กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยวนอยู่ในห้องทำงานสไตล์ลอฟท์ของรีสอร์ทกลางหุบเขา ไม่ได้ช่วยให้สมองของภาคินปลอดโปร่งขึ้นเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มปัดเอกสารสัญญาว่าด้วยการร่วมทุนมูลค่าหลายร้อยล้านบาทออกไปให้พ้นทาง ความหงุดหงิดระอุขึ้นในอกตั้งแต่ก้าวเท้าเหยียบจังหวัดทางภาคเหนือแห่งนี้... ไม่ใช่เพราะงานมีปัญหา แต่เป็นเพราะความรู้สึกประหลาดที่คอยตามหลอกหลอนเขาราวกับเงา
ทุกมุมถนน ทุกร้านกาแฟ หรือแม้แต่ลมหายใจของผู้คนในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ กลับทำให้เขานึกถึงแผ่นหลังบอบบางที่เขาเคยผลักไสอย่างไร้เยื่อใยเมื่อปีก่อน
"คุณภาคินครับ ทางไร่ชาพร้อมให้เราเข้าตรวจสอบพื้นที่บ่ายนี้แล้วครับ" เลขานุการหนุ่มเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงนอบน้อม แต่ภาคินกลับยกมือขึ้นเป็นเชิงตัดFบท
"ฉันขอเดินสูดอากาศคนเดียวสักครู่ นายไปรอที่รถเถอะ"
เสียงฝีเท้าของเลขาฯ เดินลับหายไป ทิ้งให้ภาคินเผชิญหน้ากับความเงียบงันและปีศาจแห่งความทรงจำของตัวเอง ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคเข้ารูปก้าวเดินอย่างไร้จุดหมาย ปลายทางนำพาเขามายังร้านกาแฟท้องถิ่นที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ทว่ากลับมีเสน่ห์อบอวลด้วยกลิ่นอายของเมล็ดกาแฟคั่วบดสดใหม่
กระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งเบาๆ เมื่อเขาก้าวเข้าไป
ภาคินเลือกโต๊ะมุมในสุดที่ถูกบังด้วยม่านใบไม้สีเขียวครึ้ม สายคมกริบกวาดตามองผ่านกระจกใสออกไปเบื้องนอก ทว่า... ลมหายใจของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลกลับสะดุดกึก ราวกับถูกกระชากลงสู่ห้วงเหวแห่งกาลเวลา
ณ ลานกว้างหน้าร้านกาแฟ ร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสยาวผ้าลินินสีครีมกำลังก้มลงผูกเชือกรองเท้าให้เด็กชายตัวน้อย เส้นผมสีดำสนิทที่เคยถูกรวบตึงอย่างไร้ชีวิตชีวาในวันที่เธอเซ็นใบหย่า บัดนี้ถูกปล่อยสยายคลอเคลียแผ่นหลังบาง ลอนผมหยักศกเล็กน้อยเคลียข้างแก้มเนียนที่ยังคงงดงามตราตรึงในความทรงจำ
รินรดา!
ชื่อนั้นกรีดลึกลงในหัวใจของภาคินจนเจ็บแปลบ ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว มือหนาบีบเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด หัวใจที่ด้านชามาตลอดหนึ่งปีเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก มันคือความตกตะลึง ความสับสน และความโหยหาที่อัดแน่นจนจุกอก
ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าไม่มีวันก้าวออกจากเงาของเขาได้... ผู้หญิงคนที่เขาเคยตราหน้าว่าเกาะสามีรวยและไม่มีวันเอาตัวรอดได้ด้วยซ้ำ บัดนี้เธอยืนอยู่ตรงหน้า ห่างกันเพียงแค่กระจกใสกั้นขวาง เธอดูเข้มแข็งขึ้น งดงามขึ้น และมีออร่าของความอิสระที่ทรงพลังจนเขารู้สึกแปลกแยก
"แม่ครับ... ภีมอยากกินไอศกรีมรสชาไทยอันนั้นจังครับ"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยราวสามขวบดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทของภาคิน ร่างของชายหนุ่มแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน เมื่อเด็กชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นแล้วส่งยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มข้างแก้ม... รอยยิ้ม ดวงตา และโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากกระจกเงาของเขาไม่มีผิดเพี้ยน!
โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน
ภาคินก้าวขาไม่ออก ราวกับมีโซ่ตรวนล่องหนรั้งข้อเท้าเขาไว้ สายตาคมกวาดมองเด็กชายตัวน้อยสลับกับอดีตภรรยา สมองประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดอย่างบ้าคลั่ง
*ปีก่อน... วันที่เธอยื่นใบหย่า*
*เธอบอกอะไรกับเขาบ้างนะ?*
ความทรงจำสีเทาหวนกลับมาทุบ1ตีหัวใจเขาอย่างรุนแรง ในวันนั้น... รินรดาพยายามจะพูดบางอย่างเกี่ยวกับชีวิตใหม่และสิ่งที่มีค่าที่สุดในท้องของเธอ แต่ความเย่อหยิ่งและทิฐิอันบ้าคลั่งของภาคินกลับปฏิเสธที่จะรับฟัง เขาเหยียดหยามเธอ ไล่เธอออกไปจากชีวิตอย่างไร้ความปรานี โดยไม่เคยเฉลียวใจเลยแม้แต่น้อยว่า ของขวัญชิ้นสุดท้ายที่เธอพยายามจะมอบให้ คือสายเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง!
