กลิ่นอายความชื้นของดินปนคราบสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในโพรงถังนิรภัยใต้ดิน ร่างของบุคคลปริศนาที่เพิ่งทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นยังคงหายใจรดรินแผ่วเบา ดวงตาสีสนิมคู่นั้นจ้องมองทะลุกรอบแว่นกันฝุ่นเก่าคร่ำคร่ามายังรวินทร์ราวกับกำลังมองเห็นเงาของใครบางคนจากอดีตอันไกลโพ้น
"คุณ... รู้จักผมเหรอครับ?" รวินทร์เอ่ยถามพลางย่อตัวลงต่ำ รักษาระยะห่างในรัศมีสามก้าวอย่างระแวดระวัง นิ้วเรียวยาวขยับแตะหน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าใสที่ลอยวนอยู่เหนือข้อมือซ้าย ข้อมูลการวิเคราะห์ชีวมาตร (Biometric Data) ของระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติปรากฏขึ้นเป็นแถบโค้ดสีแดงกระพริบเตือนถี่ๆ
*[คำเตือน: ตรวจพบค่าพลังงานควอนตัมตกค้างระดับสูงในร่างผู้ป่วย... โครงสร้างพันธุกรรมคล้ายคลึงกับเป้าหมายระดับผู้ก่อตั้งสถาบัน 78%]*
"อย่า... อย่าไว้ใจใครในสถาบันวิจัยชั้นที่สี่..." เสียงแหบแห้งราดรดลงบนความเงียบงัน ร่างนั้นเอื้อมมืออันสั่นเทาคว้าชายเสื้อแจ็คเก็ตของรวินทร์ไว้แน่น แรงบีบแม้จะเบาหวิวแต่กลับเต็มไปด้วยความกดดันมหาศาล "แผนการกู้ภัย... ถูกขายให้พวกสภากลางตั้งแต่สามสัปดาห์ก่อนแล้ว... หนอนบ่อนไส้... อยู่ในกลุ่มของเราเอง..."
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางอกของรวินทร์ ลมหายใจของนักวิจัยหนุ่มสะดุดไปชั่วขณะ สมองอันรวดเร็วประมวลผลข้อมูลมหาศาลในเสี้ยววินาที ภาพของภารกิจลำเลียงมิติที่ผ่านมา ภาพความล้มเหลวที่ควรจะเป็นไปไม่ได้ และเส้นทางลับที่ถูกดักซุ่มโจมตีอย่างไร้รอยต่อ ทุกอย่างกระจ่างชัดขึ้นมาทันทีในหัวข้อเหตุผลอันแม่นยำ
หากข้อมูลรั่วไหลจริง นั่นหมายความว่าทุกย่างก้าวที่เขา มาเรีย และลูคัสร่วมกันวางแผนมาตลอดแรมเดือน อยู่ภายใต้สายตาของศัตรูมาโดยตลอด
"รวิน! เกิดอะไรขึ้นข้างล่างทำไมสัญญาณชีพถึงแกว่งแบบนั้น!" เสียงทุ้มต่ำและร้อนรนของลูคัสลอดผ่านเครื่องสื่อสารภาคสนามดังแทรกขึ้นมา ทำลายความเงียบในอุโมงค์มืดทึบ ฮันเตอร์หนุ่มกำลังวิ่งฝ่าความมืดลงมาตามบันไดเหล็ก เสียงรองเท้าคอมแบตกระทบขั้นบันไดดังสะท้อนก้อง "พวกกองกำลังลาดตระเวนของสภากลางกำลังเคลื่อนพลเข้าปิดล้อมพิกัดที่เราอยู่! พวกมันรู้พิกัดแม่นยำยิ่งกว่ากางแผนที่ซะอีก!"
รวินทร์ขบกรามแน่น ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินสถานการณ์ เขาดึงมือของร่างปริศนาขึ้นพาดบ่าอย่างระมัดระวัง แม้สัญชาตญาณจะบอกให้ถอย แต่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในฐานะผู้กู้ภัยมิติไม่อนุญาตให้เขาทิ้งชีวิตนี้ไว้เบื้องหลัง
"ลูคัส ทางนี้! ช่วยผมประคองคนเจ็บหน่อยครับ!" รวินทร์ตะโกนตอบกลับไป เสียงของเขายังคงนิ่งสงบแต่แฝงไว้ด้วยความเร่งรีบอย่างเห็นได้ชัด
ไม่กี่วินาทีต่อมา ร่างกำยำในชุดเกราะยุทธวิธีของลูคัสก็พุ่งพรวดเข้ามาในแสงสลัวของหลอดไฟฉุกเฉิน ดวงตาคมกวาดมองสภาพของร่างปริศนาด้วยความตกใจ "นี่มัน... เกิดบ้าอะไรขึ้นวะเนี่ย? แล้วเมื่อกี้แกพูดว่าอะไรนะ... สภากลางล้อมเราไว้แล้วเหรอ?"
