พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ•ตอนที่ 22

กับดักของกวินทร์

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองวีไอพีไม่ได้ทำให้รินรดารู้สึกหนצוหนาวเท่ากับวัตถุสีน้ำตาลในมือของกวินทร์ รอยยิ้มที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้เปรียบเสมือนคมมีดที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง มันหวานหยดย้อยจนน่าสะอิดสะเอียน ทว่ากลับกรีดลึกถึงขั้วหัวใจของคนเป็นแม่ "คุณกวินทร์... คุณเอามันมาจากไหนคะ" เสียงของรินรดาแหบพร่า ดวงตากลมโตสั่นระริกขณะจ้องมองซองเอกสารลับที่ประทับตราของห้องปฏิบัติการพันธุศาสตร์ชื่อดัง เอกสารที่เธอเคยคิดว่าถูกทำลายไปแล้วในคืนวันอันมืดมนเมื่อสามปีก่อน เอกสารที่ชี้ชัดถึงสายเลือด... ระหว่างน้องภีมกับผู้ชายใจร้ายคนนั้น "ความลับไม่มีในโลกหรอกค่ะริน" กวินทร์ก้าวเข้าไปใกล้โดยทิ้งระยะห่างเพียงแค่ก้าวเดียว ดวงตาคมปลาบกวาดมองใบหน้าซีดเผือดของหญิงสาวด้วยความพึงพอใจ "โดยเฉพาะความลับที่ถูกเก็บไว้ใต้จมูกของคนอย่างภาคิน... คุณคิดจริงๆ เหรอคะว่าผู้ชายระดับนั้นจะปล่อยให้เรื่องสายเลือดนอกสมรสคลาดสายตาไปได้นานขนาดนี้" หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความหวาดกลัวพุ่งพล่านขึ้นมาจนปลายนิ้วเย็นเฉียบ เธอยอมก้าวออกจากชีวิตของภาคิน ยอมอดทนกลืนกินความเจ็บปวดและหยาดน้ำตาเพื่อแลกกับการปกป้องลูกชายสุดที่รักให้อยู่รอดปลอดภัยจากเงื้อมมือของอดีตสามีผู้เย็นชาและไร้หัวใจ แต่ในวันนี้... กำแพงที่เธอเพียรสร้างด้วยเลือดเนื้อกำลังจะพังทลายลงด้วยน้ำมือของคนที่เธอเคยคิดว่าเป็นมิตร "คุณต้องการอะไรกันแน่คะกวินทร์" เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมเศษ ซากความเข้มแข็งทั้งหมดที่มี เชิดหน้าขึ้นสู้กับแววตาเจ้าเล่ห์คู่นั้น "ถ้าคุณหวังจะเอาเรื่องนี้ไปใช้ประโยชน์อะไรล่ะก็..." "ผมไม่ได้อยากได้อะไรจากคุณเลยค่ะริน... นอกจากตัวคุณ และสิทธิ์ในการทำลายผู้ชายที่มันเคยเหยียบย่ำคุณ" กวินทร์เอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นกลับเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายที่ซ่อนเร้น "ภาคินมันสมควรได้รับบทเรียนบ้าง ว่าการสูญเสียสิ่งที่รักที่สุดมันรู้สึกอย่างไร และวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้มันดิ้นทุรนทุราย... ก็คือการทำให้มันรู้ว่า เด็กผู้ชายที่มันคอยรังเกียจเดียดฉันท์และมองว่าเป็นแค่เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า แท้จริงแล้วคือเลือดเนื้อเชื้อไขของมันเอง!" "อย่านะคะ!" รินรดาร้องห้ามเสียงหลง มือบางพยายามคว้าซองเอกสารนั้นแต่กลับถูกกวินทร์เบี่ยงหลบได้อย่างง่ายดาย "สายไปแล้วค่ะริน..." กวินทร์หัวเราะในลำคออย่างผู้กำชัยชนะ "เอกสารชุดนี้... ตอนนี้ถูกส่งตรงไปยังอีเมลส่วนตัวของท่านประธานบริษัทภาคิน กรุ๊ป เรียบร้อยแล้วค่ะ และป่านนี้... เขากำลังขับรถมาที่นี่เพื่อมาพิสูจน์ความจริงด้วยตาของตัวเอง" ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ รินรดายืนตัวชาทำอะไรไม่ถูก สมองขาวโพลนไปหมด ภาพความโหดร้ายและคำพูดดูถูกเหียดหยามของภาคินในอดีตย้อนกลับมาตอกย้ำราวกับภาพรีเพลย์ หากภาคินรู้ความจริงเรื่องน้องภีม... ผู้ชายคนนั้นไม่มีทางปล่อยให้ลูกอยู่กับเธอแน่ เขากล้าทำทุกวิถีทางเพื่อแย่งชิงสิทธิ์การเลี้ยงดูโดยไม่สนใจว่าหัวใจของคนเป็นแม่จะแหลกสลายคามือหรือไม่ "คุณมันคนสารเลว..." รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อล้นทะลักขอบตาไหลอาบแก้ม "คำก็สารเลว สองคำก็สารเลว... แต่จำไว้นะคะริน ว่าคนที่ผลักคุณให้มาอยู่จุดนี้ ไม่ใช่ผม... แต่คือสามีเก่าผู้แสนดีของคุณต่างหาก!" ปัง! เสียงประตูกระจกห้องรับรองถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือหนา แรงเหวี่ยงนั้นทำให้บานประตูกระแทกผนังเสียงดังสนั่นจนห้องทั้งห้องเงียบกริบ ทว่าความเงียบนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่า ร่างสูงใหญ่ของภาคินก้าวเข้ามาในห้องด้วยออร่าความเย็นชาที่แผ่ซ่านจนอุณหสะเทือนลดฮวบ ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนบ่งบอกถึงความโกรธขั้นขีดสุดที่ถูกอัดแน่นอยู่ภายใน ร่างกายของเขาสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความบ้าคลั่งที่กำลังจะระเบิด