ความรู้สึกผิดมหันต์พุ่งทะยานขึ้นมาจุกที่ลำคอ รสชาติฝาดเฝื่อนกระจายไปทั่วปาก มือหนาสั่นเทาขณะยกขึ้นเกาะขอบกระจก แรงบีบทำให้ปลายนิ้วซีดเผือด ภาพตรงหน้าพร่าเลือนด้วยหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอเบ้าตาอย่างไม่ยอมเชื่อสายตาตัวเอง
ผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรี... กำลังอุ้มลูกชายของเขา... ลูกชายที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้!
"ริน..." เสียงกระซิบแหบพร่าเล็ดลอดผ่านริมฝีปากที่สั่นระริกของภาคิน หัวใจที่ด้านชามานานแสนนานถูกกรีดแทงด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย ความสำนึกผิดถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์สโตรมที่พร้อมจะกลืนกินลมหายใจของเขา
ทว่า ในวินาทีที่ภาคินกำลังจะก้าวพ้นประตูร้านเพื่อพุ่งเข้าไปหาอดีตภรรยาและลูกชาย ร่างสูงโปร่งของใครอีกคนก็ก้าวเข้ามาตัดหน้าเสียก่อน
มือหนาของชายหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นวางลงบนไหล่บางของรินรดาอย่างสนิทสนม รอยยิ้มอ่อนโยนถูกส่งให้หญิงสาว พร้อมกับเสียงทุ้มที่เอ่ยอย่างหยอกล้อ
"รอนานไหมครับคนดี พอดีผมแวะไปคุยกับทางรีสอร์ทเรื่องจัดงานแต่งของเราเพิ่มเติมนิดหน่อย..."
คำว่า *'งานแต่งของเรา'* ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระบาลของภาคิน ร่างสูงชะงักกึก ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ตีคู่มากับความริษยาอันร้อนรุ่มจนแทบคลั่ง
เมื่อเขากวาดสายตามองชายหนุ่มคนนั้นให้ชัดเจน... ลมหายใจของภาคินก็ขาดห้วง
กวินทร์! คู่แข่งทางธุรกิจผู้เหี้ยมเกรียมและจ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้เขามาตลอด ทำไมถึงมายืนอยู่เคียงข้างอดีตภรรยาของเขาได้?!
รินรดายิ้มรับกวินทร์ด้วยแววตาทอประกายอบอุ่น ก่อนที่เธอจะหันมาอุ้มเด็กชายขึ้นแนบอก แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของภาคินพังทลายลงมาต่อหน้าต่อตา
"ไปค่ะลูก... คุณกวินทร์รอพากลับบ้านแล้ว"
เด็กชายหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข ซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของกวินทร์ราวกับคุ้นเคยเป็นอย่างดี ภาพครอบครัวที่อบอุ่นและสมบูรณ์แบบนั้นบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของภาคินจนกระอักเลือด
เธอไม่ได้แค่เดินหนีเขาไป... แต่เธอกำลังจะยก "ลูกชาย" ของเขา ไปให้ผู้ชายคนอื่นเป็นพ่อ!
รอยยิ้มเยือกเย็นผุดขึ้นบนมุมปากของภาคิน นัยน์ตาดำสนิทลุกโชนด้วยไฟโทสะและสัญชาตญาณความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของที่ถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด
*คิดจะหนีฉันไปพร้อมกับลูกงั้นเหรอ... รินรดา? ฝันไปเถอะ!*
ภาคินก้าวเท้าพรวดพราดออกจากร้านกาแฟด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านรอบตัว ทว่า ก่อนที่เขาจะได้พุ่งตัวเข้าไปกระชากหญิงสาวออกจากอ้อมแขนของกวินทร์ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงก็แผדเสียงแหลมสูงขึ้นขัดจังหวะ ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดแต่เมื่อก้มลงมองหน้าจอ ชื่อของ "เลขานุการ" ที่โทรเข้ามาพร้อมข้อความแจ้งเตือนด่วนเกี่ยวกับหุ้นบริษัทที่กำลังดิ่งเหว ทำให้เขาต้องหยุดชะงัก
เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง... ร่างของรินรดา กวินทร์ และเด็กชายตัวน้อย ก็หายลับไปกับรถยนต์หรูคันสีดำที่แล่นออกไปจากลานจอดรถอย่างรวดเร็ว
ภาคินยืนกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนหน้าจอแทบร้าว แววตาคมกริบเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งและดุดัน
*เกมนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น รินรดา*
--------------------------------------------------
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ เมฆหมอกสีชมพูสัญญาว่าจะเสิร์ฟความสะใจให้พวกเราแบบจุกๆ ในตอนหน้าค่ะ!)*
พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ•ตอนที่ 6
บังเอิญพบกัน
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!