กลิ่นอายความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองวีไอพีไม่ได้ทำให้รินรดารู้สึกหนาวเหน็บเท่ากับสายตาคู่คมที่กำลังจ้องมองเธอราวกับจะแผดเผาให้มอดไหม้ ร่างสูงโปร่งของภาคินขยับเข้ามาใกล้ทีละก้าว บรรยากาศรอบตัวเขาเต็มไปด้วยความกดดันและอำนาจมืดที่เคยใช้บีบคั้นเธอมาตลอดหลายปีในอดีต ทว่าในวันนี้... ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว
ดวงตากลมโตของรินรดาไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวอีกต่อไป มีเพียงความว่างเปล่าเย็นชาที่เคลือบอยู่บนนัยน์ตาคู่สวย เธอปรายตามองชายหนุ่มที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นสามีตามกฎหมายด้วยความรู้สึกที่แทบไม่เหลือเยื่อใย ขณะที่กวินทร์ซึ่งยืนซ้อนอยู่ด้านหลังยังคงคลี่ยิ้มพึงพอใจกับปฏิกิริยาของคนตรงหน้า กระซิบทิ้งเชื้อไฟแห่งความระอุไว้ข้างใบหูเธอว่า *“แผนที่ผมวางไว้... เริ่มทำงานแล้วนะ ที่รัก”*
รินรดาไม่ได้ตอบคำถามนั้นด้วยคำพูด เธอเพียงแค่เหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับภาคินเต็มตา
“มองอะไรคะคุณภาคิน หรือว่าไม่เคยเห็นผู้หญิงที่เขาหมดรักคุณแล้วจริงๆ” น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจถูกเอื้อnออกมาราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความรู้สึกของคนฟัง
ภาคินขบกรามแน่นจนสันนัดนูนขึ้น สัญชาตญาณดิบในตัวผู้ชายเจ้าเล่ห์และเย่อหยิ่งบอกเขาว่าสถานการณ์กำลังหลุดมือ มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้าข้อมือเล็กแต่รินรดาไวกว่า เธอชักมือหลบอย่างไม่ลังเล ราวกับรังเกียจการสัมผัสจากเขาเสียเต็มประดา
“เด็กคนนั้น...” ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาดุดันเหลือบมองไปทางประตูห้องที่น้องภีมกำลังนั่งเล่นอยู่กับพี่เลี้ยง “เด็กผู้ชายที่หน้าตาถอดแบบฉันมาไม่มีผิดเพี้ยนคนนั้น... เป็นใคร รินรดา!”
ในที่สุดเขาก็หลุดปากถามคำถามที่กัดกินหัวใจตัวเองมาตลอดตั้งแต่ได้เห็นภาพถ่ายในแฟ้มลับนั่น เด็กชายวัยสามขวบที่มีดวงตาเรียวรี จมูกโด่งรั้น และรอยยิ้มมุมปากที่ถอดพิมพ์เดียวกับเขาไม่ผิดเพี้ยน... มันชัดเจนเสียจนเขาไม่ต้องใช้ผลตรวจ DNA ด้วยซ้ำ
รินรดาหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข ทว่ากลับสร้างความเจ็บปวดให้คนที่ยืนฟังยิ่งกว่าถูกตบด้วยหน้าแข้ง
“ลูกฉันค่ะ” เธอตอบสั้นๆ ชัดถ้อยชัดคำ ไม่มีอาการสะทกสะท้านแม้แต่น้อย
“ลูกของเธอ... กับใคร!” ภาคินคำรามลั่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธและหึงหวงที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างฉุดไม่อยู่ เขาพุ่งเข้าประชิดตัวเธอ มือหนาบีบเข้าที่ต้นแขนทั้งสองข้างแน่นโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามันจะสร้างความเจ็บปวดให้เธอมากแค่ไหน “บอกฉันมานะรินรดา! เด็กคนนั้นเป็นลูกของฉันใช่ไหม! เธอแอบคลอดลูกแล้วซ่อนเขาไว้จากฉันอย่างนั้นเหรอ!”
รินรดานิหน้าลงเล็กน้อยด้วยความเจ็บ แต่เธอกลับเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาที่มองกลับไปเต็มไปด้วยหยาดหยดแห่งความแค้นที่สะสมมานานนับปี
“ปล่อยค่ะ!” เธอสะบัดแขนออกอย่างแรงจนหลุดจากการเกาะกุม ถอยหลังไปก้าวหนึ่งพร้อมกับจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ “คุณเอาสิทธิ์อะไรมาถามฉันคะคุณภาคิน ในเมื่อทะเบียนสมรสใบนั้นเราก็หย่ากันขาดไปนานแล้ว ลูกของฉันจะเกิดจากใคร หรือจะเป็นลูกของใคร... มันก็ *‘ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง’* อะไรกับคุณทั้งสิ้น!”
“ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องงั้นเหรอ!” ภาคินแค่นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เขารemember วันเวลาที่ผ่านมา หน้าตาของเด็กคนนั้นมันตอกย้ำชัดเจนว่าสายเลือดของเขากำลังวิ่งพล่านอยู่ในตัวเด็กคนนั้น “เธอคิดว่าฉันโง่มากเหรอรินรดา! หน้าตาของเด็กคนนั้นมันฟ้องอยู่ทนโท่ว่าคือเชื้อสายของฉัน! เธอคิดจะปิดบังทายาทตระกูลอัครเดโชชัยอย่างนั้นเหรอ ไม่มีทาง!”
