เสียงฉีกกระดาษซองสีขาวนวลดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน กลิ่นอายของกระดาษเอกสารทางการแพทย์จากห้องปฏิบัติการชื่อดังลอยกรุ่นเคล้ากับบรรยากาศตึงเครียดในห้องทำงานส่วนตัวของโรงพยาบาลเอกชนหรู
รินรดากำมือทั้งสองข้างเข้าหากันแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อฝ่ามือ ความหวาดหวั่นระคนความโกรธเกรี้ยวในอดีตกำลังตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ดวงตากลมโตที่เคยอ่อนแอและมีแต่น้ำตาคลอหน่วยในวันเก่าบัดนี้ฉายแววเด็ดเดี่ยวและแข็งกร้าว เธอกวาดตามองร่างสูงสง่าของภาคิน อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี ชายหนุ่มผู้ซึ่งยืนนิ่งค้างราวกับรูปปั้นหินสลัก ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในอกขณะที่สายตาคมกริบจับจ้องอยู่ที่กระดาษแผ่นบางในมือของแพทย์เจ้าของไข้
"ผลตรวจ... ออกมาแล้วใช่ไหมครับคุณหมอ"
น้ำเสียงของภาคินแหบพร่าและสั่นเทาอย่างที่รินรดาน้อยครั้งนักจะได้ยิน ชายหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน บัดนี้กลับมีเหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผม แววตาที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นระคนความคาดหวังอย่างสุดซึ้ง เขารู้ดีว่าหากผลลัพธ์ออกมาเป็นอย่างที่ใจปรารถนา มันหมายถึงตราบาปและความผิดพลาดอันใหญ่หลวงที่เขาได้กระทำลงไปกับผู้หญิงตรงหน้า แต่มันก็หมายถึงสายใยเลือดเนื้อเชื้อไขที่ปฏิเสธไม่ได้เช่นกัน
แพทย์วัยกลางคนถอนหายใจยาวนานก่อนจะวางกระดาษแผ่นสำคัญลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส ตัวเลขและข้อความทางพันธุศาสตร์ถูกพิมพ์ไว้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้งจนไม่มีช่องว่างให้สงสัย
"จากผลการวิเคราะห์ DNA เทียบเคียงระหว่างเด็กชายภัทรกร หรือน้องภีม กับคุณภาคิน... ผลปรากฏว่ามีความสอดคล้องตรงกันร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ"
ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจในวันที่ไม่มีเค้าโครงพายุ ภาคินเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว ราวกับแรงโน้มถ่วงรอบตัวหายวับไปชั่วขณะ ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้นห้อง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยซีดเผือดลงจนน่ากลัว หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำรุนแรงจนเจ็บแปลบไปหมด
*พ่อที่แท้จริง...*
คำคำนี้ก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพความทรงจำอันโหดร้ายที่เขาเคยตะคอกใส่รินรดาในวันที่เธอกล่าวอ้างเรื่องตั้งครรภ์ ภาพที่เขาผลักไสไล่ส่งเธอให้ออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใยโดยปราศจากการรับฟัง ภาพที่เขาเคยดูถูกเหยียดหยามว่าเด็กในท้องอาจเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของชายอื่น ย้อนกลับมาทุบตีหัวใจของเขาอย่างสาสมและเจ็บปวดเจียนตาย
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงหยดน้ำตาแห่งความอัดอั้นตันใจที่ไหลรินอาบสองแก้มอย่างเงียบงัน เธอรีบยกหลังมือขึ้นปาดมันทิ้งอย่างรวดเร็ว ปฏิเสธความอ่อนแอที่หลงเหลืออยู่ เธอไม่ต้องการให้เขาเห็นความพ่ายแพ้ของเธออีกต่อไป
"ได้ยินชัดเจนแล้วสินะคะ คุณภาคิน" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ผู้ชายคนที่คุณเคยตราหน้าว่าเป็นแค่ผู้หญิงสำส่อน... เด็กที่คุณเคยบอกว่าเป็นภาระและไม่ใช่สายเลือดของคุณ... ตอนนี้ผลลัพธ์มันประจักษ์ชัดเจนคาตาแล้วนะคะคุณพ่อผู้แสนประเสริฐ"
ภาคินเงยหน้าขึ้นมองอดีตภรรยา ดวงตาคู่คมแดงก่ำ รื้นไปด้วยหยดน้ำตาที่เขาพยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ ความรู้สึกผิดมหาศาลถาโถมเข้าใส่จนเขาแทบหายใจไม่ออก เขาก้าวเท้าเข้าไปหารินรดาอย่างช้าๆ ราวกับคนสำนึกผิดที่กำลังคุกเข่าวิงวอนต่อหน้าบัลลังก์พิพากษา
"ริน... ผม... ผมขอโทษ" เสียงของภาคินสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ มือหนาที่เคยใช้เซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใยบัดนี้สั่นเทาขณะเอื้อมออกไปหมายจะแตะต้องข้อแขนเรียวบางของเธอ "ผมมันเลว... ผมมันโง่เง่าที่สุดที่ทำลายครอบครัวของเรา ผมทำร้ายคุณกับลูก..."
