พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ•ตอนที่ 20

น้ำตาของผู้ชายใจร้าย

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
เสียงปฏิทินตั้งโต๊ะที่ถูกฉีกกระชากจนขาดวิ่นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับแขกสไตล์โมเดิร์น รินรดายืนกอดอกมองเศษกระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่าที่ร่วงหล่นลงแทบเท้าของชายหนุ่มผู้เคยถือดีในศักดิ์ศรีค้ำฟ้า ภาคิน—นักธุรกิจผู้กุมบังเหียนอาณาจักรหมื่นล้านที่เคยใช้สายตาเย็นชาดุจน้ำแข็งมองเธอราวกับเธอเป็นเพียงฝุ่นผงใต้รองเท้า บัดนี้ เขากำลังคุกเข่าลงบนพื้นพรมราคาแพงด้วยสภาพที่ไร้ซึ่งเกียรติยศใดๆ หลงเหลืออยู่ หัวเข่าทั้งสองข้างกระแทกลงกับพื้นจนเกิดเสียงทึบ แต่มันคงเทียบไม่ได้เลยกับเสียงหัวใจที่แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ของเขาในวินาทีนี้ "ริน..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและสั่งการใครต่อใครได้ดั่งใจ บัดนี้กลับสั่นพร่า แหบแห้ง และเจือสะอื้นจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ภาคินเงยหน้าขึ้นมองอดีตภรรยา ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววดูแคลนและเย่อหยิ่ง บัดนี้แดงก่ำ เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาที่เขาพยายามกลั้นมันไว้จนสุดความสามารถ แต่มันก็ไหลรินลงมาตามร่องแก้มอย่างไร้การควบคุม "มองหน้าฉัน... มองฉันหน่อยเถอะนะริน" รินรดาลดสายตาลงมองผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยยอมมอบทั้งชีวิตและวิญญาณให้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความว่างเปล่าและการหย่าร้างที่เธอกลายเป็นฝ่ายถูกขับไล่ออกไปอย่างไม่ใยดี มุมปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น ความเจ็บปวดในอดีตที่เคยกรีดลึกจนกลายเป็นแผลเป็น ถูกกรีดซ้ำด้วยภาพตรงหน้า—ภาพของภาคินผู้ที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แม้แต่ตอนที่บริษัทเกือบล้มละลายเขายังยืนหยัดอย่างสง่างาม แต่ในวันนี้ เขากลับคุกเข่าอ้อนวอนผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำ ช่างน่าสมเพช... และในขณะเดียวกัน ก็ช่างน่าสมน้ำหน้าเสียเหลือเกิน "คุณลุกขึ้นเถอะค่ะภาคิน" น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ เย็นชา และไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ เธอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ราวกับรังเกียจแม้กระทั่งเงาของเขาที่ทาบทับอยู่บนพื้น "การทำท่าทางแบบนี้ มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น และที่สำคัญ... มันไม่ได้ทำให้เวลาสามปีที่ฉันต้องร้องไห้ฟูมฟายในห้องแคบๆ ย้อนกลับมาได้" "ฉันรู้..." ภาคินละล่ำละลักพูด มือหนาที่เคยเซ็นเช็คเงินสดหลักร้อยล้านด้วยความมั่นใจ บัดนี้สั่นเทาขณะเอื้อมออกไปหมายจะแตะชายกระโปรงของเธอ แต่ก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศเมื่อรินรดาเบี่ยงตัวหลบอย่างรังเกียจ "ฉันรู้ว่าฉันมันเลว ฉันมันโง่เง่าแค่ไหนที่ปล่อยมือผู้หญิงที่มีค่าที่สุดในชีวิตไป ฉันทำร้ายเธอ ทำร้ายลูก... ฉันสมควรถูกเกลียด สมควรตายด้วยซ้ำ!" "ใช่ค่ะ คุณสมควร" รินรดาย้อนกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตที่เคยอ่อนแสง บัดนี้ลุกโชนด้วยไฟแห่งความแค้นและความอัดอั้นที่เก็บงำมานาน "คุณมันเห็นแก่ตัว! วันที่เราหย่ากัน คุณบอกว่าฉันมันน่ารำคาญ คุณบอกว่าฉันเป็นตัวถ่วงความเจริญของคุณไม่ใช่เหรอคะ? แล้วทำไมล่ะคะ วันนี้ไม่มีฉันคอยกวนใจแล้ว คุณควรจะมีความสุขในโลกธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ของคุณสิ ทำไมถึงต้องมาคุกเข่าร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่ตรงนี้ด้วยล่ะ?" คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดกรีดลงบนเนื้อสดๆ ภาคินสะอื้นฮักออกมาเสียงดัง เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงที่เคยยอมจำนนต่อเขาในทุกๆ เรื่อง จะมีวันที่ลุกขึ้นมาตอกหน้าเขาด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบถึงทรวงในได้ขนาดนี้ ความเย่อหยิ่งทระนงตนถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี เพราะเขารู้ดีว่า... เขากำลังจะสูญเสียสิ่งเดียวที่มีค่าอย่างแท้จริงในชีวิตไปตลอดกาล "ฉันขอโทษ..." เขากราบลงที่พื้นพรม หน้าผากแนบชิดกับปลายเท้าของเธอ ไหล่กว้างไหวสะท้อนตามแรงสะอื้นที่ระเบิดออกมาจากอก "ฉันขอโอกาส... ขอโอกาสให้ฉันได้ทำหน้าที่พ่อ ได้ไถ่บาปในสิ่งที่ฉันทำกับเธอและลูกสักครั้งเถอะนะริน ฉันยอมทุกอย่าง... เธอจะให้ฉันชดใช้ด้วยอะไรก็ได้ ขอแค่เธอกลับมา..." ภาพของอดีตสามีผู้ทรงอิทธิพลกำลังกราบกรานร้องขอความเมตตาจากเธอ คือสิ่งที่ผู้หญิงหลายคนอาจใจอ่อนยวบยาบ แต่สำหรับรินรดา... มันสายเกินไป สายเกินกว่าที่เศษซากหัวใจดวงนี้จะประกอบกลับขึ้นมาใหม่ได้ด้วยคำขอโทษเพียงไม่กี่คำ มือบางเอื้อมไปจับลูกบิดประตูห้องรับแขกให้เปิดกว้างขึ้น เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงการขับไล่ไสส่งโดยไม่ต้องเอ่ยปาก "เก็บน้ำตาของคุณไว้ใช้ในวันที่ไม่มีใครเหลียวแลเถอะค่ะภาคิน" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ความรู้สึก แต่นัยน์ตากลับรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความอัดอั้นที่เธอพยายามกลั้นไว้ไม่ให้มันไหลต่อหน้าเขา "ส่วนเรื่องน้องภีม... ฉันไม่มีทางกีดกันคุณในฐานะพ่อหรอกค่ะ เพราะฉันไม่ใช่คนใจร้ายแบบคุณ แต่ถ้าหวังเรื่องสถานะสามีภรรยา... ฝันไปเถอะค่ะ!" พูดจบ รินรดาก็หมุนตัวเดินหนีออกไปทันที ทิ้งให้ภาคินคุกเข่าจมอยู่กับกองน้ำตาและความว่างเปล่าลำพัง เสียงสะอื้นไห้ของผู้ชายที่เคยหยิ่งผยองดังสะท้อนก้องห้องโถงกว้าง แต่มันไม่มีค่าอะไรอีกแล้วในสายตาของเธอ ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณหลังจากรินรดาเดินจากไป ภาคินยังคงคุกเข่าอยู่ ณ จุดเดิม ร่างกายของเขาร้าวราญไปหมดราวกับถูกสิ่วตอกลงมาที่กระดูกสันหลัง เขาพยุงร่างอันหนักอึ้งของตนเองลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก สายตาพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตาที่ยังคงไหลรินไม่ขาดสาย ความรู้สึกผิดโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นสึนามิที่พร้อมจะกลืนกินลมหายใจของเขาให้ดับสิ้น เขาก้าวขาเดินอย่างไร้จุดหมายออกมายังสวนหย่อมด้านนอกของคฤหาสน์ ลมเย็นยามค่ำคืนพัดปะทะใบหน้าชุ่มเหงื่อและคราบน้ำตา แต่ความหนาวเหน็บภายนอกยังเทียบไม่ได้เลยกับความหนาวเหน็บในทรวงอก พลัน สายตาคมที่เหม่อลอยก็เหลือบไปเห็นเงาร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยสามขวบกำลังนั่งยองๆ เล่นของเล่นอยู่ริมสนามหญ้าใต้ต้นไม้ใหญ่ โดยมีพี่เลี้ยงยืนเฝ้าอยู่ไม่ไกล น้องภีมกำลังส่งเสียงหัวเราะคิกคักให้กับตุ๊กตาหุ่นยนต์ในมือ รอยยิ้มนั้น... เสียงหัวเราะใสๆ นั้น ช่างพิมพ์เดียวกับเขาในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน หัวใจของภาคินกระตุกวูบอย่างแรง ความรู้สึกเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย เมื่อก้าวเข้าไปใกล้และมองใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นชัดเจนขึ้น ลมหายใจของเขาก็สะดุดกึกทันที ที่ข้อมือเล็กๆ ข้างซ้ายของเด็กชาย มีรอยแผลเป็นจางๆ รูปทรงพระจันทร์เสี้ยว... ซึ่งเป็นรอยแผลเดียวกับที่เขาเคยประสบอุบัติเหตุในวัยเด็ก และมันคือพันธุกรรมทางผิวหนังที่ถ่ายทอดทางสายเลือดจากตระกูลของเขาเท่านั้น! รอยแผลเป็นนั้น... และใบหน้าที่ถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจก ทำให้ภาคินเบิกตากว้างอย่างตื่นตะลึง สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกลางวันแสกๆ เด็กชายคนนี้... ไม่ใช่แค่ลูกชายของรินรดาธรรมดาๆ แต่นี่คือ... "สายเลือดแท้ๆ" ที่เขาเคยโง่เขลาเอ่ยปากไล่ตะردตั้งแต่อยู่ในครรภ์เมื่อสามปีก่อน! --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบบทนี้นะคะ - เมฆหมอกสีชมพู
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศรักขีดเส้นตายคุณพ่อจอมบงการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%