พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ•ตอนที่ 27

คำถามจากลูกน้อย

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
ตัวเลขสรุปผลร้อยละเก a ห้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์บนแผ่นกระดาษสีขาวสะอาดในซองเอกสารสีน้ำตาลนั้น... ชัดเจนยิ่งกว่าตัวอักษรใดๆ ในโลก รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ลลมหายใจของเธอสะดุดกึกอยู่ที่ลำคอ ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววเข้มแข็งมาตลอดหลายเดือนเบิกกว้าง ร่างบางสั่นเทาจนกระดาษแผ่นนั้นเกือบหลุดร่วงจากมือ ความจริงที่เธอพยายามปกปิด ซ่อนเร้น และวิ่งหนีมาตลอดสามปี บัดนี้กลับถูกเปิดโปงออกอย่างไร้ความปรานีด้วยฝีมือของใครบางคน "ริน..." เสียงทุ้มต่ำของภาคินที่ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำ1ให้รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอรีบพับกระดาษแผ่นนั้นยัดกลับใส่ซองด้วยมือที่สכלวิ่นและหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก ความตื่นตระหนกฉายชัดบนใบหน้าสวยหวานที่ซีดเผือดจนไร้สีเลือด "คุณ... คุณเข้ามาทำไมคะ!" รินรดาหันกลับไปเผชิญหน้า น้ำเสียงของเธอสั่นเครือแต่ยังพยายามพยุงความแข็งกร้าวเอาไว้ ทว่าแววตาที่ไหวระริกกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด ภาคินชะงักฝีเท้าลง สายตาคมกริบกวาดมองท่าทีพิรุธและซองเอกสารในมือของอดีตภรรยา ความสงสัยระลอกใหญ่ซัดเข้าใส่จิตใจอันด้านชาของเขา รินรดาไม่เคยแสดงท่าทีหวาดกลัวหรือลนลานขนาดนี้มาก่อน... ยกเว้นแต่ว่า เธอกำลังปิดบังความลับเรื่องยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตไว้จากเขา "ในมือคุณถืออะไรอยู่ รินรดา" ภาคินถามเสียงต่ำ นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงอย่างจับผิด ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างกดดัน "มันไม่ใช่เรื่องของคุณค่ะ!" เธอก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ พยายามซ่อนซองเอกสารไว้ด้านหลังลำตัว แต่ความรวดเร็วของนักธุรกิจหนุ่มผู้ผ่านสังเวียนมาโชกโชนหรือจะสู้ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่กำลังตื่นตระหนก ภาคินเอื้อมมือคว้าข้อมือเรียวไว้ได้ทัน แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนทำร้าย แต่เด็ดเดี่ยวพอที่จะไม่ยอมให้เธอถอยหนี รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจากข้อมือ แต่ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความหวาดกลัวในใจที่กำลังจะสูญเสียลูกชายสุดที่รักไป "ปล่อยฉันนะคะ ภาคิน!" เธอตวาดเสียงสั่น พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม "ถ้ามันไม่ใช่เรื่องของผม ทำไมคุณถึงต้องหน้าซีดขนาดนั้น" ภาคินไม่ยอมปล่อย สายตาคมกริบกวาดมองผ่านไหล่บางไปยังโต๊ะรับแขก ก่อนที่ความสนใจของเขาจะกลับมาหยุดอยู่ที่ซองเอกสารในมือเธอ "ส่งมันมาให้ผม" "ไม่! บอกแล้วไงว่ามันไม่มีอะไร!" รินรดาปฏิเสธเสียงแข็ง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ ทิฐิและความกลัวผสมปนเปกันจนแทบหายใจไม่ออก ในจังหวะที่ทั้งยื้อยุดกันไปมา ซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกปิดผนึกอย่างลวกๆ ก็หลุดออกจากมือ ร่วงลงสู่พื้นพรมหนานุ่ม เอกสารด้านในกระจัดกระจายออกมา และแผ่นกระดาษที่มีข้อความสรุปผล DNA ก็หงายขึ้นรับกับสายตาของภาคินพอดิบพอดี ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องรับแขกชั่วขณะ... ภาคินก้มมองตัวอักษรบนแผ่นกระดาษนั้น สมองของเขาประมวลผลภาพตรงหน้าอย่างเชื่องช้า ราวกับไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่กำลังดาวน์โหลดเข้าสู่ระบบ *'ผลตรวจยืนยันความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม (DNA Test) ระหว่าง ด.ช.ภีม กับ นายภาคิน : บิดา-บุตร 99.99%'* ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจของชายหนุ่มสะดุดกึก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอมาตลอดชีวิตกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง ราวกับถูกหมัดเหล็กชกเข้าที่กลางลิ้นปี่จนจุกแน่นไปหมด ความจริงที่กระแทกเข้าตาทำให้เขาพูดไม่ออก ร่างสูงใหญ่แข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ลูกชาย... เด็กชายภีม ลูกชายที่เขานึกเอ็นดูตั้งแต่แรกเห็น เด็กน้อยผู้มีรอยยิ้มและดวงตาถอดแบบมาจากเขาไม่มีเพี้ยน แท้จริงแล้วคือสายเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง! ที่ผ่านมา... เขาโง่เขลาเบาปัญญาขนาดไหนกัน ที่มองไม่เห็นความจริงข้อนี้? "ริน..." เสียงของภาคินแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ความเย่อหยิ่งและเย็นชาทั้งปวงมลายหายไปสิ้นในเสี้ยววินาที มีเพียงความตื่นตะลึง ความสำนึกผิด และความเจ็บปวดที่พวยพุ่งขึ้นมาจุกอกจนแทบกระอัก "นี่มัน... หมายความว่ายังไง" รินรดาย่อตัวลงอย่างหมดแรง เธอกวาดแผ่นกระดาษเหล่านั้นเข้าหากันด้วยมือที่สั่นเทา หยดน้ำใสๆ ไหลรินอาบแก้มอย่างสุดจะกลั้น เธอยอมรับความจริงแล้วว่าไม่อาจซ่อนมันได้อีกต่อไป แต่กระนั้น เธอก็เงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น ชิงชัง และตัดพ้อ "ใช่ค่ะ! น้องภีมเป็นลูกของคุณ!" รินรดาตะโกนใส่หน้าเขา น้ำเสียงสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่เก็บกดมานานสามปี "พอใจคุณหรือยังคะ? ความลับที่คุณอยากรู้มันเปิดเผยออกมาแล้วไง!" คำตอบนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของภาคิน เขารู้สึกเหมือนถูกกรีดแทงด้วยมีดนับพันเล่ม ภาพในอดีตย้อนกลับมาหลอนซ้ำ สมياتที่เขารemหยามเหยียดเธอ หาว่าเธอทะเยอทะยานและจับเขาด้วยวิธีสกปรก สมياتที่เขาปฏิเสธแม้กระทั่งจะฟังคำอธิบาย และในวันที่เธอยอมเดินจากไปพร้อมกับท้องโตๆ เขากลับผลักไสไล่ส่งเธออย่างไร้เยื่อใย เขามันโง่เง่า... เขามันคือพ่อและสามีที่เลวร้ายที่สุดในโลก! "ริน ผม..." ภาคินก้าวเข้าไปหาเธอหมายจะคุกเข่าลงตรงหน้าและเอื้อมมือไปแตะไหล่บาง แตรรินรดากลับถอยหนีราวกับรังเกียจเดียดฉันท์ "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เธอสะบัดตัวหนี สายตาดุดันและแข็งกร้าว "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกชื่อฉันด้วยซ้ำ ภาคิน! สามปีที่ผ่านมา คุณเคยสนใจไหมว่าเราสองแม่ลูกอยู่กันอย่างไร คุณเคยเหลียวแลไหมว่าเด็กคนหนึ่งเติบโตมาโดยไม่มีพ่อเพราะใครเป็นคนไล่เขาออกจากชีวิต!" คำพูดแต่ละคำของรินรดาคมกริบราวกับใบมีด บาดลึกเข้าไปในเนื้อหนังและจิตวิญญาณของภาคินจนเลือดซึม