“ถอยไป ลูคัส!”
เสียงคำรามของรวินทร์ดังแข่งกับเสียงโลหะบิดเบี้ยว แรงกดดันระดับควอนตัมที่แผ่ออกมาจากเงาร่างสูงใหญ่ตรงหน้าบีบอัดออกซิเจนในห้องทดลองจนแทบหมดสิ้น แสงสีแดงฉานสาดส่องลงบนใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬของทั้งสอง ลูคัสกัดฟันกรอด ขาขวายังคงกะโผลกกะเผลกจากการปะทะเมื่อครู่ แต่กระนั้นมือหนาก็ยังกระชับปืนพลาสมาในมือแน่น ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว
“ให้ตายสเถอะรวิน! นายคิดว่าฉันจะทิ้งเพื่อนร่วมทีมไว้แล้วหนีเอาตัวรอดหรือไงวะ!” ลูคัสพ่นคำสบถออกมาพร้อมกับเหนี่ยวไกกระสุนพลังงานเข้าใส่ร่างเงาสูงใหญ่นั้นทันที ทว่าลำแสงสีฟ้ากลับสลายกลายเป็นละอองแสงทันทีที่สัมผัสกับเกราะพลังงานรอบตัวผู้มาเยือน
เงาร่างนั้นค่อยๆ ก้าวผ่านม่านควันเข้ามา แสงไฟจากหน้าจอโฮโลแกรมที่กระพริบรัวเผยให้เห็นโครงสร้างจักรกลผสมผสานกับชีวเวทมนตร์ ดวงตาสีม่วงเข้มคู่นั้นกวาดมองทั้งคู่ด้วยความว่างเปล่า ก่อนที่เสียงสังเคราะห์เรียบเย็นจะดังขึ้นในหัวของรวินทร์
*[ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมระดับภัยคุกคามคลาส A: หน่วยลาดตระเวนโบราณสถาบันเบต้า]*
*[คำเตือน: ระบบป้องกันอัตโนมัติกำลังรีบูต กรุณาหาทางหลบหนีภายใน 30 วินาที]*
รวินทร์หรี่ตาลงสมองทำงานด้วยความเร็วสูง คำนวณความน่าจะเป็นและจุดอ่อนของโครงสร้างจักรกลตรงหน้าอย่างแม่นยำ “ลูคัส เล็งไปที่ข้อต่อหัวเข่าด้านซ้ายของมัน สามองศาเฉียงลง! นั่นคือจุดที่ระบบพลังงานควอนตัมเกิดความไม่เสถียรจากการข้ามมิติ!”
สิ้นเสียงคำสั่ง ลูคัสไม่รอช้า พุ่งตัวออกไปด้านข้างด้วยความเร็วสูงสุด ปลายกระบอกปืนพ่นลำแสงความร้อนสูงพุ่งตรงไปยังจุดที่รวินทร์ระบุอย่างไร้ที่ติ เสียงโลหะระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกส่งผลให้เงาร่างสูงใหญ่เซถอยหลังไปครึ่งก้าว
ในจังหวะนั้นเอง ประตูมิติสำรองด้านหลังก็สว่างวาบขึ้น ร่างเพรียวบางในชุดคลุมสีเงินยวงของมาเรียปรากฏขึ้นพร้อมกับคฑาควอนตัมในมือ อาจารย์สาวกวาดสายตาคมกริบมองสถานการณ์ทั้งหมดด้วยความรวดเร็ว “พวกเธอเล่นซนกันเกินไปแล้วนะ รวินทร์ ลูคัส รีบขึ้นยานอพยพ!”
