งไปซบแทบเท้าคุณ ฝันไปเถอะค่ะ!”
“ปากเก่งขึ้นเยอะนี่ครับ ตั้งแต่ออกไปจากบ้านหลังนั้น” ภาคินย่างสามขุมเข้าไปประชิดตัว ร่างสูงใหญ่กักขังเธอไว้ระหว่างโต๊ะทำงานกับแผงอกกว้าง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนจนเธอนึกอยากจะผลักเขาออกให้พ้นทาง “แต่ระวังหน่อยเถอะครับ ความอวดดีของคุณ อาจจะทำให้คนที่คุณรักที่สุด... ต้องเดือดร้อนไปด้วย”
คำขู่ที่แฝงมากับน้ำเสียงกระซิบพร่าทำเอารินรดาชะงัก หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อนึกถึงสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต
*‘น้องภีม’*
ลูกชายตัวน้อยผู้เป็นดั่งดวงใจและลมหายใจเดียวของเธอในเวลานี้ ภาคินไม่มีทางรู้เรื่องเด็กคนนี้เด็ดขาด! ถ้าเขารู้ว่าเทยแอบซ่อนทายาทสายเลือดแท้ๆ ของเขาไว้ตลอดสามปีเต็ม ความหายนะที่แท้จริงคงจะมาเยือนชีวิตเธอกับลูกอย่างแน่นอน
“คุณหมายความว่ายังไง... อย่าเอาคนรอบตัวฉันมาเกี่ยวข้องนะ!” เธอกัดฟันกรอด พยายามผลักอกแกร่งออกสุดแรง แต่เขากลับนิ่งสนิทราวกับภูเขาหินผา
“ถ้าไม่อยากให้ใครเดือดร้อนพรุ่งนี้เช้า...” ภาคินโน้มใบหน้าลงมา กระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นที่ชวนให้ขนลุกซู่ “เก็บกระเป๋า แล้วย้ายกลับไปอยู่ที่เพนต์เฮาส์กับผมซะดีๆ ไม่อย่างนั้น... ผมจะทำให้บริษัทดีไซน์เล็กๆ ของคุณล้มละลายภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง และต่อให้คุณดิ้นรนไปฟ้องใคร ก็ไม่มีใครกล้าช่วยคุณหรอก รินรดา”
รินรดาสะอึกในลำคอ ความกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามาจนแทบหายใจไม่ออก นี่คือแผนการทวงคืนครอบครัวในแบบฉบับของภาคิน ผู้ชายที่ไม่เคยเรียนรู้คำว่า "ความรัก" รู้วิธีการใช้เพียง "อำนาจและการบงการ" เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการมาครอบครอง โดยไม่สนเลยว่าหัวใจของคนถูกกระทำแหลกสลายไปมากแค่ไหนแล้ว
ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะเปิดปากปฏิเสธคำสั่งอันไร้เหตุผลนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความตึงเครียด หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากโรงเรียนอนุบาลของลูกชาย พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนด่วนที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอหยุดหมุนทันที
*“คุณแม่น้องภีมคะ รบกวนมารับน้องด่วนเลยค่ะ พอดีมีคุณผู้ชายแปลกหน้าอ้างว่าเป็นคุณพ่อ มารับน้องออกไปจากโรงเรียนแล้วค่ะ!”*
รินรดาหน้าซีดเผือก โทรศัพท์ในมือร่วงหล่นลงกระแทกพื้นเสียงดังเพล้ง เธอนัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด หันขวับกลับมามองหน้าอดีตสามีที่ยืนยันรอยยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า
และก่อนที่เธอจะได้กรีดร้องใส่หน้าเขา ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของกวินทร์ คู่ปรับตัวฉกาจของภาคิน ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับจูงมือเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มถอดแบบมาจากภาคินไม่มีเพี้ยน... เข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้องท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นเยียบราวน้ำแข็ง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบบทนี้ค่ะ - เมฆหมอกสีชมพู
พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ•ตอนที่ 13
คลื่นใต้น้ำ
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!