กลิ่นคาวสนิมเหล็กคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อมันฟุ้งกระจายจนน่าคลื่นไส้ เสียงสัญญาณชีพจากจอมอนิเตอร์หัวเตียงดัง ‘ติ๊ด... ติ๊ด...’ เป็นจังหวะสม่ำเสมอที่ตอกย้ำว่าคนบนเตียงยังคงหายใจ แต่มันช่างเป็นลมหายใจที่เปราะบางเหลือเกินในความรู้สึกของรินรดา
ดวงตาคู่สวยที่ผ่านการร้องไห้อย่างหนักจนบวมช้ำกวาดมองร่างสูงใหญ่ของภาคิน อดีตสามีผู้เคยเย่อหยิ่งและทำร้ายจิตใจเธอจนแหลقสลาย บัดนี้เขากลับนอนนิ่งสนิทอยู่ใต้ผ้าห่มสีขาวสะอาดของโรงพยาบาล ร่างกายกำยำที่เคยเป็นเกราะกำบังให้เธอในยามวิกฤต บัดนี้มีสายน้ำเกลือระโยงระยางและผ้าพันแผลสีขาวโพลนพันรอบศีรษะ รวมถึงรอยแผลฟกช้ำดำเขียวตามลำตัวจากการเอาตัวเข้ามารับแรงกระแทกจากท่อนเหล็กของลูกน้องกวินทร์แทนเธออย่างไม่คิดชีวิต
ภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังคงกรีดลึกอยู่ในโสตประสาท เสียงเหล็กกระทบเนื้อ เสียงร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดของภาคิน และหยาดเลือดสีสดที่หยดลงบนพื้นพรมราคาแพง... ทุกอย่างมันรวดเร็วจนหัวใจของเธอแทบหยุดเต้น
*“หนีไป... ริน!”*
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยเย็นชาและเปี่ยมด้วยคำพูดเชือดเฉือน หัวใจของเขาในวันนั้นเอ่ยออกไปด้วยความแหบพร่าและสั่นเครือ เป็นประโยคแรกในรอบหลายปีที่ไม่มีความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความห่วงใยที่บริสุทธิ์และยอมแลกด้วยลมหายใจของตัวเอง
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดแปลบปลาあのช่วยดึงสติเธอให้กลับมาสู่โลกความเป็นจริง เธอยังจำความรู้สึกตอนที่กวินทร์แย้มยิ้มอย่างเยือกเย็นก่อนจะถูกตำรวจที่ภาคินแอบแจ้งความไว้ล่วงหน้าบุกเข้าจับกุมได้ กวินทร์ทิ้งท้ายคำพูดที่ยังคงดังก้องในหัว
*“คุณคิดจริงๆ เหรอรินรดา... ว่าผู้ชายอย่างภาคินมันรักคุณเพราะความจริงใจ? หึ... มันก็แค่อยากเอาชนะผม และอยากแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอดีตภรรยาที่มันเคยเขี่ยทิ้งก็เท่านั้น!”*
คำพูดนั้นแม้จะเจือด้วยความอิจฉาริษยาและต้องการทำลายล้าง แต่มันก็เป็นหนามแหลมที่ทิ่มแทงหัวใจของรินรดาให้เจ็บแปลบ... ใช่ เธอรู้ดีว่าเธอและภาคินเริ่มต้นจากความว่างเปล่า แต่งงานกันเพราะผลประโยชน์ทางธุรกิจ และจบลงด้วยความเกลียดชัง แล้ววันนี้เล่า... สิ่งที่เขาทำเพื่อเธอ มันคือความรู้สึกผิด บาปในใจ หรือ... ความรักที่เพิ่งเติบโตขึ้นมาในวันที่สายเกินไปกันแน่?
“คุณรินคะ...”
เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ พร้อมกับร่างของพยาบาลสาวที่เดินเข้ามาด้วยใบหน้าสุภาพ ทำให้รินรดาสดุ้งเล็กน้อย เธอรีบยกมือขึ้นปาดคราบน้ำตาบนแก้มลวกๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“อาการของคุณภาคินเป็นอย่างไรบ้างคะพยาบาล?” เสียงของเธอแหบพร่าจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม
“พ้นขีดอันตรายแล้วค่ะคุณริน ศีรษะได้รับการกระทบกระเทือนเล็กน้อยและเสียเลือดมากจากการแตกที่แขนและศีรษะ แต่โชคดีที่ไม่โดนจุดสำคัญ ตอนนี้คนไข้พักผ่อนหลับลึกอยู่ค่ะ น่าจะฟื้นขึ้นมาช่วงค่ำๆ นี้...” พยาบาลสาวเว้นจังหวะเล็กน้อยด้วยความเห็นอกเห็นใจ “หมออยากให้ญาติคอยเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดนะคะ เผื่อคนไข้มีอาการทางสมองหรือไข้ขึ้นสูง”
“ขอบคุณมากนะคะพยาบาล เดี๋ยวรินดูแลต่อเองค่ะ”
พยาบาลโค้งศีรษะให้เล็กน้อยก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป ปล่อยให้รินรดากลับมาอยู่ตามลำพังกับความเงียบงันและผู้ชายที่นอนไม่รู้สึกตัวบนเตียง
เธอก้าวเท้าช้าๆ เข้าไปใกล้เตียงผู้ป่วย ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิมที่วางอยู่ข้างเตียง ดวงตากลมโตมองสำรวจใบหน้าคมคายที่ซีดเซียวไร้สีเลือด เส้นผมสีดำสนิทที่เคยจัดทรงอย่างเนี๊ยบ บัดนี้ปรกลงมาเคลือบหน้าผากที่มีผ้าพันแผลสีขาวคาดไว้ ริ้วรอยแห่งความเหนื่อยล้าและความเครียดที่ปรากฏชัดเจนแม้ในยามหลับใหล ทำให้เธอตระหนักได้ว่า... ผู้ชายที่แสนเพอร์เฟกต์และเย่อหยิ่งคนนี้ ก็มีมุมที่แตกสลายและเปราะบางไม่ต่างจากมนุษย์เดินดินทั่วไป
มือเรียวบางค่อยๆ ยื่นออกไปช้าๆ ปลายนิ้วสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะสัมผัสลงบนหลังมือหนาที่คว่ำอยู่บนผ้าห่ม ผิวสัมผัสของเขาเย็นเฉียบจนเธอต้องกระชับมือของเขาไว้แน่นขึ้นเพื่อส่งผ่านความอบอุ่น
“ทำไมถึงทำแบบนี้คะภาคิน...” เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับรำพึงกับตัวเอง หยาดน้ำตาที่คิดว่าจะแห้งเหือดไปแล้ว กลับเอ่อล้นคลอหน่วยขึ้นมาอีกครั้ง “คุณเกลียดฉันไม่ใช่เหรอ... คุณควรจะปล่อยให้ฉันเผชิญหน้ากับมันเองสซิ ทำไมต้องเอาชีวิตคุณมาเสี่ยงด้วย...”
ความเงียบคือคำตอบเดียวที่เธอกลับมา มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนเจ็บ
ความทรงจำเก่าๆ ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ฉายซ้ำ ตั้งแต่วันแรกที่เธอต้องก้าวเข้ามาในตระกูลอัครเดชากุลด้วยสถานะภรรยาในนาม วันที่เขาเพิกเฉย เย็นชา และมองเธอเป็นเพียงสิ่งของประดับบ้านที่น่ารำคาญ วันที่เธออุ้มท้องลูกน้อยโดยไม่มีแม้แต่คำปลอบโยน และวันที่เธอตัดสินใจหอบกระเป๋าเดินออกมาพร้อมกับหัวใจที่แตกเป็นเสี่ยงๆ
เธอกล้าหาญพอที่จะเริ่มต้นใหม่ กล้าที่จะยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองเพื่อ ‘น้องภีม’ ลูกชายตัวน้อยที่เป็นดั่งดวงใจ แต่หัวใจเจ้ากรรม... ทำไมมันถึงยังสั่นไหวทุกครั้งที่เห็นผู้ชายคนนี้เจ็บปวด?
