กลิ่นอับชื้นของสนิมเหล็กและเศษซากอิฐปูนที่ผุกร่อนผสมปนเปกันจนกลายเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของมหานครร้าง "ลอสท์ซิตี้" พื้นที่ใต้ดินแห่งนี้ไม่เคยต้อนรับสิ่งมีชีวิตมานานนับศตวรรษ จนกระทั่งเสียงฝีเท้าสองคู่ที่พยายามย่างก้าวให้เบาที่สุดดังสะท้อนก้องไปตามอุโมงค์คอนกรีตเสริมเหล็ก
"ถ้าเดินพลาดเหยียบลงบนแผ่นเหล็กแผ่นนั้นซ้ายมือ นายได้กลายเป็นชิ้นเนื้อบดละเอียดก่อนที่ระบบควอนตัมของนายจะทันประมวลผลคำว่า 'ตาย' ด้วยซ้ำ รวินทร์"
เสียงกระซิบต่ำจากลูคัสลอดผ่านเครื่องสื่อสารไร้สาย ฮันเตอร์หนุ่มในชุดเกราะเบาสีดำสนิทกำลังใช้ปืนไรเฟิลจู่โจมติดกล้องอินฟราเรดกวาดมองไปในความมืด ดวงตาคมกริบของเขาหรี่ลงเพื่อประเมินความหนาแน่นของสนามพลังงานชีวภาพที่แผ่ออกมาจากเบื้องหน้า
รวินทร์ไม่ได้ตอบทันที เขาย่อตัวลงต่ำ มือข้างหนึ่งสัมผัสกับพื้นผิวคอนกรีตเย็นเฉียบ ขณะที่ดวงตาสะท้อนแสงสีฟ้าจางๆ จากหน้าต่างโฮโลแกรมโปร่งใสที่ปรากฏขึ้นเฉพาะในคลื่นเรตินาของเขา
[ตรวจพบรังสีความร้อนผิดปกติ 42 จุด...]
[คำเตือน: โครงสร้างทางกายภาพของพื้นดินเบื้องหน้ามีความหนาแน่นลดลง 68% เนื่องจากถูกกัดกร่อนด้วยกรดชีวภาพ...]
[ข้อเสนอแนะจากระบบ: ใช้แรงผลักจากสนามแม่เหล็กย้อนกลับเพื่อลอยตัวข้ามผ่านพื้นที่เสี่ยง ใช้พลังงาน 12% จากแบตเตอรี่สำรอง]
"ไม่ต้องห่วงเรื่องฉันหรอก ลูคัส นายห่วงนิ้วชี้ที่วางอยู่บนไกปืนของตัวเองดีกว่า ถ้ามันสั่นอีกนิดเดียว เราคงได้ปลุก 'สเกาต์เบอร์ 7' ที่หลับอยู่ใต้ซากตึกนั่นตื่นขึ้นมาต้อนรับเราแน่ๆ" รวินทร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงมีความเยือกเย็นและสุขุมที่เป็นเอกลักษณ์ แม้ว่าสถานการณ์รอบตัวจะกดดันจนแทบหายใจไม่ออกก็ตาม
นี่คือดันเจี้ยนใต้ดินระดับอันตรายสูงสุดของลอสท์ซิตี้ พื้นที่ที่สถาบันวิจัยมิติเคยปิดตายไว้ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ด้วยเบาะแสบางอย่างที่อาจารย์สาวลึกลับอย่างมาเรียทิ้งไว้ ทำให้รวินทร์และลูคัสไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลอบเข้ามาควานหา "แกIนพลังงานมิติที่สูญหาย"
ทั้งสองเคลื่อนตัวผ่านซากห้องควบคุมระบบระบายอากาศที่พังทลาย สายไฟระโยงระยางราวกับเส้นเลือดฝอยของอสุรกายเหล็กไหล รวินทร์กวาดสายตามองแผงวงจรโบราณที่ยังคงมีกระแสไฟฟ้าแรงดันต่ำวิ่งผ่าน แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่สถาปัตยกรรมเทคโนโลยีของยุคก่อนหายนะก็ยังคงมีความซับซ้อนที่น่าทึ่ง
"นายแน่ใจนะว่ามาเรียไม่ได้ส่งเรามาตายเพื่อสังเวยอะไรสักอย่าง?" ลูคัสอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง ขณะที่เขาพิงแผ่นหลังเข้ากับกำแพงปูนเพื่อคุ้มกันมุมอับสายตา "อาจารย์ของนายดู... ลึกลับเกินกว่าจะเป็นแค่นักปราชญ์ธรรมดา ฉันเห็นแววตาตอนที่เธอมองแผนที่แผ่นนั้น มันไม่ใช่สายตาของคนทั่วไป"
"อาจารย์มาเรียมีเหตุผลของท่านเสมอ" รวินทร์ตอบสั้นๆ แต่หนักแน่น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะก้าวเท้าตามรอยเท้าของฮันเตอร์หนุ่ม "และที่สำคัญที่สุด ถ้าเธอบอกว่าทางนี้มีคำตอบ การที่เราอยู่ที่นี่ก็หมายความว่าเรากำลังเข้าใกล้ความจริงของระบบมิติที่เราพยายามไขปริศนาอยู่"
ทันใดนั้น เสียงเตือนแหลมสูงก็ดังขึ้นในโสตประสาทของรวินทร์
[แจ้งเตือนด่วน: ตรวจพบการเคลื่อนไหวของมวลสารชีวภาพกลายพันธุ์ในรัศมี 15 เมตร]
[รูปแบบชีวิต: เนโ크-สปอร์ (Necro-Spore) ระดับการแพร่กระจายรวดเร็ว]
"ระวัง!"