"ถอยไปค่ะ! อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" รินรดาผถอยกรูดด้วยความรังเกียจ ดวงตาคู่สวยลุกโชนด้วยเพลิงแห่งความโกรธแค้นที่ถูกกักเก็บไว้แรมปี เธอมองเขาด้วยสายตาที่เยียบเย็นราวกับมองคนแปลกหน้า "อย่ามาใช้คำว่า 'ครอบครัว' กับคนที่คุณเป็นคนทำลายมันด้วยมือของคุณเอง คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะพูดคำนั้นด้วยซ้ำ!"
"รินรดา ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันให้อภัยไม่ได้..." ภาคินละล่ำละลักพูด น้ำตาหยดแรกไหลรินลงมาตามแก้มสากอย่างไม่อายฟ้าดิน ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลยอมก้มหัวและทำลายศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มีลงตรงหน้าผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำ "ให้โอกาสผมได้ไถ่บาป ได้ไหมริน... ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ ได้ดูแลคุณกับลูก ชดใช้เวลาทั้งหมดที่ผมพรากไปจากพวกคุณ..."
"ชดใช้เหรอคะ?" รินรดาเอ่ยทวนคำ ยิ้มเยาะหยันที่มุมปากยิ่งทำให้เธอดูงดงามทว่าน่ากลัวในเวลาเดียวกัน "คุณเอาเวลาสามปีที่ฉันต้องอุ้มท้องร้องไห้ลำพัง เอาความรู้สึกของเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ที่ไม่มีพ่อคอยอุ้มชูในวันที่เขาล้มคืนกลับมาได้ไหมล่ะคะ? ความเจ็บปวดที่ฉันได้รับมันตีราคาเป็นเงินทองหรือความพยายามของคุณในตอนนี้ไม่ได้หรอกค่ะภาคิน!"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบระเบิด ภาคินเจ็บปวดจนพูดไม่ออก ทุกคำพูดของรินรดาราวกับคมมีดที่กรีดแทงลงบนแผลสดซ้ำๆ แต่เขารู้ดีว่าเขาสสมควรได้รับมัน เขาสมควรได้รับบทเรียนราคาแพงนี้เพื่อแลกกับการได้เธอกับลูกกลับคืนมา แม้ว่ามันจะริบหรี่เสียยิ่งกว่าแสงเทียนในพายุฝนก็ตาม
ในจังหวะที่ความเงียบงันและคราบน้ำตาปกคลุมไปทั่วห้องนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งก่อนที่บานประตูจะเปิดออกโดยไม่รอให้อذنอนุญาต ร่างสูงโปรดปรานของกวินทร์ คู่แข่งทางธุรกิจผู้เจ้าเล่ห์และเป็นหนามยอกอกของภาคินก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ในมือของเขามีแฟ้มเอกสารบางอย่างที่ดูราวกับระเบิดเวลาลูกใหม่
"ขอโทษทีครับที่ขัดจังหวะครอบครัวกำลังปรับความเข้าใจกัน... แต่ดูเหมือนว่าผมจะมี 'ข่าวดี' อีกเรื่องที่อาจจะทำให้คุณภาคินต้องเปลี่ยนสีหน้าเลยทีเดียวล่ะครับ"
รินรดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ขณะที่ภาคินหันขวับไปจ้องหน้ากวินทร์ด้วยแววตาดุดราวดรุณีหิวกระหายเลือด สัญชาตญาณเตือนภัยในตัวของนักธุรกิจหนุ่มบอกทันทีว่า การปรากฏตัวของกวินทร์ในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และมันจะต้องนำพาหายนะครั้งใหม่มาสู่พวกเขาทั้งหมดอย่างแน่นอน!
--------------------------------------------------
*ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบบทนี้ค่ะ - เมฆหมอกสีชมพู*
พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ•ตอนที่ 12
ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนชีวิต
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!