พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ•ตอนที่ 32

ความกลัวที่หายไป

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองวีไอพีไม่ได้ทำให้รินรดาหวาดหวั่นเท่ากับเงาร่างสูงโปร่งของกวินทร์ที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มผู้ซ่อนคมเขี้ยวไว้ภายใต้รอยยิ้มสุภาพ ทว่าแววตากลับเร่าร้อนไปด้วยความกระหายใคร่ครอบครอง ดวงตาคู่นั้นเคยมองเธอเป็นเพียงดอกไม้ริมทางที่เขาจะเด็ดดมเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ในวันนี้… ดอกไม้ดอกนี้มีหนามแหลมคมที่พร้อมจะกรีดลึกจนเลือดซิบ "ไม่คิดเลยนะคะว่าจะได้เจอคุณที่นี่... ริน" น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่แฝงไว้ด้วยความคุกคามดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงที่ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ กวินทร์ยાસายตาสำรวจหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ชุดสูทเข้ารูปสีครีมขับเน้นความสง่างามและความเด็ดเดี่ยวที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากหยาดน้ำตาในอดีต รินรดาไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่นั่งร้องไห้รอความเมตตาอีกต่อไปแล้วค่ะ รินรดากำมือแน่นใต้โต๊ะ เล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติและความกล้า ความหวาดกลัวที่เคยฝังรากลึกในใจค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยเพลิงโทสะและความเกลียดชัง เธอยืดตัวขึ้นตรง เชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างไว้ศักดิ์ศรี "แต่ฉันไม่ได้อยากเจอคุณค่ะ... คุณกวินทร์" รินรดาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคมจนคนฟังชะงักรอยยิ้มค้าง "กรุณาให้เกียรติสถานที่และถอยออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะเรียกเจ้าหน้าที่มาเชิญคุณ" กวินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูน่ารังเกียจและเย้ยหยัน เขายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระคนกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส "ใจร้ายจังเลยนะคะ รินลืมไปแล้วหรือไงว่าใครกันที่คอยเช็ดน้ำตาให้ตอนที่สามีผู้สูงส่งของคุณอย่างภาคินเหยียบย่ำคุณจนไม่เหลือชิ้นดี? หึ... ผู้ชายเย็นชาแบบนั้น ไม่สมควรได้รับความรักจากคุณหรอกค่ะ ให้โอกาสฉันได้ดูแลคุณกับน้องภีมดีกว่า... รับรองว่าฉันจะทำหน้าที่พ่อและสามีที่ดีกว่ามันร้อยเท่า" คำพูดจาจ้วงจาบและสายตาแทะโลมทำให้รินรดารู้สึกคลื่นไส้ ความทรงจำเลวร้ายในวันที่เธอถูกกวินทร์พยายามลวนลามและใส่ร้ายป้ายสีผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพสלﻮD แผลเป็นในอดีตกรีดร้องขึ้นมาอีกครั้ง ร่างกายของเธอเริ่มสั่นเทาด้วยความโกรธและหวาดกลัวที่ยังหลงเหลือ แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความอ่อนแอเกือบจะเข้าครอบงำ มือหนาอบอุ่นคู่หนึ่งก็วางลงบนไหล่บางของเธออย่างมั่นคง กระแสไออุ่นจากฝ่ามือคู่นั้นแผ่ซ่านเข้ามาใน1วินาที แปลเปลี่ยนเป็นเกราะคุ้มภัยที่แข็งแกร่งที่สุด รินรดาหันไปมองสบตาเจ้าของมือ และพบกับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความดุดันและคุกรุ่นไปด้วยโทสะของ 'ภาคิน' สามีผู้เคยผลักไสเธอลงสู่ขุมนรก... บัดนี้กำลังยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังเธอ ราวกับพญาอินทรีที่พร้อมจะฉีกร่างใครก็ตามที่กล้าแตะต้องของหวง ภาคินก้าวออกมาบังร่างของรินรดาไว้มิดชิด เขายืนค้ำหัวกวินทร์ด้วยความสูงที่เหนือกว่า และรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขาก็ทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย "ระวังคำพูดแล้วก็สายตาของคุณด้วยนะ... กวินทร์" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้มแต่ทรงพลัง กรามแกร่งขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน "ภรรยาของฉัน... และลูกของฉัน ไม่มีวันลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับคนชั้นต่ำอย่างแก" กวินทร์หน้าเสียไปชั่วขณะ แต่ก็ยังฝืนยิ้มเยาะกลับมา "อ้าว! ท่านประธานภาคินผู้ยิ่งใหญ่... นึกว่าจะปล่อยให้เมียตัวเองเฉาตายไปซะอีก เห็นข่าวลือหนาหูว่าพวกคุณหย่าร้างกันแล้วนี่ครับ หรือว่าตอนนี้สำนึกได้ ถึงได้วิ่งแจ้นมาทำตัวเป็นสามีผู้แสนดี?" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะระเบิด รินรดารู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็ง 2 ข้างของภาคิน เขากำลังโกรธ... โกรธมาก และเธอรู้ดีว่าภาคินในโหมดที่ไร้ความปรานีนั้นน่ากลัวเพียงใด "ต่อให้เราจะหย่ากันหรือไม่... รินก็ยังเป็นแม่ของลูกฉัน และไม่มีวันเป็นของแก" ภาคินแค่นเสียงหัวเราะเยาะในลำคอ สายตากวาดมองกวินทร์ราวกับมองเศษขยะชิ้นหนึ่ง "จำใส่สมองเอาไว้ ถ้าแกยังกล้าเข้าใกล้รินหรือลูกอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะทำให้บริษัทของแกพังพินาศจนไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินจะกลบหน้า... ไสหัวไปซะ!" คำขู่ที่ดุดันและเด็ดขาดทำให้นักธุรกิจหนุ่มคู่แข่งถึงกับหน้าซีดเผือด กวินทร์กัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง แต่เมื่อสบเข้ากับแววตาดุจมัจจุราชของภาคิน เขาก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ได้ขู่เล่นๆ กวินทร์สะบัดหน้าหนีด้วยความจำยอม ก่อนจะสาวเท้าก้าวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ความเงียบเข้าปกคลุมห้องรับรองอีกครั้ง รินรดาลอบผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ความหวาดกลัวเมื่อครู่จางหายไป เหลือเพียงความเคว้งคว้างในอก เธอขยับตัวลุกขึ้นยืนเพื่อเว้นระยะห่างจากชายหนุ่มผู้เป็นทั้งอดีตสามีและผู้มีพระคุณในยามคับขัน "ขอบคุณค่ะ..." รินรดาเอ่ยเสียงแผ่วเบา โดยไม่ยอมสบตาเขา "แต่คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้... เราต่างคนต่างอยู่จะดีที่สุดค่ะ" ภาคินชะงัก มือหนาที่เคยโอบไหล่เธอเมื่อครู่ลดลงข้างลำตัวอย่างเคว้งคว้าง แววตาคมกริบฉายแววเจ็บปวดขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อได้ยินน้ำเสียงห่างเหินและท่าทีผลักไสของหญิงสาว "ริน... ผมแค่อยากปกป้องคุณ" ภาคินเอ่ยเสียงสั่นพร่า เป็นครั้งแรกที่ผู้ชายทิฐิสูงคนนี้ยอมลดศักดิ์ศรีทั้งหมดลงแทบเท้าเธอ "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมเคยทำมันเลวร้ายแค่ไหน... แต่ได้โปรด ให้โอกาสผมได้ไถ่บาป ได้ไหมครับ?" รินรดายิ้มหยันให้กับตัวเอง รอยยิ้มที่เคลือบด้วยหยดน้ำตาแห่งความช้ำใจในอดีต เธอมองหน้าเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้เยื่อใย "การไถ่บาปของคุณ... มันช้าไปสามปีแล้วค่ะ ภาคิน" รินรดากล่าวเสียงเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "สิ่งที่พังไปแล้ว... ต่อให้เอาทองคำมาหลอมใหม่ มันก็ไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมหรอกนะคะ" เธอหันหลังเตรียมจะก้าวเดินออกไปจากห้อง ทว่าเสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของภาคินก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ ภาคินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความหงุดหงิด ทว่าเพียงแค่กวาดสายตาอ่านข้อความและภาพถ่ายที่ถูกส่งมาจากเลขาฯ ส่วนตัว ใบหน้าคมคายก็ถอดสีซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ภาพถ่ายใบเสร็จตรวจสุขภาพและประวัติการรักษาของโรงพยาบาลชื่อดัง พร้อมด้วยเอกสารรับรองความเป็นบิดา ที่ระบุชื่อเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบ... 'น้องภีม' และบรรทัดสุดท้ายในรายงานผลตรวจ DNA ระบุไว้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง... *ความน่าจะเป็นที่บิดาจะมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับเด็กชาย คือ 99.99%* ด้วยความตื่นตระหนกและหัวใจที่เต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ภาคินเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังบางของรินรดาที่กำลังจะพ้นประตูห้อง พร้อมกับเอמהรำพันออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือจนแทบไม่เป็นภาษา "ริน... ลูก... ลูกของเธอ... คือลูกของผมงั้นเหรอ?" (โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ) จากใจ "เมฆหมอกสีชมพู" ค่ะ: ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและส่งกำลังใจให้รินรดากันมาจนถึงตอนนี้ แล้วมาลุ้นระทึกกับการตัดสินใจครั้งสำคัญของเธอกันต่อในตอนหน้านะคะ!
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%