“ทายาทตระกูลอัครเดโชชัยเหรอคะ?” รินรดายิ้มหยัน ดวงตากลมโตคลอหน่วยด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดในอดีตที่ไหลย้อนกลับมาตอกย้ำ “วันที่คุณไล่ฉันออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย วันที่คุณบอกว่าเด็กในท้องฉันมันเป็นแค่เครื่องมือมารยา... คุณลืมไปแล้วหรือไงคะว่าคุณเป็นคนพูดคำว่าอะไรออกมาบ้าง!”
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กอันใหญ่ที่ทุบลงกลางอกของภาคินจนเขาสะอึก ใบหน้าคมคายซีดเผือดลงทันที ความทรงจำในวันที่ฝนตกหนัก วันที่เขาหยยยามศักดิ์ศรีความเป็นแม่ของเธออย่างไร้ความปรานีผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ
“ริน...” เขาพยายามจะเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ทว่ามันสายเกินไปเสียแล้ว
“อย่ามาเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงน่าสมเพชแบบนั้น!” รินรดาตัดบท เสียงหวานที่เคยสั่นเครือกลับหนักแน่นและเฉียบคมจนคนฟังแทบหยุดหายใจ “เด็กคนนี้มีแม่ชื่อรินรดา และมีพ่อ... ที่ตายจากไปในความทรงจำของฉันตั้งแต่วันที่เราหย่ากันแล้วค่ะคุณภาคิน ต่อให้เด็กคนนั้นจะมีหน้าตาคล้ายคุณแค่ไหน แต่ขอโทษด้วยนะคะ... ทางกฎหมายและทางความรู้สึก เด็กคนนี้ *‘ไม่ใช่ลูกของคุณ’* และคุณไม่มีวันได้แตะต้องเขาแม้แต่ปลายเล็บ!”
ประกาศิตอันเด็ดขาดของเธอทำให้ภาคินยืนนิ่งงัน ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม ความรู้สึกเจ็บปวด เสียใจ และสำนึกผิดถาโถมเข้าใส่หัวใจที่ด้านชาของเขาจนแทบแหลกสลาย เขาอยากจะเอ่ยคำขอโทษ อยากจะคุกเข่าอ้อนวอนขอโอกาสไถ่บาป แต่มันติดอยู่ที่ทิฐิและอีโก้ที่ค้ำคอมาทั้งชีวิต
ในจังหวะที่บรรยากาศในห้องกำลังตึงเครียดจนแทบระเบิด กวินทร์ที่ยืนกอดอกมองดูละครฉากใหญ่มานานก็ก้าวเท้าเข้ามาแทรกกลาง เขายิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า พร้อมกับเอื้อมมือไปโอบไหล่บางของรินรดาไว้อย่างถือวิสาสะ
“ผมว่าคุณภาคินควรกลับไปได้แล้วนะครับ” กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่น่าหมั่นไส้ “ในฐานะที่ผมกำลังจะก้าวเข้ามาเป็น *‘พ่อใหม่’* ของน้องภีม และเป็นคู่ชีวิตคนใหม่ของรินรดา... ผมคงต้องขอร้องไม่ให้คุณมารบกวนครอบครัวของเราอีก”
คำว่า *‘พ่อใหม่’* กระแทกเข้าหูภาคินเต็มแรง ดวงตาคมกริบเบนกลับมามองกวินทร์ด้วยความอาฆาตมาดร้าย เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ ความหึงหวงและโทสะพุ่งทะยานจนเขาแทบจะพุ่งเข้าไปซัดหน้าไอ้คู่แข่งทางธุรกิจคนนี้ให้ร่วงลงไปกองกับพื้น
“หุบปากแกซะ! กวินทร์!” ภาคินคำรามลั่น ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวอีกฝ่ายหมายจะกระชากคอเสื้อ
ทว่า... ก่อนที่หมัดของภาคินจะทันได้ซัดเข้าที่ใบหน้าของกวินทร์ ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักเปิดออกกว้างด้วยฝีมือของใครบางคน
ร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสหรูดีไซน์เฉี่ยว ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ในมือของเธอถือเอกสารซองสีน้ำตาลหนาปึก ดวงตาคู่คมกวาดมองคนทั้งสามในห้องด้วยแววตาสสมเพชแกมสมใจ
“อุ๊ย... ดูเหมือนว่าฉันจะเข้ามาขัดจังหวะเวลาครอบครัวสุขสันต์หรือเปล่าคะเนี่ย?” เสียงแหลมใสเอ่ยทักทาย ทำเอาทุกคนในห้องต้องชะงักและหันไปมองเป็นตาเดียว
ภาคินชะงักหมัดที่ค้างกลางอากาศ ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าผู้มาใหม่คือใคร ขณะที่รินรดากับกวินทร์เองก็ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ
หญิงสาวผู้มาใหม่เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าภาคิน เธอหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าเขา เสียงกระดาษกระทบกระจกดังขึ้นเบาๆ แต่กลับดังก้องไปถึงก้นบึ้งหัวใจของทุกคน
“พอดีฉันไปได้เอกสารชิ้นนี้มาค่ะ ภาคิน...” เธอปรายตามองรินรดาก่อนจะหันกลับมาสบตาอดีตสามีด้วยรอยยิ้มที่ซ่อนเร้นความลับอันน่าสะพรึงกลัว “เป็นเอกสารผลตรวจ DNA อีกชุด... ที่ไม่ใช่ของเด็กคนนั้นหรอกนะ แต่เป็นความลับที่คุณอุตส่าห์ซ่อนไว้ตั้งแต่อดีตต่างหากล่ะคะ”
ลมหายใจของทุกคนในห้องแทบสะดุดลงทันที เมื่อเอกสารแผ่นสุดท้ายในซองถูกดึงออกมาเผยให้เห็นข้อความบางอย่างที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษ...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบบทนี้ค่ะ
พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ•ตอนที่ 10
ปฏิเสธไม่ยอมรับ
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!