"ใช่ครับ และไม่ใช่แค่บังเอิญผ่านมาด้วย" รวินทร์เอ่ยขณะช่วยลูคัสจัดท่าทางให้คนเจ็บทรงตัวได้ดีขึ้น "ข้อมูลที่เราใช้เข้ารหัสผ่านเกตเวย์มิติเมื่อวานนี้ มีเพียงคนไม่กี่คนในสถาบันเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าถึง... หนึ่งในนั้นคือคนที่พวกเราเชื่อใจที่สุด"
มาเรียที่วิ่งตามสมทบมาติดๆ หยุดยืนนิ่งอยู่ที่ปากทางเข้าอุโมงค์ แววตาสีอำพันของอาจารย์สาวลึกลับไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบจะเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง นางไม่ได้เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ออกมาทันที แต่รอยย่นบนหน้าผากและความนิ่งเงียบที่ปกคลุมร่างเพรียวบางนั้น บ่งบอกว่าเธอกกำลังขบคิดและตระหนักถึงความน่ากลัวของสถานการณ์นี้ไม่แพ้กัน
"ถ้ามีหนอนบ่อนไส้จริง..." มาเรียเปิดปากพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและจริงจังกว่าทุกครั้ง ความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอจนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบลง "คนคนนั้นจะต้องมีรหัสผ่านระดับมาสเตอร์คีย์ และมีสิทธิ์ในการเข้าถึงเครือข่ายควอนตัมส่วนกลาง... ซึ่งในสถาบันตอนนี้ มีคนที่มีสิทธิ์นั้นแค่สี่คนเท่านั้น"
ลูคัสหันขวับมามองหน้ามาเรียทันที แววตาเต็มไปด้วยความระแวง "สี่คน? รวมถึงพวกเราด้วยหรือเปล่าอาจารย์?"
"ถ้าฉันเป็นคนขายข้อมูล ฉันคงไม่ยืนอยู่ตรงนี้ให้พวกนายตั้งคำถามหรอกนะลูคัส" มาเรียตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เฉียบคม บาดลึกจนฮันเตอร์หนุ่มต้องเบือนหน้าหนีด้วยความอึดอัด แต่เขาก็เถียงไม่ออกเช่นกัน
ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด หน้าจอโฮโลแกรมบนข้อมือของรวินทร์ก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนของระบบที่ดัง *ติ๊ง!* แหลมสูงบาดหู ซึ่งไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนปกติ แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่รวินทร์ไม่เคยพบเจอมาก่อน
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจากโปรแกรมภายนอก (Malicious Override) ... ระบบฐานข้อมูลหลักกำลังถูกลบ... กำหนดการทำลายล้างอัตโนมัติในอีก 3 นาที...]*
*[คำเตือนระดับ SSS: บัญชีผู้ใช้ของคุณถูกขึ้นบัญชีดำโดยระบบกลางของสถาบัน สถานะปัจจุบัน: ผู้ทรยศที่ต้องถูกกำจัดทันที]*
รวินทร์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย นี่ไม่ใช่แค่การรั่วไหลของข่าวกรองธรรมดาเสียแล้ว แต่มันคือการ "จัดฉาก" ครั้งใหญ่เพื่อโยนความผิดทั้งหมดให้พวกเขากลายเป็นกบฏอย่างสมบูรณ์แบบ
ก่อนที่ใครจะได้ทันขยับตัว เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นที่เบื้องบน เพดานอุโมงค์สั่นสะเทือนจนฝุ่นผงและเศษปูนร่วงกราวลงมาประหนึ่งหิมะ ฝ.
"พวกมันมาแล้ว!" ลูคัสคำรามในลำคอ พร้อมกระชับปืนไรเฟิลพลังงานควอนตัมในมือมั่น แววตาดุดันฉายแววพร้อมสู้ตาย
รวินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมาทั้งหมด ดวงตาคู่นั้นกวาดมองไปที่ร่างปริศนาที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น ก่อนจะหันไปสบตากับมาเรียและลูคัสด้วยความเด็ดเดี่ยว
"เราอยู่ที่นี่ต่อไม่ได้แล้วครับ" รวินทร์เอ่ยเสียงเฉียบขาด "ถ้าออกไปทางประตูหลัก เราจะเดินเข้าไปในจุดสังหารที่พวกมันเตรียมไว้พอดี... แต่ผมพบบั๊กชิ้นหนึ่งในระบบท่อระบายความร้อนควอนตัมชั้นใต้ดิน..."
นักวิจัยหนุ่มแย้มยิ้มบางๆ ออกมาท่ามกลางวิกฤต เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและไหวพริบอันเฉียบคมแบบฉบับของเขา
"ตามผมมาครับ... เราจะไปต้อนรับ 'หนอน' ตัวนั้นด้วยของขวัญชิ้นใหญ่กัน"
ทันใดนั้นเอง แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานทั่วทั้งอุโมงค์ก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด ก่อนที่เสียงฝีเท้าจำนวนนับไม่ถ้วนจะดังสะท้อนก้องใกล้เข้ามาทุกที พร้อมกับเสียงประกาศจากระบบอัตโนมัติของสถาบันที่ก้องกังวานด้วยความเย็นชา: *[ยืนยันเป้าหมาย... เริ่มกระบวนการกวาดล้าง...]*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ผมมา ณ ที่นี้นะครับ
ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ•ตอนที่ 22
ข่าวกรองรั่วไหลและการทรยศภายใน
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!