พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ•ตอนที่ 3

ความลับใต้เงา

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กลิ่นคาวสนิมเหล็กที่ตีตื้นขึ้นมาจากลำคอ รินรดารู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่พิษไข้จากความอ่อนล้าสะสม แต่มันคือสัญญาณเตือนจากร่างกายที่กำลังปฏิเสธโลกใบนี้ ความเย็นเยียบของกระเบื้องห้องน้ำในคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองที่เพื่อนรักอย่างปานระวีใจดีเอื้อเฟื้อให้เป็นที่ซ่อนกาย ทำให้รินรดาต้องใช้มือข้างหนึ่งยันขอบอ่างล้างหน้าไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่สวยที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงจนบวมช้ำ จ้องมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งหวาดกลัว เจ็บปวด และ... เด็ดเดี่ยว "อุ๊บ..." ร่างบางทรุดตัวลงคุกเข่าหน้าโถสุขภัณฑ์อีกครั้ง อาการแพ้ท้องรุนแรงเล่นงานจนแทบไม่มีเรี่ยวแรงจะหายใจ มือสั่นเทาข้างหนึ่งยกขึ้นกุมหน้าท้องแบนราบของตนเองเอาไว้โดยสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด เพื่อกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดลอดออกไปปลุกเด็กชายวัยสามขวบที่กำลังนอนหลับพริ้มอยู่อีกห้อง ทำไม... ทำไมสวรรค์ถึงใจร้ายกับเธอนัก ในวันที่เธอตัดสินใจก้าวขาออกจากขุมนรกของภาคิน ผู้ชายใจร้ายที่เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องมือระบายความใคร่และเป็นสิ่งประดับบ้านอย่างไร้ค่า ในวันที่เธอกำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างน้องภีม สิ่งมีชีวิตตัวน้อยๆ อีกหนึ่งชีวิตกลับปฏิสนธิขึ้นมาในครรภ์ของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว ลูกที่เกิดจากความผิดพลาด... ลูกที่เกิดในวันที่พ่อของเขาประกาศกร้าวอย่างไร้เยื่อใยว่าไม่เคยรัก และพร้อมจะเขี่ยเธอกับลูกทิ้งราวกับเศษฝุ่น "แม่ควรทำยังไงดีลูก..." รินรดากระซิบกับตัวเองหยาดน้ำตาหยดแหมะลงบนหลังมือที่สั่นเทา หัวใจดวงน้อยร้าวรานจนแทบแตกสลาย หากภาคินรู้เรื่องนี้เข้า... เขาจะทำอย่างไร? เขาคงไม่แคร์ แถมยังอาจจะใช้สิทธิ์ความเป็นพ่อมาแย่งชิงลูกไปจากอกเธอ เหมือนที่เขาเคยขู่ไว้ด้วยอำนาจและเงินตราอย่างไร้ความปรานี ไม่มีวัน เธอไม่มีทางยอมให้ใครมาพรากเลือดเนื้อเชื้อไขไปจากอกเด็ดขาด! ความเจ็บปวดในอดีตที่ถูกภาคินเหยียบย่ำศักดิ์ศรี ย้อนกลับมาตอกย้ำราวกับไฟสุมทรวง รอยแผลเป็นในใจที่ยังไม่ทันตกสะเก็ดถูกกรีดซ้ำด้วยความจริงที่ว่า เธอกำลังจะกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวของเด็กสองคนในวัยที่ชีวิตพัง ความลับนี้... จะต้องถูกฝังกลบไว้ในสุสานแห่งความทรงจำ รินรดาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อดึงสติอันน้อยนิดกลับคืนมา เธอใช้มือปาดน้ำตาออกจากแก้มลวกๆ ยันกายลุกขึ้นยืนแล้วเปิดก๊อกน้ำล้างหน้าเพื่อชำระล้างความอ่อนแอ เธอบอกกับตัวเองในกระจกด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป แววตาที่เต็มไปด้วยความแข็งกร้าวและดื้อรั้นแบบที่ภาคินไม่เคยได้เห็น ต่อจากนี้ไป รินรดาคนเดิมที่อ่อนแอและยอมให้เขาโขกสับได้ฝ่ายเดียวได้ตายไปแล้ว เหลือเพียงแม่เสือสาวที่พร้อมจะปกป้องลูกน้อยด้วยชีวิต แม้จะต้องแลกด้วยลมหายใจเธอก็ยอม! เสียงฝีเท้าเล็กๆ ที่ดังแèวมาพร้อมกับเสียงง ZZZ ของตุ๊กตาหมีตัวโปรด ทำให้หัวใจที่กำลังแข็งกระด้างของรินรดาอ่อนยวบลงในทันที เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ฝืนปั้นรอยยิ้มที่สดใสที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วเดินออกจากห้องน้ำ "คุณแม่ขา..." เสียงใสๆ ของน้องภีมดังขึ้น พร้อมกับร่างป้อมๆ ของเด็กชายวัยสามขวบที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาสวมกอดขาเธอไว้แน่น ดวงตากลมโตใสแป๋วถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อราวกับพิมพ์นิยม