รวินทร์ไม่รอช้า เขาคว้าแขนของลูคัสแล้วดึงหลบเข้าสู่ซากเสาคอนกรีตทันที ในเสี้ยววินาทีนั้น เงาดำมหึมาสายหนึ่งก็พุ่งแหวกความมืดเข้ามากระแทกกับจุดที่พวกเขาเคยยืนอยู่จนเศษปูนกระจายเกลื่อน ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
เสียงคำรามต่ำทุบทะลวงโสตประสาท สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าไม่ใช่สัตว์ป่าธรรมดา แต่มันคือ "คิเมร่ากลายพันธุ์" ที่เกิดจากการหลอมรวมระหว่างเนื้อเยื่อชีวภาพและจักรกลโบราณ ดวงตาสีแดงฉานหลายคู่จ้องมองมาที่พวกเขาจากความมืดมิด น้ำลายเหนียวหนืดหยดลงบนพื้นจนเกิดควันสีขาวจากการกัดกร่อน
ลูคัสไม่รอช้า เขายกปืนไรเฟิลขึ้นประทับบ่าแล้วเหนี่ยวไกส่งกระสุนเจาะเกราะพุ่งทะยานแหวกอากาศออกไปอย่างแม่นยำ กระสุนนัดแรกเจาะเข้าที่เบ้าตาของเจ้าอสุรกายกลายพันธุ์เต็มแรง เกิดประกายไฟจากการระเบิดขนาดเล็ก แต่มันกลับทำให้มันยิ่งโกรธเกรี้ยวและพุ่งเข้าใส่พวกเขารวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม
"รวินทร์! อาวุธปกติทำอะไรมันไม่ 100%!" ลูคัสตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของสัตว์ประหลาด ขณะที่ถอยร่นทีละก้าวอย่างยากลำบาก
รวินทร์หรี่ตาลง สมองของเขาทำงานด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ระบบควอนตัมของเขาประมวลผลโครงสร้างทางชีวภาพของคิเมร่าตัวนี้อย่างรวดเร็ว จนกระทั่งพบบั๊กและจุดอ่อนสำคัญที่ซ่อนอยู่ใต้เกราะเหล็กหนา
[วิเคราะห์จุดอ่อนสำเร็จ: ระบบจ่ายพลังงานหลักของคิเมร่าตัวนี้เชื่อมต่อกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าโซน C ที่อยู่ด้านหลัง หากยิงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้าไปรบกวนวงจรประสาท มันจะหยุดชะงักลงเป็นเวลา 4.5วินาที]
รวินทร์ไม่รอช้า เขาปลดปล่อยพลังงานควอนตัมออกจากปลอกแขนอัจฉริยะ แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของดันเจี้ยนใต้ดิน เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและมั่นใจ
"ลูคัส เล็งไปที่แผงวงจรตรงอกซ้ายของมัน นับสาม... ยิงพร้อมกัน!"
"เอาวะ! สู้ก็สู้!" ลูคัสกัดฟันกรอด ปรับโหมดกระสุนเป็นระบบช็อตไฟฟ้าแรงสูงตามคำสั่งทันที
"หนึ่ง... สอง... สาม... ยิง!"
สิ้นเสียงคำสั่งของรวินทร์ คลื่นพลังงานควอนตัมและกระสุนไฟฟ้าพุ่งตรงเข้าประสานเป้าหมายอย่างแม่นยำราวกับจับวาง แรงระเบิดจากการช็อตวงจรไฟฟ้าภายในร่างของอสุรกายทำให้มันชะงักงัน ร่างมหึมาทรุดฮวบลงกับพื้นพร้อมกับเสียงคำรามที่ค่อยๆ เงียบหายไปในความมืด
ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของทั้งสองคนที่ดังสลับกัน ทว่า ก่อนที่รวินทร์จะได้พักหายใจ หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าก็ปรากฏข้อความเตือนภัยสีแดงฉานขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
[แจ้งเตือนระดับสูงสุด: ตรวจพบการเข้าถึงพื้นที่โดยบุคคลปริศนา...]
[รหัสยืนยันตัวตน... ไม่รู้จัก...]
[คำเตือน: ประตูนิรภัยชั้นที่ 9 ที่ควรจะถูกปิดตาย กำลังถูกเปิดออกด้วยรหัสผ่านหลักของสถาบันวิจัยมิติ... รหัสประจำตัวของ "มาเรีย"]
รวินทร์เบิกตากว้างเล็กน้อย ความสงสัยพุ่งพล่านขึ้นในอก ขณะที่เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากความมืดมิดเบื้องหลังประตูนิรภัยที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่ทำให้หัวใจของเขาต้องกระตุกวูบ
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับรวินทร์มาจนถึงตอนนี้นะครับ
ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ•ตอนที่ 16
ดันเจี้ยนใต้ดินแห่งลอสท์ซิตี้
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!