กลิ่นอายจางๆ ของยาสมานแผลและไอความร้อนจากร่างกายที่รุมเร้าด้วยพิษไข้ ลอยอบอวลอยู่ภายใต้ความเงียบงันของห้องนอนกว้าง ภาคินขยับตัวด้วยความอึดอัด เปลือกตาหนาที่เคยทอดมองโลกด้วยความเย่อหยิ่งและถือดี บัดนี้กลับหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงไว้ด้วยก้อนตะกั่ว ความเจ็บแปลบที่แผลผ่าตัดช่วงหน้าท้องแล่นริ้วขึ้นมาทุกครั้งที่กล้ามเนื้อขยับ เขากัดฟันแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน แต่ความเจ็บทางกายนั้นยังเทียบไม่ได้เลยกับความอัปยศอดสูที่เขาต้องกลายมาเป็นคนป่วยเจียนตาย ไร้ซึ่งศักดิ์ศรีจะลุกขึ้นยืนหยัดด้วยตัวเองต่อหน้าผู้หญิงคนที่เขาเคยเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี
"อย่าขยับค่ะ..."
เสียงหวานเรียบเย็นแต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาดดังขึ้นจากมุมห้อง รินรดาก้าวเข้ามาใกล้เตียงนอนช้าๆ ในมือของเธอมียาเม็ดสีขาวและแก้วน้ำอุ่น ใบหน้าเนียนใสไร้เครื่องสำอางแต่งแต้ม ทว่ากลับดูงดงามและทรงพลังอย่างประหลาดในสายตาของคนที่นอนอยู่บนเตียง แววตาคู่สวยที่เคยไหวระริกด้วยหยาดน้ำตาในอดีต บัดนี้กลับนิ่งสนิทราวกับผืนน้ำลึกที่ไม่อาจหยั่งถึงก้นบึ้งได้อีกต่อไป
ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและแห้งผาก "สมเพชฉันล่ะสิ... สภาพของไอ้ผู้ชายที่เคยคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ คุมบังเหียนอาณาจักรธุรกิจนับหมื่นล้าน แต่กลับต้องมานอนรอความเมตตาจากอดีตภรรยาที่ตัวเองเคยผลักไส"
รินรดาหยุดยืนนิ่งอยู่ข้างเตียง เธอไม่ได้แสดงความโกรธเคือง หรือแม้แต่ความสะใจอย่างที่เขาอาจจะคาดหวัง ปฏิกิริยาของเธอมีเพียงความราบเรียบราวกับกำลังปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ป่วยคนหนึ่ง ไม่มากกว่านั้น และไม่น้อยไปกว่านั้น
"คุณไม่ได้สำคัญขนาดนั้นหรอกค่ะ ภาคิน" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสม่ำเสมอ วางแก้วน้ำลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างนุ่มนวล ก่อนจะยื่นมือไปประคองต้นคอหนาของเขาขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อให้กินยาได้สะดวก "ที่ฉันมานั่งอยู่ตรงนี้... ก็เพื่อลูก เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะไม่ตายคาคอนโดฯ หรูนี่จนทำให้ลูกต้องมีปัญหาทางจิตใจเมื่อรู้ว่าพ่อของตัวเองตายอย่างไร้การดูแล และที่สำคัญที่สุด... ฉันแค่อยากสะสางบัญชีความแค้นให้มันจบๆ ไป แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน โดยที่ฉันไม่ต้องติดค้างอะไรคุณอีก"
สัมผัสจากมือเรียวที่แตะลงบนผิวเนื้อบริเวณต้นคอ แม้จะแฝงไว้ด้วยความระมัดระวังและห่างเหิน แต่มันกลับส่งกระแสความอุ่นวาบแล่นพล่านไปทั่วแผ่นอกของภาคิน หัวใจที่ด้านชามานานนับปีเต้นกระหน่ำผิดจังหวะอย่างน่าสมเพช เขาสบตากับเธอ มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยคู่นั้น และพบเพียงความว่างเปล่าที่บาดลึกยิ่งกว่ารอยแผลผ่าตัด
"ริน..." เขาครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ราวกับคนละเมอ มือหนาที่ยังมีสายน้ำเกลือระโยงระยางพยายามจะเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้ แต่รินรดากลับถอยหลังหลบอย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจที่จะให้ผิวเนื้อของเขาสัมผัสโดนตัวเธอแม้แต่น้อย
"ทานยาค่ะ แล้วก็นอนพักเสีย" เธอกล่าวเสียงเรียบ ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างหนาให้ถึงอกอย่างเคร่งครัด "ฉันต้มโจ๊กไว้ให้บนเคาน์เตอร์ ถ้าตื่นมาแล้วรู้สึกดีขึ้น ก็ลุกขึ้นมาทานซะ มันจืดหน่อย... แต่เหมาะกับคนท้องไส้พังๆ อย่างคุณดี"
