กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัวไม่ได้ระคายผิวของภาคินเลยแม้แต่น้อย ในเมื่อความหนาวเหน็บที่กัดกินขั้วหัวใจของเขามันรุนแรงเสียยิ่งกว่าพายุหิมะในฤดูหนาว เอกสารปึกหนาในมือสั่นเทาเล็กน้อย—ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นความโกรธระอุที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยราดน้ำแข็ง
"คุณรินรดาคะ... เอกสารทั้งหมดที่ดิฉันสืบมา ยืนยันตรงกันค่ะว่าคุณภาคินไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับสัญญาฉบับนั้นเลย คนที่อยู่เบื้องหลังการปลอมลายเซ็นและปล่อยข่าวลือทั้งหมด เพื่อบีบให้คุณรินรดาเข้าใจผิดและจดทะเบียนสมรสใหม่ คือคุณกวินทร์ค่ะ"
เสียงของเลขาฯ ส่วนตัวยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท
ภาคินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงหยาดหยดแห่งความสมเพชเวทนาตนเองพรั่งพรูออกมา รินรดา... ผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใย ผู้หญิงที่เขาคิดว่าโง่เขลาเบาปัญญาจนตกเป็นเหยื่อของคนอื่นได้ง่ายๆ แต่แท้จริงแล้ว คนที่โง่ที่สุดในเกมนี้กลับเป็นตัวเขาเอง—ตัวเขาที่ปล่อยให้ปีศาจในคราบสุภาพบุรุษอย่างกวินทร์เข้ามาปั่นหัว ทำลายครอบครัว และพรากเอาดวงใจทั้งสองดวงไปจากอก
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ร่างระหงของรินรดาจะก้าวเข้ามาด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยความลังเล แววตาคู่สวยที่เคยฉายแววเด็ดเดี่ยวและชิงชังในยามนี้กลับมีความสั่นไหวเจืออยู่จางๆ เธอกำกระเป๋าถือในมือแน่นเสียจนข้อต่อเรียวนิ้วขาวซีด
"คุณภาคิน... ฉันมีเรื่องต้องคุยกับคุณ" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลกว่าทุกครั้ง แต่มันกลับยิ่งกรีดแทงหัวใจของคนฟังให้แหลกละเอียดยิ่งกว่าเดิม
ภาคินค่อยๆ วางเอกสารพิสูจน์ความบริสุทธิ์ลงบนโต๊ะไม้ราคาแพง สายตาคมกริบช้อนขึ้นมองสตรีตรงหน้า ผู้หญิงที่เขาปรารถนาจะโอบกอดไว้ด้วยลมหายใจทั้งหมดที่มี แต่วันนี้... ระยะห่างระหว่างพวกเขากลับกว้างใหญ่เสียจนราวกับอยู่คนละฟากฝั่งของมหาสมุทร
"เชิญครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ ดิฉันหมายถึง เชิญค่ะ" ภาคินเผลอหลุดคำพูดที่เคยชินออกไป แต่ก็รีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อตระหนักได้ว่าตนเองเผลอใช้น้ำเสียงแบบไหนออกไป รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของอดีตสามี
"ฉัน... ฉันแค่อยากจะมาเคลียร์เรื่องเมื่อวาน" รินรดาเริ่มพูด พลางหลบสายตาวาววับที่มองตรงมายังเธอ "เรื่องที่คุณบอกว่ากวินทร์เป็นคนใส่ร้ายคุณ... ฉันคิดว่าคุณคงหาข้อแก้ตัวเพื่อปัดความรับผิดชอบอีกตามเคย"
"คุณคิดว่าฉันเป็นคนแบบนั้นมาโดยตลอดสินะคะ... เอ่อ, มาโดยตลอดสินะริน" ภาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดทีละน้อย ทว่าไม่ได้คุกคาม หากแต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ล้นทะลักจนเก็บไว้ไม่ไหว "คุณไม่เคยเชื่อใจฉันเลยตั้งแต่แรก แม้แต่เศษเสี้ยวเดียว... คุณก็เลือกที่จะเชื่อผู้ชายเลวๆ คนนั้น มากกว่าคนที่เคยร่วมเรียียงเคียงหมอน"
"หยุดนะภาคิน!" รินรดาตวาดเสียงสั่น เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้เมื่ออีกฝ่ายก้าวเข้ามาใกล้เกินไป "อย่ามาใช้วิธีนี้กลบเกลื่อนความผิดของคุณ! คุณทำร้ายฉันสารพัด คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี แล้วจู่ๆ จะให้ฉันเชื่อว่าคุณบริสุทธิ์... โดยมีแค่คำพูดลอยๆ ของคุณเนี่ยนะ?"
ภาคินนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มแดงก่ำขึ้นทีละน้อย ไม่ใช่เพราะความโกรธเคือง แต่เป็นเพราะความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินวิญญาณ เขาเอื้อมมือออกไปหวังจะแตะลงบนไหล่บอบบาง แต่ก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศ แล้วค่อยๆ ลดมือกลงช้าๆ อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว
"ฉันไม่ได้มีแค่คำพูดลอยๆ ค่ะ... ริน" ภาคินผ่อนลมหายใจยาวเหยียด พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ "นี่คือหลักฐานทั้งหมด เส้นทางการเงิน เอกสารการโอนเงินจากบริษัทของกวินทร์ไปยังบัญชีของคนที่ปลอมลายเซ็นฉัน... และนี่คือหลักฐานการสืบสวนที่พิสูจน์ว่า ฉันไม่เคยรู้เห็นเป็นใจกับเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย"
เอกสารชุดเดิมถูกเลื่อนไปตรงหน้าเธอ รินรดามองมันด้วยหัวใจที่เต้นรัวระรัว มือบางหยิบกระดาษแผ่นแรกขึ้นมาพลิกอ่าน ไล่สายตาผ่านตัวเลขและชื่อบัญชีที่ปรากฏหราอย่างชัดเจน ยิ่งอ่าน... ลมหายใจของเธอกยิ่งติดขัด ลมปากที่เคยแข็งกร้าวเริ่มสั่นระริก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นทีละน้อยด้วยความตกตะลึง
ชื่อเจ้าของบัญชีปลายทาง... คือคนที่เธอรู้จักเป็นอย่างดี
คนๆ นั้นคือมือขวาคนสนิทของกวินทร์!
"นี่มัน... มันอะไรกัน..." รินรดารemmur แผ่วเบา ราวกับสติสัมปชัญญะหลุดลอยไปชั่วขณะ ภาพรอยยิ้มแสนอบอุ่นและความใจดีที่กวินทร์คอยหยิบยื่นให้เธอมาตลอดช่วงเวลาที่เธอย่ำแย่ที่สุด ผุดขึ้นมาในหัว... แต่วันนี้ รอยยิ้มเหล่านั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มของปีศาจที่กำลังหัวเยาะเย้ยความโง่เขลาของเธอ
"ตาสว่างแล้วใช่ไหมคะ..." ภาคินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า รอยยิ้มขมขื่นปรากฏขึ้นที่มุมปาก "คนที่คุณไว้ใจ คนที่คุณคิดว่าเป็นสุภาพบุรุษคอยปกป้องคุณ... แท้จริงแล้วมันคือคนที่เหยียบย่ำเราทั้งคู่ลงในโคลนตม เพื่อให้มันได้ครอบครองทั้งบริษัทของฉัน และ... ครอบครองตัวคุณ"
รินรดาส่ายหัวช้าๆ น้ำตาใสๆเอ่อคลอเบ้าตาก่อนจะร่วงหล่นลงกระทบหลังมือ ความรู้สึกผิดบาปและความโกรธแค้นตีรวนขึ้นมาจนจุกอก เธอเคยเกลียดภาคิน... เกลียดจนแทบอยากจะตายไปให้พ้นๆ จากผู้ชายคนนี้ แต่พอความจริงปรากฏขึ้น กลับกลายเป็นว่าเธอกำลังตกเป็นหมากในเกมสกปรกของผู้ชายอีกคนที่เธอเคยมองเป็นที่พึ่ง
"ถ้า... ถ้ามันเป็นเรื่องจริง..." รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หยาดน้ำตาอาบแก้มเนียน "แล้วทำไม... ทำไมคุณถึงไม่ยอมอธิบายให้ฉันฟังตั้งแต่แรก? ทำไมคุณถึงปล่อยให้ฉันเข้าใจผิด ปล่อยให้ฉันต้องเจ็บปวดทรมานอยู่คนเดียว!"