เขาอ้าปากพะงาบๆ คล้ายคนจมน้ำ ไร้ซึ่งคำแก้ตัวใดๆ จะเอื้อنออกไป เพราะทุกสิ่งที่เธอพูดคือความจริง... ความจริงที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเองทั้งหมด "คุณพ่อขา... คุณแม่จ๋า..." เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบดังขึ้นจากทางประตูด้านในที่เปิดแง้มไว้ น้องภีมยืนขยี้ตาปรือด้วยความงัวเงีย มือเล็กข้างหนึ่งกอดตุ๊กตาหมีตัวโปรดแน่น เด็กน้อยกวาดสายตามองพ่อกับแม่ที่ยืนเผชิญหน้ากันด้วยบรรยากาศตึงเครียด ก่อนที่ดวงตากลมโตจะหันมามองหน้าภาคินด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสา หัวใจของภาคินกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อเห็นรอยยิ้มนั้น รอยยิ้มที่ถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียว "คุณพ่อฮะ..." น้องภีมเอียงคอด้วยความสงสัย เดินเตาะแตะเข้าไปหาภาคินแล้วดึงชายเสื้อสูทราคาแพงเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามคำถามที่ทำให้ลมหายใจของมหาเศรษฐีหนุ่มถึงกับขาดห้วง "ทำไม... คุณพ่อถึงไม่ยอมมาอยู่บ้านเราด้วยกันล่ะฮะ? เพื่อนๆ ที่โรงเรียนเขามีคุณพ่อมารับมาส่งทุกวันเลย... ภีมอยากมีคุณพ่อคอยอุ้มพาไปเที่ยวเหมือนคนอื่นบ้าง... คุณพ่อไม่รักภีมเหรอฮะ?" คำถามจากปากเด็กน้อยบริสุทธิ์... ราวกับค้อนเหล็กอันมหึมาที่ทุบลงกลางศีรษะของภาคินจนมึนงง น้ำตาของผู้ชายที่แข็งกระด้างที่สุดในเมืองหลวงเอ่อล้นขึ้นมาคลอหน่วยดวงตาเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ภาคินเข่าอ่อนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นพรมตรงหน้าเด็กชาย วงแขนแข็งแกร่งสั่นเทาเกินกว่าจะควบคุมได้ เขาค่อยๆ ดึงร่างเล็กป้อมของน้องภีมเข้ามาสวมกอดไว้แน่นแนบอก ใบหน้าคมคายซบลงกับไหล่เล็กๆ ของลูกชายเพื่อซ่อนหยดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดที่ไหลพรั่งพรูออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน "พ่อรักลูก... พ่อขอโทษ... พ่อขอโทษครับคนเก่ง..." ภาคินสะอื้นไห้จนตัวโยน คำขอโทษนับล้านคำในใจไม่มีค่าน้ำพอจะลบล้างความผิดบาปที่เขาทำไว้กับลูกและภรรยาได้เลย รินรดายืนมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่บีบรัด เธอกลั้นน้ำตาไม่ไหวอีกต่อไป ปล่อยให้หยดน้ำตาไหลอาบแก้มเงียบๆ ขณะที่ความเจ็บปวดในอดีตกำลังเรียกร้องการชดใช้ ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดแห่งความดราม่า เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะจากด้านนอกห้อง *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* ประธานกรรมการบริหารบริษัทคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง "กวินทร์" ผลักประตูห้องสูทเปิดเข้ามาหน้าตาเฉย พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก และซองเอกสารอีกซองในมือที่จ่าหน้าถึงแผนการทำลายล้างขั้นเด็ดขาด! "อุ๊ย... ขอโทษทีครับ ขัดจังหวะครอบครัวสุขสันต์หรือเปล่าพอดีผมมี 'ของขวัญ' อีกชิ้นมามอบให้คุณภาคิน... ในฐานะที่เพิ่งรู้ตัวว่าเป็น 'คุณพ่อมือใหม่' นะครับ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ จากใจ "เมฆหมอกสีชมพู" ค่ะ
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%