กลิ่นอายของโอโซนและประจุไฟฟ้าสถิตที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในบรรยากาศรอบตัว คละเคล้าไปกับกลิ่นไหม้จางๆ ของแผงวงจรควอนตัมที่เพิ่งผ่านการใช้งานอย่างหนักหน่วง เสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของลูคัสที่ทิ้งตัวลงนั่งแผ่หลาพิงโขดหินผาขนาดใหญ่ดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงันของมิติที่สามสิบเจ็ด
"ให้ตายเถอะ... นึกว่าชาต่นี้จะได้ไปเกิดใหม่ซะแล้ว" ฮันเตอร์หนุ่มสบถออกมาเบาๆ พลางโยนกระบอกอินเตอร์เฟซระบายความร้อนที่ส่งเสียงหึ่งๆ ทิ้งลงบนพื้นดิน หัตถ์หนายกขึ้นปาดหยาดเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาผสมกับคราบเขม่าดินปืนบนใบหน้าคมสัน ดวงตาคู่คมทอดมองไปยังกองไฟขนาดกลางที่เพิ่งถูกจุดขึ้นเพื่อขับไล่ความหนาวเย็นของรัตติกาลข้ามมิติ
รวินทร์ไม่ได้เอ่ยคำใดตอบกลับในทันที ชายหนุ่มในชุดสูทสนามยุทธวิธีที่ตอนนี้เต็มไปด้วยรอยฉีกขาดจากการต่อสู้ กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่เบื้องหน้ากองไฟ ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงที่ลอยวนเวียนอยู่กลางอากาศอย่างเป็นจังหวะ ข้อมูลตัวเลขและกราฟฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์มิติที่ซับซ้อนไหลผ่านนัยน์ตาคู่สีเข้มอย่างรวดเร็วราวกับสายน้ำ
"ระบบเสถียรแล้วครับลูคัส พลังงานตกค้างจากประตูมิติที่เพิ่งปิดตัวลงถูกกักเก็บไว้ในเกราะป้องกันรอบค่ายพักแรมเรียบร้อย แต่อย่าเพิ่งวางใจเสียทีเดียว เพราะโครงสร้างกาลอวกาศแถบนี้ยังคงมีความปั่นป่วนในระดับที่เรียกว่า 'ไม่เสถียรขั้นวิกฤต'"
รวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่จริงจังตามแบบฉบับของนักวิจัยผู้รอบคอบ ดวงตาสีเข้มละสายจากหน้าจอโปร่งแสง หันไปมองกระป๋องโลหะบรรจุอาหารส,เบียงฉุกเฉินที่กำลังส่งกลิ่นหอมกรุ่นบนเปลวไฟ
ในขณะเดียวกัน มาเรียนั่งอยู่บนแท่งหินเรียบอีกด้านหนึ่งของกองไฟ เงาร่างเพรียวระหงของอาจารย์สาวลึกลับถูกทาบทับด้วยแสงสีส้มวับแวมจากกองไฟ เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนประกายระยิบระยับยามต้องแสงเพลิง นัยน์ตาคู่สวยลึกล้ำราวกับห้วงจักรวาลกำลังจ้องมองเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างเหม่อลอย มือเรียวบางยกแก้วโลหะบรรจุเครื่องดื่มอุ่นๆ ขึ้นจิบช้าๆ
"ความปั่นป่วนระดับนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติหรอกนะรวินทร์" เสียงหวานใสแต่ทว่ากังวานลึกเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันรอบกองไฟ "ประตูมิติวงนั้น... ถูกควบคุมด้วยเจตจำนงบางอย่างที่ทรงพลังมาก มากเสียจนข้าเองก็ยังรู้สึกหวั่นไหวเมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานนั้นผ่านโครงข่ายประสาทมิติ"
ลูคัสหันขวับมามองอาจารย์สาวทันที สีหน้าของฮันเตอร์หนุ่มฉายแววเคร่งเครียดขึ้นมาถนัดตา "หมายความว่า... เจ้าเงาสัตว์ประหลาดที่ก้าวออกมาเมื่อครู่ ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดของระบบรอยแยก แต่มีใครบางคนจงใจ 'เปิด' มันขึ้นมาอย่างนั้นเหรอครับอาจารย์?"