รินรดากล่าวจบก็หันหลังให้ทันที เธอเดินไปหยิบถาดอาหารและผ้าเช็ดตัวที่ใช้เช็ดตัวให้เขาเมื่อครู่เตรียมจะเดินออกจากห้อง แต่เสียงทุ้มที่เอ่ยไล่หลังมาด้วยความสั่นเครือเล็กน้อยก็ทำให้ฝีเท้านั้นต้องหยุดชะงัก
"เธอเกลียดฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ... ริน"
รินรดาไม่ได้หันกลับไปมอง เธอยืนนิ่งอยู่หน้าประตู แผ่นหลังบางที่เคยงอค้อมยามเมื่อต้องรองรับอารมณ์ร้ายของเขาในอดีต บัดนี้กลับยืดตรงสง่างามราวกับต้นสนที่หยั่งรากลึกท่ามกลางพายุฝน
"ความเกลียด... มันยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำสำหรับคนที่ทำลายชีวิตคนอื่นได้ลงคออย่างคุณค่ะ" เธอกล่าวลอดไรฟันด้วยน้ำเสียงที่สั่นน้อยๆ ด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามกดเก็บไว้ "แต่รู้ไหมคะว่าอะไรที่มันแย่ยิ่งกว่าความเกลียด? ...นั่นคือความไร้ความรู้สึกค่ะ ภาคิน วันนี้ที่คุณเห็นฉันยอมดูแลคุณ ก็เพราะฉันอยากให้คุณรู้ว่า ผู้หญิงคนที่คุณเคยเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีคนนี้... เข้มแข็งพอที่จะยืนมองคุณในวันที่คุณตกต่ำที่สุด โดยที่หัวใจของฉัน... ไม่ได้เจ็บปวดเพราะคุณอีกต่อไปแล้ว"
พูดจบเธอก็เปิดประตูและก้าวออกไป ปล่อยให้ภาคินนอนจมอยู่กับความเงียบงันและความหนתเหน็บที่กัดกินขั้วหัวใจ ความอ่อนโยนที่เธอหยิบยื่นให้มันช่างหอมหวาน แต่มันกลับเคลือบยาพิษที่แหลมคมที่สุด ยิ่งเธอใส่ใจเขามากเท่าไหร่ มันยิ่งตอกย้ำความจริงอันโหดร้ายว่า เขาได้สูญเสียผู้หญิงที่รักเขาด้วยใจจริงไปตลอดกาลแล้ว
เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งยามบ่ายแก่ๆ แสงสีส้มอ่อนของดวงอาทิตย์สาดส่องผ่านกระจกใสเข้ามาภายในห้องพักฟื้น ภาคินสะุกตื่นขึ้นมาอีกครั้งด้วยความกระหายน้ำ เขากัดฟันพยุงร่างอันหนักอึ้งของตัวเองลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ขณะที่กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะ เสียงฝีเท้าเบาๆ และเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กชายวัยสามขวบก็ดังแว่วมาจากห้องนั่งเล่น
"คุณแม่ขา... พี่หมีบอกว่าอยากกินพุดดิ้งช็อกโกแลตฮะ" เสียงใสแจ๋วของน้องภีมดังขึ้น พร้อมกับร่างป้อมๆ ที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้องนอน ก่อนจะต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อนั่งมองอยู่บนเตียง
ดวงตากลมโตสีดำสนิทถอดแบบมาจากภาคินราวกับพิมพ์เดียวกันกะพริบปริบๆ เด็กน้อยเอียงคอมองชายหนุ่มด้วยความสงสัยไร้เดียงสา
ภาคินชะงักงัน ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอเมื่อสบเข้ากับดวงตาดวงน้อยคู่นั้น ความรู้สึกผิดบาปและความโหยหาพุ่งทะยานขึ้นมาจุกอก เขาอ้าปากพยายามจะเอ่ยเรียกชื่อลูกชาย แต่เสียงมันกลับตีบตันอยู่ในลำคอ
ในจังหวะนั้นเอง รินรดาก็เดินตามเข้ามาในห้องเพื่อดึงลูกชายกลับออกไป แต่สายตาของเธอกลับต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเธอบังเอิญเหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลฉบับหนึ่ง ที่เพิ่งถูกพนักงานส่งพัสดุนำมาวางทิ้งไว้บนโต๊ะรับแขกหน้าห้อง และจ่าหน้าซองด้วยตัวอักษรตัวบรรจงชัดเจนว่า... *'ผลตรวจยืนยันความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม (DNA Test) ระหว่าง ด.ช.ภีม กับ นายภาคิน'* — โดยที่ซองเอกสารนั้นถูกเปิดออกแล้ว และข้อความสรุปผลบรรทัดสุดท้ายก็สะท้อนเข้าสู่สายตาของเธออย่างชัดเจนแจ่มแจ้งจนแทบหยุดหายใจ!
พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ•ตอนที่ 26
การดูแลที่อ่อนโยน
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!