เสียงกระดาษแผ่นบางที่ถูกกรีดด้วยคมมีดแห่งความจริง... ดังบาดลึกอยู่ในโสตประสาทของรินรดา มันไม่ใช่เสียงที่ดังสนั่นหวั่นไหว แต่เป็นความเงียบงันที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตการแต่งงานสามปีที่ผ่านมา
เอกสารผลตรวจพันธุกรรมและใบรับรองแพทย์ที่ถืออยู่ในมือสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นความโกรธขมุกخมัวที่สะสมจนกลายเป็นเพลิงสีดำสนิทในอก
ดวงตากลมโตที่เคยมีแต่ความอ่อนโยน บัดนี้แข็งกร้าวราวกับเศษแก้วเคลือบยาพิษ เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องนอนสไตล์โมเดิร์นลักชูรีที่เคยอบอุ่น... ไม่สิ มันไม่เคยอบอุ่นเลยสักครั้ง มันเป็นเพียงกรงทองที่ภาคินสร้างไว้ขังเธอให้เป็นแค่ "ภรรยาในนาม" ผู้ไร้ตัวตน เป็นเครื่องประดับราคาแพงที่เขาจะปรายตามองก็ต่อเมื่อต้องการความสมบูรณ์แบบทางสังคม
"คุณจะเก็บของพวกนี้ไปไหน รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และเปี่ยมด้วยอำนาจของภาคินดังขึ้นที่หน้าประตูห้องน้ำ ร่างสูงสง่าในชุดสูทเนื้อดีก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเย่อหยิ่งตามเคย ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติแต่ไร้หัวใจนั้นบ่งบอกถึงความรำคาญใจอย่างชัดเจน เขากอดอกมองภรรยาตัวเองที่กำลังโยนเสื้อผ้าลงในกระเป๋าเดินทางทรงใหญ่
รินรดาหยุดมือ เธอยังไม่หันไปมองหน้าเขาในทันที ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่เป็นกำแพงกั้นระหว่างคนทั้งสอง ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตสามี... อดีตในทางพฤตินัย แม้ในทางนิตินัยจะยังไม่ขาดจากกันก็ตามที
"ทางใครทางมันค่ะ... คุณภาคิน" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไร้ซึ่งรอยสะท้อนของความออดอ้อนเหมือนเช่นวันวาน มันเป็นน้ำเสียงที่ทำให้คิ้วเข้มของภาคินขมวดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจ
"อย่ามาเล่นเกมเรียกร้องความสนใจกับผม รินรดา มันน่าสมเพช" ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ เขาก้าวเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าที่มั่นคง สายตาคมกริบกวาดมองกระเป๋าเดินทางและข้าวของที่ถูกรื้อค้น "คุณก็รู้ว่าถ้าไม่มีผม คุณกับลูกจะอยู่อย่างไร เงินในบัญชีของคุณก็แค่เงิน 용돈 เล็กๆ น้อยๆ ที่ผมเมตตาให้ ถ้าออกไปจากบ้านหลังนี้ รับรองว่าไม่ถึงสามวัน คุณคงคลานกลับมาอ้อนวอนขอส่วนบุญจากผมเหมือนเดิม"
คำพูดดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้น... หากเป็นเมื่อก่อน รินรดาคงสะอื้นไห้และก้มหน้ายอมรับชะตากรรม แต่วันนี้... หญิงสาวกลับคลี่ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ภาคินถึงกับชะงัก ชะงักด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข แต่มันคือความสมเพชเวทนา... ที่เธอมอบให้เขาต่างหาก!
"ความเมตตาของคุณเหรอคะ?" รินรดาก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา ความสูงที่ต่างกันไม่ได้ทำให้เธอย่อท้อ ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาดำสนิทของสามี "ขอบคุณนะคะสำหรับความใจดีปลอมๆ ตลอดสามปีที่ผ่านมา แต่วันนี้... ฉันตาสว่างแล้วค่ะ และสิ่งที่คุณคิดว่ามันคือ 'ส่วนบุญ' ของคุณน่ะ ฉันขอคืนให้หมด พร้อมกับดอกเบี้ยความเจ็บปวดที่คุณเคยมอบให้ด้วย!"
เธอหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่ซ่อนอยู่ใต้กองเสื้อผ้าขึ้นมา โยนมันลงบนเตียงนอนนุ่มฟูตรงหน้าเขาอย่างไม่ไยดี
"นี่คืออะไร" ภาคินถามเสียงต่ำ ความหงุดหงิดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความระแวงเมื่อเห็นสายตาที่เด็ดเดี่ยวของภรรยา
"เปิดดูสิคะ... คุณจะได้รู้ว่าตลอดเวลาที่คุณมัวแต่เอาเวลาไปทุ่มเทให้บริษัท และเอาชนะกวินทร์คู่แข่งทางธุรกิจอย่างไร้สาระ จนมองไม่เห็นหัวใคร คุณได้ทำลายอะไรไปบ้าง"
ภาคินขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ เขายื่นมือไปหยิบซองเอกสารขึ้นมาเปิดออก ดวงตาคมกริบกวาดมองกระดาษแผ่นแรกผ่านๆ ก่อนที่นัยน์ตาคู่คมจะเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย... สีหน้าที่เคยเย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเองค่อยๆ ซีดเซียวลง
ผลตรวจสุขภาพ... ใบรับรองแพทย์... และ... ผลตรวจพันธุกรรม (DNA) ระหว่างตัวเขา กับเด็กชายวัยสามขวบ...
หัวใจของมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลกระตุกวูบ ดิ่งพสุธาลงสู่ห้วงเหวลึกในชั่วพริบตา เมื่อตัวอักษรสีดำเด่นชัดบนกระดาษระบุความสัมพันธ์อย่างไม่น่าเชื่อ—
เด็กชายภีรพัฒน์... คือเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆ ของเขา! ลูกชายแท้ๆ ที่เขาเคยผลักไส เคยรังเกียจ และเคยมองว่าเป็นภาระอันน่ารำคาญมาตลอดสามปี!
"ริน... นี่มัน..." ภาคินเงยหน้าขึ้นมองภรรยาด้วยความตื่นตระหนก มือหนาที่ถือเอกสารสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ความชาหนึบวิ่งลามจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงหัวใจ
รินรดายกกระเป๋าเดินทางขึ้นมาจากเตียงด้วยความคล่องแคล่ว เธอดึงซิปปิดสนิทด้วยเสียงที่ดังบาดใจเขาเหลือเกิน ก่อนจะสะพายกระเป๋าถือใบโปรดขึ้นบ่า และหันมามองหน้าผู้ชายที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็นสามีด้วยแววตาที่ว่างเปล่าที่สุด
"สายไปแล้วค่ะคุณภาคิน" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ไร้ซึ่งหยดน้ำตา "เด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกของคุณอีกต่อไปแล้ว... ในทางกฎหมาย และในความรู้สึกของเราสองแม่ลูก คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกเขาว่าพ่อ!"
"เดี๋ยวนะ รินรดา! หยุดเดี๋ยวนี้!" ภาคินพุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนเรียวไว้แน่น แรงบีบสะท้อนความตื่นตระหนกและหวาดกลัวที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต "ลูกอยู่ไหน! พาฉันไปหาลูกเดี๋ยวนี้!"
"ปล่อยค่ะ!" รินรดาตวัดสายตาคมกริบใส่ มืออีกข้างสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างไม่ใยดี "อย่ามาแตะต้องตัวฉันด้วยมือสกปรกคู่นั้น! ลูกไปอยู่กับคนที่เขารักและเห็นค่าแล้ว... คนที่ต่อให้คุณเอาเงินทั้งบริษัทมาแลก ก็ไม่มีวันซื้อความรู้สึกของลูกคืนมาได้!"
พูดจบ รินรดาก็หันหลังเดินก้าวฉับๆ ออกจากห้องนอนไปทันทิ้งให้ภาคินยืนแข็งค้างอยู่กลางห้อง ความเงียบงันและอ้างว้างเข้าเกาะกุมหัวใจของมหาเศรษฐีผู้หยิ่งผยองจนแทบหายใจไม่ออก เขากำเอกสารในมือแน่นจนยับยู่ยี่
เสียงปิดประตูดัง *ปัง!* สะท้อนก้องกังวานอยู่ในอก ราวกับเสียงกิโยตินที่ตัดขาดชีวิตของเขากับพวกเธอออกจากกันอย่างถาวร
แต่ในวินาทีที่ภาคินกำลังจะวิ่งตามภรรยาออกไปเพื่อหยุดยั้งความพินาศครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต... เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องนอนที่เปิดอ้าซ่าไว้เสียก่อน
"อ้าว ภาคิน... ยังไม่ออกไปทำงานอีกเหรอ? ฉันแวะมาเยี่ยมหลานชายหน่อย เห็นรินรดากระเตงกระเป๋าออกไปท่าทางรีบร้อน... มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า"
น้ำเสียงคุ้นเคยที่เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย... ทำให้ภาคินต้องหันขวับไปมอง ร่างของกวินทร์ คู่ปรับตัวฉกาจยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยสีหน้าสนุกสนาน พร้อมกับกุญแจรถสปอร์ตคันหรูที่ควงเล่นอยู่ในมืออย่างสบายใจ
และก่อนที่ภาคินจะได้เอ่ยปากไล่แขกไม่ได้รับเชิญ กวินทร์ก็ยิ้มกริ่มแล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของมหาเศรษฐีหนุ่มเดือดพล่านขึ้นมาถึงสมอง—
"อ๋อ... ลืมบอกไป... ตอนนี้รินรดากับน้องภีม ย้ายไปพักอยู่ที่คอนโดมิเนียมใจกลางเมืองของฉันเรียบร้อยแล้วล่ะนะ..."
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ รี้ดเดอร์ที่รักของเมฆหมอกสีชมพู ❤️
พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ•ตอนที่ 2
ทางใครทางมัน
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!