ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ•ตอนที่ 15

เบาะแสของประตูมิติที่หายไป

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
เสียงโลหะเนื้อดีกระทบกันเบา ๆ บนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่าในห้องทำงานใต้ดิน เป็นเพียงสัจพจน์เดียวที่ทำลายความเงียบงันอันน่าอึดอัด กลิ่นอายของกระดาษโบราณและละอองหมึกควอนตัมลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นชาสมุนไพรจาง ๆ รวินทร์กวาดสายตามองวัตถุรูปทรงเรขาคณิตสามมิติที่กำลังหมุนวนด้วยสนามแม่เหล็กอ่อน ๆ บนฝ่ามือ มันคือแผ่นโลหะผลึกควอตซ์สีฟ้าครามที่สะท้อนแสงไฟนีออนสลัวจนเกิดเป็นลวดลายวงจรลึกลับซับซ้อนราวกับดวงดาวในกาแล็กซี่อื่น "อย่ามองมันนานเกินไป รวินทร์... โครงข่ายจิตสำนึกของเธออาจจะถูกดึงดูดเข้าไปติดอยู่ในห้วงพิกัดตกค้าง" เสียงนุ่มลึกแต่แฝงอำนาจอันคุ้นเคยดังขึ้นจากมุมห้อง มาเรียนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พนักสูง เปลวเทียนสะท้อนนัยน์ตาคู่คมที่มองตรงมาอย่างประเมินสถานการณ์ ชุดคลุมนักปราชญ์สีเทาเข้มขยับไหวตามจังหวะการหายใจเล็กน้อย แสดงถึงความตึงเครียดที่ถูกเก็บงกดriไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็น รวินทร์เงยหน้าขึ้นจากวัตถุเบื้องหน้า แววตาคมกริบฉายประกายความคิดวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว เขายังคงจำเหตุการณ์ระทึกขวัญในมิติที่ผ่านมาได้ดี หากไม่มีไหวพริบและการคำนวณความหนาแน่นของสนามควอนตัมในเสี้ยววินาทีสุดท้าย เขากับลูคัสคงกลายเป็นฝุ่นผงไปแล้ว แต่ตอนนี้ ปัญหาใหม่ที่ใหญ่หลวงกว่ากำลังรออยู่เบื้องหน้า "ผมไม่ได้กลัวเรื่องจิตสำนึกหลุดหรอกครับอาจารย์มาเรีย..." รวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ นัยน์ตาสีเข้มมองตรงไปยังแผ่นโลหะในมือ "แต่สิ่งที่ผมสงสัยคือ ทำไมแผนที่ชิ้นนี้ถึงมีร่องรอยการเข้ารหัสด้วยโปรโตคอลเดียวกับระบบหลักของสถาบันวิจัยที่เราเพิ่งหนีออกมาล่ะครับ" มาเรียยกถ้วยชาขึ้นจิบช้า ๆ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะด้วยความนุ่มนวล เสียงกระทบเบา ๆ นั้นราวกับจังหวะนาฬิกาที่นับถอยหลัง "เพราะนั่นไม่ใช่แผนที่ธรรมดา..." มาเรียโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แสงไฟจากหลอดควอนตัมส่องกระทบโครงหน้าคมคายของเธอ "มันคือ 'กุญแจกาลเวลา' ที่ถูกแยกย่อยออกเป็นสามส่วนเพื่อป้องกันไม่ให้พลังงานข้ามมิติ rơi ไปอยู่ในมือขององค์กรเงา และชิ้นส่วนเครื่องมือสื่อสารข้ามจักรวาลที่เธอตามหานั้น ถูกเก็บรักษาไว้ในจุดพิกัดที่ระบุไว้บนแผนที่นี้... ใจกลางซากปรักหักพังแห่งนครลอยฟ้าเซเรนเทีย" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูก่อนที่บานไม้จะถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ลูคัสก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หน้าผากของฮันเตอร์หนุ่มมีเหงื่อซึมเล็กน้อย เสื้อแจ็คเก็ตหนังมีรอยขาดจากการต่อสู้ประปราย ดวงตาสีดุจเพลิงกวาดมองทั้งสองคนสลับกันไปมา "ให้ตายเถอะรวินทร์! นายยังจะมานั่งคุยเรื่องปรัชญาอะไรกันตอนนี้" ลูคัสโพล่งขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดปนร้อนรน พลางกระแทกตัวลงนั่งบนโซฟาใกล้ ๆ "หน่วยลาดตระเวนของพวกมันกำลังปิดล้อมเขตพิกัดนี้แล้ว อีกไม่ถึงสิบนาที เครื่องตรวจจับสนามพลังควอนตัมของพวกมันจะสแกนเจอห้องใต้ดินนี่แน่ ๆ" รวินทร์หันไปมองสหายร่วมรบ สีหน้าของเขายังคงนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในยามไร้ลม ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกใด ๆ ตรงกันข้าม สมองส่วนหน้าของเขากลับกำลังประมวลผลตัวแปรนับพันอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางหนีทีไล่ที่ดีที่สุด "ใจเย็นก่อนสิครับลูคัส ความร้อนรนไม่ได้ช่วยให้เราคำนวณระยะเวลาในการหลบหนีได้ดีขึ้นหรอกนะ" รวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อย "อันที่จริง ผมเพิ่งสังเกตเห็นอะไรบางอย่างจากบั๊กของระบบป้องกันภายนอก..." "นายยังมีอารมณ์มาพูดเรื่องบั๊กอีกเรอะ!" ลูคัสขมวดคิ้วแน่น มือหนาเอื้อมไปจับด้ามปืนพกพลังงานที่เหน็บอยู่ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ "นี่ไม่ใช่เกมจำลองสถานการณ์นะเพื่อน ถ้าพวกมันบุกเข้ามา เราได้กลายเป็นรังผึ้งแน่" มาเรียส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ ราวกับขบขันในท่าทีของฮันเตอร์หนุ่ม ก่อนจะโบกมือขวาช้า ๆ อากาศเบื้องหน้าก็ปรากฏภาพโฮโลแกรมสามมิติสีฟ้าสว่างวาบขึ้นมา มันคือแผนผังโครงสร้างของอาคารหลังนี้และเส้นทางระบายอากาศใต้ดินที่ถูกซ่อนไว้ "ลูคัสพูดถูกส่วนหนึ่ง... เวลาของเราเหลือน้อยเต็มทีแล้ว รวินทร์" มาเรียกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น "แผนที่ชิ้นนี้ในมือเธอคือความหวังเดียวที่จะเชื่อมต่อสัญญากับโลกเดิมและหยุดยั้งหายนะการล่มสลายของมิติ แต่การจะไปถึงเซเรนเทีย เธอต้องผ่าน 'เขตแดนไร้เสถียรภาพ' ที่ซึ่งกฎฟิสิกส์ใช้การไม่ได้" รวินทร์ลุกขึ้นยืนช้า ๆ แผ่นโลหะผลึกควอตซ์ในมือถูกเก็บใส่กระเป๋าเสื้อโค้ตอย่างระมัดระวัง ดวงตาคู่คมทอดมองภาพโฮโลแกรมแผนที่เส้นทางข้ามมิติด้วยความแน่วแน่ ไหวพริบและสัญชาตญาณของนักวิจัยผู้ผ่านสมรภูมิมาโชกโชนเริ่มทำงานอย่างเต็มพิกัด "ถ้ากฎฟิสิกส์ใช้การไม่ได้..." รวินทร์พึมพำเบา ๆ รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า "เราก็แค่วางกฎเกณฑ์ใหม่ขึ้นมาเอง... อาจารย์ครับ ผมพร้อมแล้ว" ลูคัสถอนหายใจยาวเหยียดอย่างจำยอม ก่อนจะลุกขึ้นยืนตามและปลดสลักปืนคู่ใจ "ให้มันจริงอย่างที่พูดเถอะน่า... ถ้านายพาฉันไปตาย ฉันจะตามไปหลอกหลอนถึงมิติอื่นแน่รวินทร์" มาเรียมองดูลูกศิษย์ทั้งสองด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความภาคภูมิใจ ความกังวล และความคาดหวัง เธอยื่นอุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ คล้ายเข็มกลัดโลหะสีเงินวาวให้รวินทร์ "นี่คือ 'ตัวปรับเทียบคลื่นความถี่' มันจะช่วยปกป้องจิตสำนึกของเธอจากแรงดึงดูดของประตูมิติ ขอให้โชค, รวินทร์" รวินทร์รับเข็มกลัดนั้นมาติดไว้ที่ปกเสื้ออย่างสุภาพ "ขอบคุณครับอาจารย์ เราจะกลับมาพร้อมกับคำตอบทั้งหมดอย่างแน่นอน" ทันทีที่รวินทร์เอבประโยคนั้นจบ แสงไฟนีออนในห้องใต้ดินก็ดับวูบลงพร้อมกัน เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานกะพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติที่ดังสะเทือนไปทั่วโครงสร้างตึก *[ระบบตรวจพบการบุกรุก: หน่วยจู่โจมมิติระดับ A กำลังเข้าประชิดพิกัดในอีก 180 วินาที]* *[คำเตือน: ตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังงานควอนตัมระดับ SSS กำลังเปิดใช้งานนอกอาคาร...]* ดวงตาสีเข้มของรวินทร์หรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองผ่านรอยแยกของหน้าต่างขึ้นไปบนท้องฟ้าเบื้องบน ที่ซึ่งมิติอากาศกำลังบิดเบี้ยวเป็นวงกว้างราวกับมีบางสิ่งมหึมาบางอย่างกำลังฉีกขาดกาลเวลาตกลงมาสู่พื้นโลก! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนรวินทร์มาตลอดจนถึงตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%