“คุณแม่ขา... คุณพ่อเป็นอะไรเหรอครับ ทำไมคุณพ่อยังไม่ตื่นมาเล่นกับน้องภีมล่ะครับ”
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบที่เปิดประตูห้องพักฟื้นเข้ามาพร้อมกับคุณแม่บ้านที่ช่วยอุ้มไว้ ทำให้รินรดาสดุ้งสุดตัว เธอรีบปล่อยมือจากภาคินแล้วหันไปยิ้มฝืนๆ ให้ลูกชายทันที
“น้องภีม... มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะลูก?” รินรดาลุกขึ้นเดินไปรับร่างป้อมๆ ของลูกชายจากคุณแม่บ้านอุ้มไว้แนบอก
เด็กชายภีมเอียงคอมองเตียงคนป่วยด้วยแววตากลมโตไร้เดียงสา นิ้วป้อมๆ ชี้ไปที่ภาคิน “คุณป้าบอกว่าคุณพ่อช่วยคุณแม่เหรอครับ? คุณพ่อเก่งจังเลย... เหมือนซูเปอร์ฮีโร่ในทีวีเลย!”
คำพูดซื่อๆ ของเด็กน้อยทำให้รินรดากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เธอกอดร่างนุ่มนิ่มของลูกชายแน่นขึ้น ซุกใบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มของลูกเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงมา
ในขณะเดียวกัน บนเตียงผู้ป่วยที่ควรจะไร้การเคลื่อนไหว เปลือกตาหนาของภาคินที่ปิดสนิทมาหลายชั่วโมงค่อยๆ ขยับไหวช้าๆ ความเจ็บแปลบแล่นริ้วไปทั่วศีรษะ แต่สติสัมปชัญญะที่ค่อยๆ กลับคืนมาทำให้เขาได้ยินทุกถ้อยคำ... ได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของหญิงสาว และได้ยินเสียงใสๆ ของเด็กชายตัวน้อยที่เรียกเขาว่า ‘คุณพ่อ’
ภาคินพยายามฝืนลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพตรงหน้าพร่ามัวในตอนแรก ก่อนจะปรับโฟกัสจนคมชัด และภาพที่ปรากฏผ่านสายตาที่ยังคงมึนงง ก็ทำให้ลมหายใจของเขาแทบสะดุดกึก
ดวงตากลมโตคู่นั้น... จมูกโด่งรั้น... และริมฝีปากหยักได้รูป... ที่กำลังส่งยิ้มเจื้อيย้อยกอดภรรยาของเขาอยู่ มันช่างถอดพิมพ์เขียวมาจากตัวเขาในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!
หัวใจของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความจริงบางอย่างที่เขาเคยสงสัยและพยายามปัดตกไปเพราะความอีโก้ บัดนี้มันกำลังพุ่งชนเข้ากลางหน้าอกเขาอย่างจัง
*เด็กผู้ชายคนนั้น... อายุสามขวบ...*
ภาคินเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนตื่นตระหนก สมองที่ตื้อชาประมวลผลอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว เมื่อวันที่เธอกล้าเดินจากเขาไป... คือเมื่อสามปีก่อนพอดิบพอดี!
รินรดายังไม่ทันหันกลับมามอง ทว่าปลายนิ้วของภาคินที่ขยับกำผ้าปูที่นอนแน่นด้วยความสั่นเทา และสายตาคมกริบที่จ้องมองร่างเล็กของเด็กชายด้วยประกายไฟแห่งความจริงที่เพิ่งกระจ่าง... กำลังจะเปลี่ยนเกมชีวิตของพวกเขาทั้งสามคนไปตลอดกาล!
---
*โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยหัวใจที่เต้นระรึกนะคะ รี้ดเดอร์ที่รักของเมฆหมอกสีชมพู!*
พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ•ตอนที่ 25
บทเรียนราคาแพง
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!