มาเรียวางแก้วในมือลงบนตัก ดวงตาคู่คมปรายมองลูคัสเพียงเล็กน้อยก่อนจะเบนกลับไปที่กองไฟ "โลกที่เรากำลังเดินทางผ่านไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่พวกเธอคิดหรอกนะ การที่เราดึงเอาพลังงานของระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติมาใช้เพื่อซ่อมแซมรอยต่อ มันย่อมส่งสัญญาณเตือนไปยัง 'สิ่งมีชีวิต' หรือ 'ขั้วอำนาจ' ที่หลับใหลอยู่เบื้องลึกที่สุดของพหุภพ"
บรรยากาศรอบกองไฟพลันเงียบสงบลงไปอีกขั้น มีเพียงเสียงปะทุเบาๆ ของไม้ฟืนที่เผาไหม้และประกายไฟสีทองที่ลอยล่องขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ไร้ซึ่งดวงดาว มีเพียงกลุ่มเนบิวลาและกลุ่มดาวเคราะห์ต่างมิติที่ส่องแสงระยิบระยับราวกับอัญมณีเม็ดเล็กๆ บนผืนผ้าใบกำมะหยี่สีดำสนิท
รวินทร์เงียบไปครู่ใหญ่ ชายหนุ่มหยิบกิ่งไม้แห้งขึ้นมาเขี่ยกองไฟเบาๆ ให้สะเก็ดไฟแตกกระจายออกไป ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่น
"ไม่ว่ามันจะเป็นใคร หรือมีเป้าหมายอะไร... หน้าที่ของเราในตอนนี้ไม่ใช่การหวาดกลัวต่อสิ่งที่ยังมาไม่ถึงครับ" รวินทร์เงยหน้าขึ้นสบตากับสหายทั้งสอง "เป้าหมายของผมตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าร่วมโครงการนี้ คือการตามหาต้นตอของการล่มสลายมิติ และช่วยเหลือผู้คนที่ตกค้างอยู่ในเขตแดนอันตรายเหล่านั้นให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้... ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นฮีโร่ผู้กอบกู้โลกในนิทานปรัมปรา แต่ผมมาเพื่อทำหน้าที่ในฐานะนักวิจัยและผู้ดูแลระบบที่ต้องรับผิดชอบต่อความสมดุลของจักรวาลนี้"
คำพูดเรียบง่ายแต่หนักแน่นของรวินทร์ทำให้ลูคัสถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ความตึงเครียดที่ปกคลุมอยู่ก่อนหน้านี้เริ่มคลี่คลายลง ฮันเตอร์หนุ่มส่ายหัวน้อยๆ พลางหยิบกระป๋องอาหารขึ้นมาเปิดบ้าง
"ให้ตายสิ รวินทร์... นายเนี่ยนะ พูดจาแต่ละทีทำเอาฉันรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสาไปเลยทุกที" ลูคัสยิ้มกริ่ม แววตาฉายประกายความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด "แต่ก็นั่นแหละ... ถ้าไม่ได้สมองอันชาญฉลาดและไหวพริบของนาย ป่านนี้พวกเราคงกลายเป็นเศษธุลีลอยละล่องอยู่ในห้วงมิติที่ศูนย์ไปนานแล้ว... เอาเป็นว่า ฉัน 'ลูคัส' ผู้นี้ ขอสัญญาด้วยเกียรติของฮันเตอร์แห่งสถาบันเลยก็แล้วกัน ว่าจะไม่ยอมปล่อยให้นายต้องตายก่อนจะได้สะสางงานวิจัยชิ้นโบว์แดงนั้นแน่นอน!"
มาเรียอมยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันงดงามราวกับรูปสลักของอาจารย์สาว ทำให้บรรยากาศรอบกองไฟอบอุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นางทอดสายงามมองลูกศิษย์ทั้งสองคนด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
"เติบโตขึ้นมากทีเดียวนะ... ทั้งสองคนเลย" มาเรียกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "จากวันแรกที่เข้ามาในสถาบันด้วยความสะเปะสะปะ จนถึงตอนนี้ พวกเธอได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติไม่ได้เลือกคนผิดจริงๆ"
รวินทร์แย้มยิ้มบางๆ รับคำชมนั้น ก่อนที่สายตาของเขาจะเหลือบไปเห็นการแจ้งเตือนบางอย่างที่มุมขวาบนของหน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัว— หน้าจอที่เชื่อมต่อโดยตรงกับแกนกลางของระบบมิติ
มันไม่ใช่ข้อความรายงานสถานะปกติทั่วไป แต่เป็นรหัสลับชุดหนึ่งที่ถูกถอดรหัสออกมาจากคลื่นพลังงานประหลาดของประตูมิติที่เพิ่งปิดตัวลงเมื่อครู่
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนสั้นๆ แต่ก้องกังวานในโสตประสาทของรวินทร์โดยตรง ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของชายหนุ่มค่อยๆ เลือนหายไปในพริบตา นัยน์ตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
[ระบบตรวจพบสัญญาณชีวภาพภายนอกเขตแดนคุ้มครอง: ไม่ทราบแหล่งที่มา]
[คำเตือนระดับความปลอดภัยสูงสุด: ตรวจพบรหัสประจำตัวของ 'ผู้ดูแลระบบรุ่นบุกเบิก' ที่สูญหายไปเมื่อสามร้อยปีก่อน!]
[เงื่อนไขภารกิจลับระดับ SSS ถูกกระตุ้นโดยอัตโนมัติ: "เสียงเรียกจากอดีตที่ถูกลืม"]
รวินทร์นิ่งค้างไปชั่วขณะ ปลายนิ้วที่ถือไม้เขี่ยไฟหยุดชะงักลงทันที ข้อมูลบนหน้าจอโฮโลแกรมแสดงภาพโครงสร้างสามมิติของมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังส่งสัญญาณชีพจรอ่อนๆ จากพิกัดที่อยู่เลยออกไปจากเขตแดนของมิตินี้เพียงแค่ไม่กี่กิโลเมตร
ทว่า สิ่งที่ทำให้หัวใจของรวินทร์เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่แค่เรื่องของสัญญาณชีวภาพโบราณนั้น... แต่เป็นชื่อย่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอระบบต่างหาก
*ร.ท.วรุฒ* — ชื่อของนักวิจัยรุ่นพี่ผู้เป็นเจ้าของโปรเจกต์ต้นแบบของระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ ซึ่งถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าเป็นผู้สูญหายอย่างไร้ร่องรอยในเหตุการณ์ระเบิดข้ามมิติเมื่อสามร้อยปีก่อน!
ก่อนที่รวินทร์จะได้เอ่ยปากบอกเพื่อนร่วมทาง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับก้อนหินขนาดใหญ่กำลังบดขยี้พื้นดินก็ดังขึ้นจากความมืดมิดนอกรัศมีแสงไฟของกองพักแรม— เสียงที่ไม่ได้มาจากสัตว์ประหลาดมิติ แต่เป็นเสียงฝีเท้าของ 'มนุษย์' ที่เดินตรงเข้ามาด้วยจังหวะที่มั่นคงและเชื่องช้าอย่างน่าขนลุก!
"ใครกัน..." ลูคัสผุดลุกขึ้นยืนในเสี้ยววินาที พร้อมกับกระชับปืนพกพลังงานในมือแน่น ดวงตาสาดส่องฝ่าความมืดออกไปเบื้องหน้า
เงาร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวพ้นจากแนวเขตต้นไม้แห้งแล้งเข้ามาสู่แสงสว่างของกองไฟ ร่างนั้นสวมชุดเกราะยุทธวิธีรุ่นโบราณที่ชุ่มโชกไปด้วยคราบสนิมและรอยขีดข่วน ใบหน้าครึ่งซีกถูกปกกป้องด้วยหน้ากากโลหะที่แตกเสียหาย เผยให้เห็นดวงตาข้างหนึ่งที่กำลังจ้องมองตรงมาที่รวินทร์ด้วยประกายแสงสีฟ้าจางๆ ของระบบควอนตัมที่ยังคงทำงานอยู่
"ในที่สุด... ก็มีคนรุ่นหลังเดินทางมาถึงที่นี่สักทีสินะ..." เสียงแหบพร่าและสั่นเครือเอ่ยขึ้นจากริมฝีปากที่แห้งผากของร่างปริศนาก่อนจะทรุดฮวบลงกับพื้นดินเบื้องหน้ารวินทร์
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ!
*(ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ข้ามมิติ และเติบโตไปพร้อมกับรวินทร์และสหายทุกย่างก้าว— ควอนตัมคอร์)*
ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ•ตอนที่ 21
ค่ำคืนแห่งการฝึกฝนและความอบอุ่น
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!