เสียงโลหะบดขยี้กันดังสนั่นหวั่นไหวจนแก้วหูแทบปริแตก แรงสั่นสะเทือนจากพื้นเบื้องล่างส่งตรงผ่านรองเท้าคอมแบทขึ้นมาเขย่ากระดูกสันหลังของรวินทร์จนชาหนึบ สิ่งก่อสร้างโบราณรอบด้านซึ่งควรจะมั่นคงราวกับหินผา กลับกำลังสั่นคลอนราวกับตั้งอยู่บนแผ่นดินไหวระดับแปดริกเตอร์
"ให้ตายสิ รวิน! นายบอกว่าคำนวณพิกัดมุมอับสายตาของมันพลาดไปแค่สามเปอร์เซ็นต์ไม่ใช่หรือไงวะ ทำไมเจ้ายักษ์นี่ถึงหันมามองพวกเราเป็นตาเดียวแบบนี้ล่ะ!"
ลูคัสตะโกนแข่งกับเสียงคำรามก้องของเครื่องยนต์ความร้อนสูง พร้อมกับกระชากสa็อตกันคู่ใจขึ้นประทับบ่า ร่างกายของฮันเตอร์หนุ่มชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและคราบเขม่าควัน สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตึงเครียดขณะที่ถอยกรูดมาจนหลังชนกับแผงคอนโซลควบคุมโบราณ
รวินทร์ไม่ตอบคำถามนั้นทันที ดวงตาภายใต้กรอบแว่นเลนส์ใสกำลังกวาดมองตัวเลขและโค้ดสีแดงฉานที่วิ่งพล่านบนหน้าจอโฮโลแกรมเสมือนจริงซึ่งลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ สมองส่วนการวิเคราะห์ของเขากำลังประมวลผลข้อมูลนับล้านบรรทัดต่อวินาทีเพื่อหาทางรอดจากสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้
"ความผิดพลาดสามเปอร์เซ็นต์ในเชิงทฤษฎีควอนตัม... มักหมายถึงผลลัพธ์ที่แตกต่างกันในทางปฏิบัติถึงร้อยเปอร์เซ็นต์เมื่อเผชิญหน้ากับปัญญาประดิษฐ์ระดับโบราณครับลูคัส" รวินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบจนน่าเหลือเชื่อ แม้ว่าเหงื่อเม็ดโตจะไหลยின்ลงมาตามกรอบหน้าก็ตาม "แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญในตอนนี้ ประเด็นคือ แรงดันไอน้ำในแกนกลางของมันกำลังพุ่งสูงขึ้นเกินขีดจำกัด แสดงว่ามันกำลังจะใช้ท่าไม้ตายกวาดล้างพื้นที่ในอีกไม่ถึงสวินาทีข้างหน้า"
ตรงเบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสาม ห่างออกไปเพียงยี่สิบเมตร ร่างมหึมาของอสูรจักรกลผู้พิทักษ์ประตูกำลังผงาดขึ้นอย่างน่าสะพรึงกลัว มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่เป็นโครงสร้างเหล็กกล้าผสมไทเทเนียมอัลลอยด์น้ำหนักนับร้อยตัน รูปร่างคล้ายแมงป่องยักษ์ผสมกับเครื่องจักรสงครามโบราณ ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองมาที่พวกเขาราวกับจะกลืนกินวิญญาณ ทั่วร่างเต็มไปด้วยท่อส่งพลังงานความร้อนสูงที่เรืองแสงสีส้มวาบ บ่งบอกถึงพลังงานมหาศาลที่ถูกกักเก็บไว้ภายใน
"ถอยไม่ได้แล้วนะรวินทร์" มาเรียเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของอาจารย์สาวลึกลับราบเรียบแต่แฝงไปด้วยพลังกดดันอันหนักหน่วง มือเรียวบางของเธอยกขึ้นวาดผ่านอากาศเบาๆ เกิดเป็นวงแหวนเวทมนตร์สีฟ้าครามซ้อนทับกันถึงสามชั้น แสงสว่างจากอักขระโบราณสะท้อนกับแววตานิ่งสงบของเธอ "ประตูกลไกด้านหลังถูกล็อกด้วยระบบเข้ารหัสแบบทวีคูณ หากเราถอยกลับไปตอนนี้ โอกาสที่จะเปิดทางผ่านไปสู่มิติถัดไปจะกลายเป็นศูนย์ทันที"
รวินทร์เหลือบมองอาจารย์สาวแวบหนึ่ง เขาเข้าใจความหมายของเธอดี การหนีไม่ใช่ทางเลือกตั้งแต่แรกแล้ว ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติของเขาถูกออกแบบมาเพื่อการ "กู้ภัย" และ "แก้ไขความผิดพลาดของมิติ" ไม่ใช่การวิ่งหนีปัญหา
"เข้าใจแล้วครับอาจารย์... ลูคัส เล็งไปที่ข้อต่อไฮดรอลิกบริเวณฐานขาคู่ที่สามของมัน นั่นคือจุดบอดโครงสร้างทางกายภาพที่ระบบ AI ของมันยังไม่ได้อัปเกรดแพץช์ป้องกัน"
รวินทร์ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด นิ้วมือเรียวยาวรัวพิมพ์ชุดคำสั่งลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมกลางอากาศอย่างรวดเร็วราวกับดีดเปียโน หน้าจอระบบเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในหัว
[ ติ๊ง! ตรวจพบความเสี่ยงระดับวิกฤต ]
[ เปิดใช้งานฟังก์ชันพิเศษ: "การเจาะช่องโหว่ควอนตัมชั่วคราว" (Temporary Quantum Exploit) ]
[ สถานะ: พร้อมใช้งานเป็นเวลา 15 วินาที ]
"ได้เวลาโชว์ฝีมือแล้วเพื่อน!" ลูคัสคำรามในลำคอ ดวงตาคมกริบเป็นประกายด้วยความฮึกเหิม แม้จะรู้ว่าความตายอยู่แค่เอื้อมแต่สัญชาตญาณนักสู้ของเขากลับพลุ่งพล่านขึ้นมา ร่างกายของฮันเตอร์หนุ่มดีดตัวพุ่งทะยานออกไปด้านข้างด้วยความเร็วสูงราวกับลูกศรที่หลุดจากแหล่ง ปืนสล็อตกันในมือถูกอัดกระสุนพลังงานพิเศษที่รวินทร์เพิ่งปรับแต่งให้เมื่อครู่
*ตูม! ตูม! ตูม!*
กระสุนพลังงานแสงพุ่งแหวกอากาศเข้าปะทะกับข้อต่อโลหะหนาเตอะของอสูรจักรกลอย่างแม่นยำราวกับจับวาง ประกายไฟสีฟ้าสาดกระเซ็นไปทั่วทิศทาง แรงระเบิดจากการโจมตีทำให้ร่างมหึมาของบอสผู้พิทักษ์ประตูเสียการทรงตัวเล็กน้อย มันส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงที่เป็นคลื่นความถี่ต่ำจนทำให้อากาศรอบตัวสั่นไหว
"ยังไม่พอ! ความต้านทานเกราะของมันหนาเกินไป เจาะทะลุได้แค่ชั้นนอกสุดเท่านั้น!" ลูคัสตะโกนรายงานสถานการณ์กลับมาขณะที่ต้องกลิ้งหลบหางเหล็กขนาดยักษ์ที่ฟาดกวาดผ่านพื้นเฉียดร่างเขาไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร เศษหินและฝุ่นผงฟุ้งกระจายจนทัศนวิสัยเริ่มแย่ลง
รวินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย สมองกำลังคำนวณวิถีการเคลื่อนไหวของศัตรูอย่างแม่นยำ "มาเรียครับ รบกวนเบี่ยงเบนความสนใจของมันด้วยสนามพลังเวทมนตร์สักสามวินาที ผมต้องการเวลาป้อนชุดคำสั่งไวรัสเข้าสู่แกนกลางผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า"
"วางใจเถอะ" มาเรียพยักหน้ารับเบาๆ ร่างเพรียวบางของเธอก้าวออกไปข้างหน้าอย่างสง่างาม มือทั้งสองข้างประสานกันเหนือศีรษะ วงแหวนเวทมนตร์สีฟ้าครามระเบิดแสงเจิดจ้าขึ้นจนกลบแสงไฟสีส้มรอบตัว
*โฮกกกกกก!*
อสูรจักรกลแผดเสียงคำรามลั่นเมื่อมันสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามจากมนุษย์ตัวจิ๋วเบื้องหน้า มันเงื้อมือจักรกลขนาดมหึมาเตรียมจะทุบลงมาบดขยี้ร่างของมาเรียให้แหลکสลายในพริบตาเดียว แต่ทว่า ในวินาทีนั้นเอง วงแหวนเวทมนตร์ของอาจารย์สาวกลับขยายตัวออกกลายเป็นม่านพลังงานใสรูปโดม ป้องกันการโจมตีเอาไว้ได้อย่างเฉียดฉิว แรงปะทะทำให้พื้นรอบตัวยุบตัวลงเป็นหลุมลึก แต่มาเรียยังคงยืนหยัดอยู่อย่างมั่นคง ใบหน้าหวานไม่ปรากฏความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
นี่คือจังหวะเวลาที่รวินทร์รอคอย!
ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นทอประกายคมกริบ นิ้วมือข้างขวากดลงบนปุ่มยืนยันคำสั่งสุดท้ายบนหน้าจอโฮโลแกรมด้วยความเด็ดเดี่ยว
[ ทำการแทรกซึมโค้ดคำสั่งสำเร็จ ]
[ กำลังรีบูตระบบแกนกลางของอสูรจักรกลผู้พิทักษ์ประตู... ]
[ 3... 2... 1... ]
*พรึบ!*
แสงสีแดงฉานที่ดวงตาของอสูรจักรกลดับวูบลงในพริบตา ราวกับสวิตช์ไฟถูกสับลง ร่างมหึมาที่กำลังคลุ้มคลั่งหยุดชะงักงันค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ แรงสั่นสะเทือนทั้งหมดสงบลงอย่างฉับพลัน เหลือเพียงเสียงเครื่องจักรระบายความร้อนที่พ่นไอน้ำสีขาวโพลนออกมาฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
ลูคัสหอบหายใจโยนตัวพิงกำแพงด้วยความเหนื่อยอ่อน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความทึ่ง "เฮ้ย... มันหยุดแล้วเหรอวะ? นายนี่มันปีศาจชัดๆ รวินทร์ ใช้เวลาไม่ถึงนาทีในการปิดระบบเจ้ายักษ์เหล็กนี่เนี่ยนะ"
รวินทร์ถอนหายใจยาวเหยียด ยืดตัวตรงแล้วดันแว่นตาขึ้นเล็กน้อย "มันไม่ได้ถูกทำลายครับลูคัส ผมแค่บังคับให้มันเข้าสู่โหมดจำศีลชั่วคราวผ่านช่องโหว่ในระบบปฏิบัติการรุ่นเก่าของมันเท่านั้น"
มาเรียเดินเข้ามาใกล้ ชายผ้าคลุมยาวลากพื้นเบื้องหลังเล็กน้อย เธอปัดฝุ่นตามไหล่ออกเบาๆ ก่อนจะเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่หาดูได้ยาก "ทำได้ดีมาก รวินทร์ การตัดสินใจภายใต้ความกดดันสูงเป็นสิ่งที่เราฝึกฝนกันมา และเธอก็ทำมันได้สมบูรณ์แบบ"
"ขอบคุณครับอาจารย์ ถ้าไม่ได้สนามพลังของอาจารย์ช่วยซื้อเวลาไว้ ผมคงไม่มีโอกาสได้ป้อนชุดคำสั่งนั้นหรอกครับ" รวินทร์โค้งศีรษะให้เล็กน้อยด้วยความเคารพ
แต่ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงและความตึงเครียดเริ่มจางหายไป...
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนระบบที่คุ้นเคยกลับดังขึ้นอีกครั้งในโสประสาทของรวินทร์ แต่มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนความสำเร็จภารกิจทั่วไป หน้าจอโฮโลแกรมสีทองที่ควรจะปิดตัวลงไปแล้ว กลับเด้งขึ้นมาใหม่อีกครั้งด้วยสีแดงฉานกระพริบถี่รัว พร้อมกับข้อความที่ไม่คาดฝัน
[ แจ้งเตือนด่วนจากระบบหลักระดับ SSS ]
[ ตรวจพบการแทรกแซงสัญญาณภายนอกที่ไม่ทราบที่มา ]
[ แกนกลางของอสูรจักรกลไม่ได้ถูกปิดระบบ... แต่มันกำลังถูก "ควบคุม" จากบุคคลที่สาม ]
[ คำเตือน: เป้าหมายกำลังเปลี่ยนสถานะเป็น "โหมดทำลายล้างขั้นสูงสุด" และประตูกลไกด้านหลังกำลังเปิดออก... ไม่ใช่เพื่อต้อนรับผู้มาเยือน แต่เพื่อปล่อย "บางสิ่ง" ที่ถูกผนึกไว้ออกมา ]
รวินทร์ชะงักก้าง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ รีบหันขวับกลับไปมองที่ร่างอสูรจักรกลเบื้องหลังทันที
ดวงตาของอสูรจักรกลที่ควรจะดับสนิท กลับสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง... แต่คราวนี้ไม่ใช่สีแดงฉานอันเกรี้ยวกราด หากแต่เป็น "สีม่วงเข้ม" อันดำมืดและลึกล้ำราวกับห้วงเหวแห่งกาลเวลาที่ไร้ก้นบึ้ง
พร้อมกันนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเย็นเยียบ ก้องกังวานมาจากความมืดมิดเบื้องหลังประตูมิติที่กำลังเปิดออกทีละน้อย...
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ•ตอนที่ 18
การเผชิญหน้ากับบอสผู้พิทักษ์ประตู
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!