"เพราะฉันมันโง่เง่าและทิฐิสูงยังไงล่ะริน!" ภาคินระเบิดเสียงออกมาด้วยความอัดอั้น ตบโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่นจนเอกสารกระจัดกระจาย "ฉันคิดว่าศักดิ์ศรีมันสำคัญกว่าความรู้สึกของคุณ ฉันคิดว่าการนิ่งเงียบคือทางออกที่ดีที่สุดโดยไม่เคยเฉลียวใจเลยว่า... ความเงียบของฉันมันกำลังฆ่าคุณให้ตายทั้งเป็น!"
ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศในห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะอื้นไห้เบาๆ ของรินรดาที่ดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศ หัวใจของทั้งสองดวงต่างเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ที่เกิดจากความเข้าใจผิดและความไร้เดียงสาในอดีต
ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความจริงอันโหดร้าย เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อโค้ทของเธอก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกๆ ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาออกอย่างไร้เรี่ยวแรง เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้า... *'พี่กวินทร์'*
หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบอย่างแรงในอก เธอชำเลืองมองหน้าภาคินที่กำลังจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ของเธอด้วยแววตาวาวโรจน์ขึ้นมาอีกครั้ง ภาคินส่งสัญญาณมือให้เธอกดรับ โดยที่เขาเองก็ขยับเข้ามาใกล้เพื่อเงี่ยหูฟังบทสนทนาด้วย
รินรดากัดริมฝีปากแน่น นิ้วเรียวสั่นเทากดรับสายแล้วกรอกเสียงลงไป
"ฮัลโหลค่ะพี่กวินทร์..."
"รินครับ! แย่แล้วล่ะ..." ปลายสายส่งเสียงร้อนรนจนผิดปกติ ราวกับกำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่าง "ตอนนี้ภาคินมันรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว มันกำลังส่งคนตามล่าผม! รินอยู่ที่ไหนครับ? บอกผมมาเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวพี่ส่งคนไปรับ! รีบหนีออกไปจากมันซะ ก่อนที่มันจะทำร้ายรินกับลูก!"
รินรดาเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจ ขณะที่ภาคินซึ่งยืนฟังอยู่ข้างๆ แค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอด้วยความแค้นเคืองอย่างถึงที่สุด
ทว่า ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยปากตอบอะไร ปลายสายกลับส่งเสียงกรี๊ดร้องด้วยความตกใจกลัว ตามมาด้วยเสียงโครมครามสนั่นหวั่นไหวราวกับมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอย่างรุนแรง และก่อนที่สายจะตัดขาดลงไปอย่างไร้สัญญาณ... เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยของใครอีกคนก็แทรกเข้ามาในสาย ด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นจนน่าขนลุก
*"คิดจะหนีไปไหนเหรอครับ... คุณกวินทร์?"*
รินรดานิ่งงั้นไปทั้งร่าง โทรศัพท์ในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมเสียงดัง *ตุบ* ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เมื่อตระหนักได้ว่า... เกมนี้มันไม่ได้จบลงแค่วันนี้ และบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาในเกม อาจจะน่ากลัวกว่าที่พวกเขาทั้งสองคนเคยจินตนาการไว้เสียอีก!
---
*ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับความรักของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ*
พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ•ตอนที่ 24
ความจริงเปิดเผย
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!