กลิ่นอายความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศราคาแพงในห้องทำงานส่วนตัว ไม่ได้ทำให้บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ลดความคุุกกรุ่นลงเลยแม้แต่น้อย รินรดา Standing ตรงนั้น ด้วยท่าทีที่นิ่งสงบ ทว่าแววตาคู่สวยกลับแข็งกร้าวราวกับถูกเคลือบไว้ด้วยน้ำแข็งหนาทึบ เธอมองผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยยอมลดศักดิ์ศรีคุกเข่าขอร้องให้เขาหันมามอง... แต่วันนี้ ใบหน้าคมคายของภาคินกลับเต็มไปด้วยร่องรอยของความสำนึกผิดระคนความดื้อรั้นที่ยังคงเส้นคงวา
"คุณต้องการอะไรอีกคะ ภาคิน"
น้ำเสียงหวานที่เคยสั่นเครือในอดีต บัดนี้กลับเรียบนิ่งและเยชาเสียจนคนฟังรู้สึกเจ็บแปลบที่กลางอก ภาคินขยับตัวเข้าหาช้าๆ ดวงตาคมกริบฉายแวววอนขออย่างที่คนอย่างเขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อนตลอดชีวิตการเป็นนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่
"ผมแค่อยากเริ่มต้นใหม่... ริน ให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่พ่อและสามีที่ถูกต้องสักครั้งเถอะนะ ผมรู้ว่าผมมันเลว ชั่วช้า และทำลายชีวิตคุณกับลูกแค่ไหน แต่ขอร้องล่ะ... ให้ผมได้ไถ่บาป"
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงหยดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดที่เอ่อคลอหน่วยขึ้นมาประจานความทรงจำอันเลวร้ายในอดีต เธอถอยหลัง1ก้าวเพื่อเว้นระยะห่างราวกับเขามีเชื้อโรคที่น่ารังเกียจ
"ไถ่บาปงั้นเหรอคะ? คุณคิดว่าคราบเลือดหยาดน้ำตาที่ฉันต้องทนกลืนกินมันลงไปในวันที่คุณไล่ฉันออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย มันจะถูกลบล้างด้วยคำพูดสวยหรูพวกนี้ได้จริงๆ น่ะหรือคะ ภาคิน!"
ร่างบางพรั่งพรูความอัดอั้นตันใจออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว มือเรียวบางกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อระงับความสั่นเทา
"คุณลืมไปแล้วหรือไงคะว่าอดีตเลวร้ายที่คุณสร้างขึ้นมันฝังรากลึกแค่ไหน! ผู้หญิงที่คุณเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนไม่เหลือชิ้นดีในวันนั้น วันนี้เธอกลับมายืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง โดยไม่มีเศษเงินเน่าๆ ของคุณมาเจือจาน และสิ่งที่น่ากลัวที่สุด... คือเงาหัวใจปีศาจของคุณ มันยังคงตามมาหลอกหลอนฉันกับลูกไม่เลิกรา!"
ภาคินนิ่งงัน คำพูดแต่ละคำของเธอบาดลึกเข้า ณาตยภาพหัวใจของเขา ราวกับมีคมมีดกรีดซ้ำลงบนแผลเดิมที่ไม่มีวันหายสนิท เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอด้วยความลืมตัว มือหนาเอื้อมหมายจะคว้าเรียวแขนเล็กมาประคอง แต่รินรดากลับสะบัดออกอย่างรุนแรงราวกับโดนของร้อน
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน! เลิกวุ่นวายกับชีวิตฉันและน้องภีมเสียที ถ้าคุณยังมีความเป็นคนหลงเหลืออยู่บ้าง... ก็ปล่อยให้เราสองแม่ลูกได้ตายไปจากความทรงจำของคุณเสียเถอะค่ะ!"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจที่หอบสะท้านของคนทั้งคู่ ภาคินหน้าซีดเผือด หัวใจของเขาบีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ซัดถล่ม ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะเอื้อนเอ่ยคำร้องขอร้องอ้อนวอนออกมาอีกครั้ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ราวกับโลกใบนี้จงใจกลั่นแกล้งเขา
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
ประตูห้องทำงานเปิดผางออกโดยไม่รอให้อณุญาต ร่างสูงโปรดของ 'กวินทร์' คู่ปรับตัวฉกาจก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก ในมือของเขามีซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาที่ส่งกลิ่นอายอันตรายลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
"อุ๊ย... ผมเข้ามาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของอดีตสามีภรรยาคู่นี้หรือเปล่าครับเนี่ย?" กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท สายตาคมปลาบกวาดมองทั้งคู่ด้วยความสนุกสนาน ก่อนจะหยุดนิ่งที่ใบหน้าซีดเซียวของรินรดา
ภาคินหันขวับไปมองหน้าคู่ปรับด้วยแววตาดุดลุกโชนด้วยโทสะ "แกเข้ามาทำอะไรที่นี่! ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้!"
กวินทร์ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าภาคิน เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวกระจกดังทึบ แต่มันกลับดึงดูดสายตาของรินรดาให้มองตามด้วยความหวาดหวั่นอย่างประหลาด
"ใจร้อนไปได้ครับคุณภาคิน... ผมไม่ได้มาหาเรื่องคุณหรอก แต่ผมแค่เอา 'ความจริง' ที่คุณพยายามซ่อนไว้ มาให้คุณตาสว่างต่างหากล่ะครับ" กวินทร์ยิ้มเหี้ยมเกรียม "เปิดดูสิครับ... ผลตรวจ DNA ล่าสุดระหว่างคุณ กับเด็กชายภีม ลูกชายที่คุณรักนักรักหนา... มันอาจจะทำให้คุณรู้ซึ้งถึงคำว่า 'นรกย่อมๆ' ที่แท้จริง ว่าบางที... เด็กคนนั้นอาจจะไม่ใช่สายเลือดของคุณเลยแม้แต่นิดเดียว!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบบทนี้ค่ะ - เมฆหมอกสีชมพู
พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ•ตอนที่ 15
คำพูดที่ทิ่มแทง
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!