สายตาดุดันของภาคินกวาดมองกวินทร์ที่ยืนยิ้มเยาะ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของรินรดาที่กำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า "จริงเหรอ..." เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดระคนแค้นเคือง "ที่กวินทร์มันบอกฉัน... ว่าเด็กคนนั้น... ภีม... คือลูกของฉัน?!" รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ ลมหายใจสะดุดกึก เธออ้าปากจะปฏิเสธ ทว่าสายตาที่คมกริบดั่งมีดโกนของภาคินกลับพุ่งตรงมาตรึงร่างเธอไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้ ภาคินก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วจนรินรดาต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ฝ่ามือหนาเอื้อมมาบีบปลายคางมนของเธอไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ที่ควบคุมไม่อยู่ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาความจริงทั้งหมดจากก้นบึ้งหัวใจ "ตอบฉันมา รินรดา!" ภาคินคำรามลั่น น้ำเสียงของเขาขาดห้วงราวกับคนใกล้ขาดใจ "ตลอดเวลาที่ผ่านมา... เธอเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน ปิดบังเรื่องสายเลือดของฉัน แล้วปล่อยให้ฉันกลายเป็นไอ้โง่ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยงั้นเหรอ!" "ปล่อยฉันนะคะภาคิน... เจ็บ!" รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีและแกะมือหนาออก แต่มันกลับยิ่งบีบรัดแน่นขึ้น ราวกับเขาต้องการแหลกสลายเธอคามือ "เจ็บแค่นี้มันยังน้อยไปเทียบกับสิ่งที่เธอทำกับฉัน!" ภาคินแค่น หัวเราะด้วยความเจ็บปวดร้าวลึก หัวใจของเขาถูกบีบคั้นจนแทบหยุดเต้น เมื่อตระหนักว่าเด็กชายตัวน้อยร่าเริงที่เขาเคยเผลอยิ้มให้ เคยอุ้มชู และเคยเกือบจะผลักไส... แท้จริงแล้วคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง ลูกชายที่เขาตามหามาตลอด แต่วันนี้มันกลับซ่อนอยู่ใต้จมูกของเขา โดยมีผู้หญิงคนที่เขาเคยทิ้งขว้างเป็นคนปิดบังเอาไว้ ในจังหวะที่บรรยากาศในห้องกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของภาคินก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ ภาคินปรายตามองหน้าจอด้วยความหงุดหงิดตั้งใจจะกดตัดสายทิ้ง ทว่าชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาลมหายใจของเขาชะงักกึก มันคือเบอร์สายตรงจากคุณแม่บ้านที่คฤหาสน์... และข้อความแจ้งเตือนสั้นๆ ที่เด้งขึ้นมาพร้อมกัน ทำให้ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน *“คุณภาคินคะ! แย่แล้วค่ะ! คุณหนูภีมอยู่ๆ ก็ไข้ขึ้นสูงจัด หายใจไม่ออก แล้วเรียกหาแต่คุณแม่กับคุณพ่อค่ะ!”* ภาคินชะงักกึก ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย มือที่บีบคางรินรดาคลายออกอย่างไร้เรี่ยวแรง ทันทีที่ได้ยินคำว่า 'คุณพ่อ' จากปากแม่บ้าน หัวใจที่ด้านชามาตลอดสามปีกลับถูกกระชากอย่างรุนแรงจนเจ็บแปลบ รินรดาล้มทรุดลงไปกองกับพื้นทันทีที่หลุดพ้นจากพันธนาการ ดวงตาแดงก่ำมองอดีตสามีด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือกของเขา "ลูก..." ภาคินพึมพำกับตัวเอง เสียงสั่นพร่า ดวงตาคู่คมหันกลับมามองรินรดาราวกับคนเสียสติ ก่อนที่เขาจะพุ่งเข้าไปควחוมข้อมือบางของเธอให้ลุกขึ้นยืนด้วยแรงทั้งหมดที่มี "ลูกของเราป่วย... และเขาเรียกหาฉัน!" "ปล่อยฉันนะภาคิน! ฉันต้องรีบไปหาลูก!" รินรดากรีดร้องออกมาอย่างคนขาดสติ น้ำตาพรั่งพรูยิ่งกว่าเดิมเมื่อนึกถึงลูกชายตัวน้อยที่กำลังนอนซมอยู่ที่บ้าน "เงียบซะ! แล้วขึ้นรถไปกับฉันเดี๋ยวนี้!" ภาคินตะคอกเสียงกร้าว แววตาเต็มไปด้วยความร้อนรนและหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในชีวิต "ถ้าลูกเป็นอะไรไป... เธอตายคามือฉันแน่ รินรดา!" ภาคินกระชากข้อมือเล็กให้เดินตามออกไปจากห้องรับรองอย่างไม่ใยดี ท่ามกลางรอยยิ้มเยาะหยันของกวินทร์ที่ยืนมองภาพความโกลาหลนั้นจากเบื้องหลัง ประตูลิฟต์สีทองเปิดอ้าต้อนรับพวกเขาทั้งสองคนเข้าสู่กรงขังแห่งโชคชะตาที่กำลังจะพลิกผันไปตลอดกาล... โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า ปลายทางที่พวกเขากำลังจะไปถึง... มีความลับอีกหนึ่งอย่างที่น่าตกใจยิ่งกว่ากำลังรออยู่ ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไป1พร้อมกับรินรดานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — "เมฆหมอกสีชมพู"
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%