กลิ่นหอมกรุ่นของสีน้ำมันและกลิ่นอายดินชื้นหลังฝนตกคือสิ่งที่ปลอบประโลมจิตใจของรินรดาได้ดีที่สุดในเวลานี้ ร่างเพรียวบางในชุดเดรสผ้าลินินสีครีมหลวมโคร่งเพื่ออำพรางครรภ์ย่างเข้าสู่เดือนที่สามกำลังยืนอยู่หน้าเฟรมผ้าใบขนาดใหญ่ มือเรียวสวยที่เคยสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวในอดีต บัดนี้กลับมั่นคงและเต็มไปด้วยพลัง ขณะที่ปลายพู่กันจรดลงบนพื้นผิวผ้าใบเพื่อถ่ายทอดภาพทิวทัศน์ของเมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบ—สถานที่ซึ่งเธอกล้าขีดเส้นตายให้กับชีวิตเก่าและเริ่มต้นลมหายใจใหม่อีกครั้ง
ที่นี่... ไม่มีสายตาเย็นชาคู่นั้น ไม่มีเสียงคำรามด้วยความหงุดหงิด และไม่มีแม้แต่เงาของภาคินผู้ชายที่เคยคิดว่าเธอกับลูกเป็นเพียงสิ่งประดับไร้ค่าในคฤหาสน์หลังโต
"คุณแม่ขา... น้องภีมวาดรูปปลาว่ายน้ำเสร็จแล้วฮะ"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบดังขึ้นทำลายความเงียบ ร่างป้อมของน้องภีมวิ่งเตาะแตะเข้ามาหาพร้อมกับกระดาษวาดเขียนที่เลอะไปด้วยสีน้ำสีฟ้าเลอะเทอะเต็มสองมือ ดวงตากลมโตสุกใสถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อราวกับพิมพ์เดียวกัน แต่รอยยิ้มกว้างขวางและแววตาเปี่ยมสุขนั้นคือรอยยิ้มที่เธอหล่อหลอมขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและหัวใจทั้งหมด
รินรดาทิ้งพู่กันในมือลง วางลงบนถาดสีอย่างเบามือ ก่อนจะย่อกายลงโอบกอดร่างเล็กๆ นั้นไว้แน่น สูดดมกลิ่นแป้งเด็กหอมกรุ่นที่ช่วยขับไล่ความหนาแน่นในอกให้จางหายไป ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศหักหลังและการถูกขับไลไสส่งในคืนฝนตกวันนั้นยังคงกรีดลึกอยู่ในความทรงจำ แต่ทุกครั้งที่ได้มองดวงตาดวงน้อยคู่นี้ ความแค้นเคืองและน้ำตาก็ถูกแปลงเปลี่ยนเป็นอาวุธแห่งความเข้มแข็ง
"ไหนให้แม่ดูหน่อยสครับ... โอ้โห ฝายตัวนี้ว่ายน้ำเก่งจังเลยนะคะ แถมยิ้มกว้างซะด้วย" รินรดากลั้วหัวเราะเบาๆ พลางใช้กระดาษทิชชูเช็ดมือที่เปื้อนสีให้ลูกชายอย่างทะนุถนอม
"น้องภีมเก่งใช่ไหมฮะ? แบบนี้คุณแม่ต้องให้รางวัลเป็นนมอุ่นๆ กับนิทานสองรอบนะฮะ" เด็กน้อยเอียงคอถามด้วยความฉลาดเฉลียว ลูกชายของเธอเติบโตมาท่ามกลางความรักที่เธอทุ่มเทให้จนหมดหัวใจ แม้จะไม่มีคำว่า 'พ่อ' อยู่ในพจนานุกรมของเขา แต่น้องภีมก็ไม่เคยแสดงอาการขาดแคลนความรักเลยแม้แต่น้อย
"คนเก่งของแม่เรียกร้องเก่งจริงๆ นะคะ... ไปล้างมือก่อนครับ เดี๋ยวแม่เตรียมuนมอุ่นๆ ให้"
รินรดามองตามร่างป้อมที่วิ่งดุ๊กดิ๊กไปทางห้องน้ำด้วยรอยยิ้มบางเบา ทว่าในใจลึกๆ กลับอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อน—ภาพที่ลมหายใจของภาคินสะดุดกึก ร่างสูงใหญ่ที่เคยเย่อหยิ่งชะงักค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม ณ วันที่เขากล้าพอจะตามหาเธอจนเจอในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ สายตาที่เขาใช้มองเธอมันเต็มไปด้วยความว่างเปล่า ตื่นตะลึง และร้าวรานราวกับโลกทั้งใบกำลังจะพังทลาย
*สายเกินไปแล้วค่ะ ภาคิน...*
รินรดากำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกสะใจลึกๆ ตีตื้นขึ้นมาในอกเมื่อนึกถึงใบหน้าที่เคยไร้ความรู้สึกของอดีตสามีแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกในวันที่เธอก้าวเดินออกมาได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง ผู้ชายที่เห็นคุณค่าของสิ่งของก็ต่อเมื่อมันสูญหายไปแล้ว สมควรได้รับบทเรียนที่สาสมที่สุด—บทเรียนจากการถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เช่นเดียวกับวันที่เธอกล้ำกลืนฝืนทนน้ำตา
ติ๊ด... เสียงข้อความในโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานวางอยู่ขัดจังหวasความคิด รินรดากดเปิดหน้าจอด้วยความสงสัย ก่อนที่รอยยิ้มบนเรียวปากจะค่อยๆ เลือนหายไปเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งและภาพถ่ายแนบมาด้วย
เป็นภาพถ่ายหน้าร้านกาแฟเล็กๆ ใกล้บ้านพักของเธอ... และร่างสูงสง่าของชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มที่เธอกลัวการเผชิญหน้ามากที่สุดกำลังยืนกอดอกหันมองตรงมายังกล้อง ดวงตาคมกริบคู่นั้นราวกับซ่อนพายุอารมณ์ที่พร้อมจะพัดถล่มทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลอง!
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ลมหายใจสะดุดติดขัดในลำคอทันที เขามิได้แค่ตามมา... แต่เขากำลังก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอและลูกแล้ว
"คุณแม่ฮะ... มีคนมาเคาะประตูบ้านด้วย เสียงดังปังๆ เลยฮะ!" เสียงตะโกนใสๆ ของน้องภีมดังมาจากหน้าห้องนั่งเล่น พร้อมกับเสียงฝีเท้าเล็กๆ ที่วิ่งกลับมาหาเธอด้วยความตื่นเต้น
รินรดารู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบ มือเรียวสั่นเทาขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อเสียงเคาะประตูไม้ระรัวหนักหน่วงดังขึ้นติดต่อกันอีกครั้ง ราวกับเป็นการประกาศกร้าวว่าอดีตที่เธอพยายามวิ่งหนีมาตลอด ได้ตามมาไล่ล่าถึงหน้าประตูบ้านเสียแล้ว!
พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ•ตอนที่ 4
ชีวิตใหม่ในเมืองเล็ก
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!