พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ•ตอนที่ 5

สามปีที่ว่างเปล่า

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟบลูมอ้าวนิดๆ ลอยอวลอยู่ในห้องทำงานกว้างขวางระดับเพนท์เฮาส์หรูใจกลางมหานคร ที่ซึ่งกระจกใสบานสูงจากพื้นจรดเพดานสะท้อนภาพตึกระฟ้าทอดยาวสุดสายตา ภาคินในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มไร้รอยยับ ทว่าแววตาคู่คมกลับว่างเปล่า ไร้ซึ่งประกายความสุขใดๆ แม้ว่าตัวเลขในบัญชีธนาคารและผลประกอบการของบริษัทจะพุ่งทะยานทำลายสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบทศวรรษก็ตาม นิ้วเรียวแกร่งเคาะโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีราคาแพงระยับเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าก้องกังวานในความเงียบงัน สามปีแล้ว... สามปีเต็มๆ ที่เพนท์เฮาส์หลังนี้กว้างใหญ่จนน่าใจหาย ไม่มีเสียงหัวใสๆ ของเด็กผู้ชายวัยกำลังซน ไม่มีกลิ่นหอมจางๆ ของแป้งเด็กที่เคยลอยวนเวียนอยู่แถวโซฟาตัวนั้น และที่สำคัญที่สุด... ไม่มีรอยยิ้มจืดจางแต่แฝงไว้ด้วยความอดทนอย่างที่สุดของผู้หญิงคนนั้น รินรดา ชื่อนี้กลายเป็นแผลเป็นลึกฝังรากอยู่ในอกซ้าย แม้เขาจะเป็นคนลงมือสลักรอยแผลนั้นด้วยมือของตัวเองก็ตาม ภาคินแค่นหัวเราะให้กับความเย้ยหยันของโชคชะตา เขามีทุกอย่างที่ผู้ชายค่อนโลกใฝ่ฝัน อำนาจ เงินทอง ชื่อเสียง และความยำเกรงจากคู่แข่งทางธุรกิจ แต่ในยามค่ำคืนที่ความมืดโรยตัวลงมา ความเงียบงันกลับทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษาคอยลงทัณฑ์เขาอย่างไร้ความปรานี อาหารรสเลิศจากเชฟมิชลินสตาร์ที่ตั้งอยู่ตรงหน้ากลับจืดชืดไร้รสชาติ ไวน์วินเทจราคาแพงระยับที่รินใส่แก้วเจียระไนกลับฝาดเฝื่อนราวกับยาพิษ ทุกตารางเมตรของห้องหรูหราแห่งนี้เต็มไปด้วย "ความว่างเปล่า" ที่กัดกินวิญญาณของเขาจนแทบไม่เหลือชิ้นดี *“คุณภาคินคะ... ต่อให้คุณจะมีเงินล้านล้านบาท แต่ถ้าหัวใจของคุณมันแห้งแล้ง คุณก็เป็นแค่คนยากจนคนหนึ่งในร่างมหาเศรษฐีเท่านั้นแหละค่ะ”* ประโยคสุดท้ายที่เลขาฯ หน้าห้องเคยเตือนสติด้วยความหวังดีผุดขึ้นมาในหัว สมองของเขาพยายามปฏิเสธ ทว่าหัวใจกลับยอมจำนนอย่างน่าสมเพช เขาหยิบกรอบรูปเงินแท้บนโต๊ะขึ้นมามอง ภาพถ่ายในนั้นถูกคว่ำหน้าไว้นานสามปีเต็ม แต่วันนี้... ราวกับความอ่อนแอเข้ากัดกินสติสัมปชัญญะ ภาคินพลิกมันขึ้นมา ดวงตาสคมเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ภาพของรินรดายืนยิ้มบางๆ อยู่ริมสวนหน้าบ้านในอดีต แม้จะเป็นรอยยิ้มที่เขาเคยค่อนขอดว่าเสแสร้งและน่ารำคาญ แต่ในยามนี้ มันกลับเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ลมหายใจของเขาร้อนผ่าว ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างร้อนรน ขายาวก้าวเดินไปที่ห้องนอนใหญ่ที่ถูกปิดตาย แอ๊ด... เสียงบานประตูไม้เนื้อดีเปิดออกพร้อมกับฝุ่นบางเบาที่ลอยละล่อง ทว่าสิ่งที่สะดุดตากลับไม่ใช่ความรกร้าง แต่เป็น "ความสะอาดสะอ้าน" ที่แม่บ้านทำความสะอาดตามคำสั่งเด็ดขาดของเขา—ห้ามแตะต้องสิ่งของในห้องนี้เด็ดขาด เสื้อผ้าของรินรดายังคงแขวนเรียงรายอยู่ในตู้ราวกับเจ้าของเพิ่งถอดมันออกเมื่อวาน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ เจือจางยังคงติดตรึงอยู่บนหมอนหนุน ภาคินทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าบนพรมปูพื้น มือหนาสั่นเทาเอื้อมไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวตัวเก่าของเธอขึ้นมาแนบชิดใบหน้า สัมผัสอุ่นซ่านแล่นริ้วเข้าสู่หัวใจที่ด้านชามานาน น้ำตาลูกผู้ชายที่ไม่เคยไหลรินให้ใครเห็นนอกจากความเย่อหยิ่ง กลับเอ่อคลอเบ้าและหยดลงบนเนื้อผ้าสีขาวบริสุทธิ์ทีละหยด... ทีละหยด "ริน..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าหลุดลอดริมฝีปากที่สั่นเทา "คุณอยู่ที่ไหน... กลับมาหาผมได้ไหม" คำสารภาพที่สายเกินไปถูกกลืนหายไปกับความเงียบงัน ไม่มีเสียงตอบรับจากคนใจร้ายที่เขาเคยผลักไส ไม่มีแม้แต่เงาของอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนแหลกสลาย มีเพียงความจริงอันโหดร้ายที่ตอกย้ำว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่สูญเสียไป... เป็นเพราะความโง่เขลาและความถือทิฐิของเขาเองทั้งสิ้น ติ๊งหน่อง! เสียงกริ่งหน้าเพนท์เฮาส์ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน ดึงสติของภาคินให้หลุดออกจากภวังค์แห่งความเจ็บปวด ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย เย็นชา และทรงอำนาจดังเดิม นิ้วเรียวปาดคราบน้ำตาลวกๆ ก่อนจะก้าวเดินออกไปด้วยฝีเท้ามั่นคง คิดว่าเป็นเลขาฯ นำเอกสารด่วนมาให้ หรืออาจเป็นกวินทร์ที่จ้องจะเล่นงานเขาในตลาดหุ้นอีกตามเคย แต่เมื่อบานประตูห้องเปิดออก... ร่างสูงโปร่งของภาคินชะงักงัน ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่ากลางศีรษะจนชาไปทั้งร่าง ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อบุคคลที่ยืนอยู่หลังบานประตูในยามวิกาลเช่นนี้... ไม่ใช่เลขาฯ และไม่ใช่ศัตรูทางธุรกิจ แต่เป็น "รินรดา" อดีตภรรยาผู้หายสาบสูญไปจากชีวิตเขาถึงสามปีเต็ม! ทว่า... สิ่งที่ทำให้หัวใจของมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลหยุดเต้นไปชั่วขณะ ไม่ใช่ใบหน้าที่สวยหวานขึ้นและแววตาที่เด็ดเดี่ยวไร้เยื่อใยคู่นั้น หากแต่เป็นเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบเศษ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มราวกับถอดแบบพิมพ์เดียวมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงา ที่กำลังซุกตัวอยู่หลังชายกระโปรงของเธอ พร้อมกับช้อนดวงตากลมโตใสแป๋วขึ้นมามองหน้าเขา แล้วเอ่ยเสียงใสแจ๋วออกมาว่า... "คุณแม่ครับ... ผู้ชายหน้าดุคนนี้ เป็นใครเหรอครับ?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยดน้ำตาและความเจ็บปวดมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ "เมฆหมอกสีชมพู"
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%