แต่ประกายความอ่อนโยนในนั้นคือรอยยิ้มเดียวที่ทำให้เธอยังมีแรงหายใจต่อในโลกอันโหดร้ายนี้ "น้องภีมตื่นแล้วเหรอครับคนเก่ง ทำไมยังไม่นอนอีก" รินรดานั่งย่อตัวลงโอบกอดร่างเล็กแนบอก สัมผัสอุ่นๆ จากลูกชายช่วยบรรเทาความหนาบเหน็บในอกลงได้บ้าง "ภีมตื่นมาไม่เจอคุณแม่นี่ครับ คุณแม่เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าซีดจางเลย" เด็กน้อยเอียงคอถามด้วยความไร้เดียงสา นิ้วป้อมๆ ยกขึ้นเกลี่ยแก้มของเธอเบาๆ ราวกับจะปลอบประโลม รินรดายิ้มบางๆ พลางส่ายหัวน้อยๆ "แม่ไม่เป็นไรครับ คนเก่งของแม่แค่นอนไม่พอนิดหน่อย ไปนอนต่อนะครับ ดึกมากแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้เราต้องไปเริ่มต้นอะไรใหม่กันนะ" หลังจากกล่อมลูกชายให้นอนหลับไปอีกครั้ง รินรดาก็เดินมานั่งเหม่อลอยอยู่ที่ริมหน้าต่างกระจกใสของคอนโดมิเนียม แสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครในยามวิกาลไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเลยสักนิด ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งตอกย้ำความโดดเดี่ยวที่เธอต้องเผชิญ โทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าบนโต๊ะสั่นครืดคราดติดต่อกันหลายครั้ง ข้อความและสายที่ไม่ได้รับจากเบอร์แปลกและเบอร์คุ้นเคยทำให้หัวใจกระตุกวูบ ภาคิน... เขาคงรู้แล้วว่าเธอหนีออกมา และกำลังคลั่งแน่ๆ ที่หาตัวเธอไม่เจอ แต่เธอกดปิดเครื่อง ตัดขาดจากโลกภายนอกทั้งหมด ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ตระกูลภาคิน บรรยากาศกลับมาคุคุกรุ่นและเย็นยะเยือกจนน่ากลัว ภาคินยืนจ้องมองห้องนอนที่ว่างเปล่าอย่างไร้ร่องรอยของภรรยา แววตาคมกริบฉายแววกรุ่นโกรธจนน่ากลัว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความไม่สบอารมณ์ ผู้หญิงคนนั้นกล้าดียังไงถึงกล้าขัดคำสั่งเขา กล้าหันหลังให้ตระกูลใหญ่ แล้วหนีหายไปพร้อมกับลูกชายของเขา! "ท่านประธานครับ..." เสียงทุ้มของเลขาคนสนิทดังขึ้นอย่างระมัดระวัง พร้อมกับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้ "เราพบเบาะแสรถแท็กซี่ที่นายหญิงนั่งไปแล้วครับ... ตอนนี้ท่านอยู่ที่คอนโดมิเนียมใจกลางเมือง... เป็นกรรมสิทธิ์ของ... คุณปานระวีเพื่อนสนิทของนายหญิงครับ" ภาคินรับซองเอกสารมาถือไว้แน่นจนมุมกระดาษยับยู่ยี่ มุมปากหยักหนายกยิ้มเยาะด้วยความเหี้ยมเกราะ ความถือทิฐิและอีโก้สูงส่งทำให้เขาไม่ยอมรับว่าหัวใจตัวเองกำลังกระวนกระวายแค่ไหน "หนีเก่งนักนะรินรดา..." เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาอย่างน่ากลัว ดวงตาคมดุจเหยี่ยวทอประกายความดุดัน "คิดว่าหนีไปได้แล้วฉันจะตามเธอไม่เจออย่างนั้นเหรอ? เธอกับลูกเป็นของฉัน... อยากเล่นเกมซ่อนหาใช่ไหม ได้! เดี๋ยวฉันจะไปพลิกแผ่นดินล่าเธอเอง!" ชายหนุ่มสะบัดกายหันหลังเตรียมก้าวออกจากห้องเพื่อไปจัดการลากตัวภรรยาจอมพยศกลับมาลงทัณฑ์ให้สาสมกับความบังמיด แต่ทว่า... สายตาคมดันเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ร่วงหล่นอยู่ใต้พรมปูพื้นใกล้โต๊ะเครื่องแป้ง ซึ่งน่าจะร่วงตอนที่รินรดารีบเก็บกระเป๋า ภาคินขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เขาเดินไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู และวินาทีที่สายตาคมกวาดมองข้อความและสัญลักษณ์รูปบวกสีชมพูจางๆ บนใบผลตรวจทางการแพทย์จากโรงพยาบาลชื่อดัง ที่ระบุชื่อ "นางสาวรินรดา" และผลการตั้งครรภ์ที่ย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่หก... ลมหายใจของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลสะดุดกึก ร่างสูงใหญ่ชะงักค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม ใบหน้าที่เคยเย็นชาและเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าและตื่นตะลึงในเสี้ยววินาที *(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ)*
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%