ทั้งสามพุ่งตัวทะยานผ่านประตูมิติออกไปอย่างเฉียดฉิว ท่ามกลางเสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดของระบบป้องกันที่ไล่หลังมาติดๆ
***
สามชั่วโมงต่อมา ณ ฐานปฏิบัติการชั่วคราวเขตชายขอบมิติที่ 4
กลิ่นอายความชื้นของป่าดงดิบผสมผสานกับกลิ่นโอโซนจากการประจุพลังงานลอยอบอวลไปทั่ว รวินทร์นั่งอยู่หน้าแผงควบคุมหลัก นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมรัวเร็วเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลที่เพิ่งเก็บกู้มาได้จากการปะทะ ขณะที่ลูคัสนั่งพันแผลอยู่ที่มุมห้องโดยมีมาเรียคอยตรวจเช็คสภาพจิตใจและพลังงานภายใน
“แผลของนายสมานตัวได้ดีขึ้นแล้ว ลูคัส แต่ความสะשלของการใช้พลังงานควอนตัมเกินขีดจำกัดเมื่อครู่ ทำให้แกนพลังงานในตัวนายปั่นป่วน ดื่มนี่ซะ” มาเรียยื่นหลอดแก้วบรรจุของเหลวเรืองแสงสีเขียวอ่อนให้ชายหนุ่ม
ลูคัสรับมาดื่มรวดเดียวหมดก่อนจะบิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นดังกรอบแกรบ “ให้ตายเถอะอาจารย์ นึกว่าวันนี้จะได้ไปนอนในโลงซะแล้ว เจ้าหุ่นตัวนั้นมันมาจากไหนกันแน่ครับ ทำไมระบบของผมถึงไม่เคยแจ้งเตือนมาก่อนเลย”
รวินทร์เงยหน้าขึ้นจากจอภาพ แววตาภายใต้กรอบแว่นใสฉายแวครุ่นคิด “มันไม่ใช่หุ่นยนต์ธรรมดาลูคัส จากรหัสที่ฉันถอดได้เมื่อครู่ มันคือ ‘ผู้พิทักษ์ซากปรักหักพัง’ จากยุคสงครามมิติครั้งแรก... และนั่นหมายความว่า เป้าหมายภารกิจของเราในวันนี้มีมูลค่ามากกว่าที่เราคิด”
มาเรียพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย นางเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานก่อนจะวางแผนที่สามมิติโบราณลงบนโต๊ะ แสงสีทองส่องสว่างเผยให้เห็นโครงสร้างของมหานครใต้ดินที่ถูกฝังกลบมานับพันปี “ถูกต้องรวินทร์ ภารกิจแรกนอกเขตปลอดภัยที่สถาบันมอบให้พวกเธอในวันนี้ ไม่ใช่แค่การสำรวจธรรมดา แต่พวกเธอต้องลงไปใน ‘ซากปรักหักพังลอสท์เวิลด์’ เพื่อเก็บกู้แกนพลังงานควอนตัมบริสุทธิ์มาให้ทันก่อนที่รอยแยกมิติจะปิดตัวลงถาวรในอีกสحمدชั่วโมงข้างหน้า”
ลูคัสผิวปากหวีดหวิว “ซากปรักหักพังลอสท์เวิลด์? ที่นั่นขึ้นชื่อเรื่องกับดักมิติและสัตว์อสูรกลายพันธุ์ไม่ใช่เหรอครับอาจารย์ ทำไมถึงให้พวกเราไปกันแค่ทีมเดียวล่ะเนี่ย”
“เพราะพวกเธอมีรวินทร์” มาเรียตอบด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก “ความสามารถในการมองเห็น ‘บั๊ก’ ของระบบมิติของเขา คือกุญแจสำคัญเดียวที่จะพาพวกเธอผ่านแนวป้องกันโบราณเข้าไปได้... แต่อย่าประมาทเด็ดขาด เพราะที่นั่นไม่ได้มีแค่พวกเราที่กำลังตามหาแกนพลังงานนั้น”
รวินทร์ปิดหน้าจอโฮโลแกรมลง หยิบอุปกรณ์ควบคุมควอนตัมพกพาขึ้นมาเหน็บไว้ที่เข็มขัด สายตาคมกริบมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสที่สะท้อนภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนอันมืดมิดของต่างมิติ “กลุ่มสมาพันธ์เงาคงไม่ปล่อยให้เราได้มันมาง่ายๆ แน่ครับ... แต่ถึงอย่างนั้น การได้ทดสอบทฤษฎีควอนตัมภาคสนามจริง ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว”
ทั้งสามเตรียมความพร้อมจนเสร็จสิ้น ยานสำรวจขนาดเล็กลอยตัวขึ้นจากฐานปฏิบัติการ พุ่งทะยานผ่านม่านพลังงานเขตปลอดภัยออกสู่ความมืดมิดของดินแดนภายนอกที่เต็มไปด้วยความลับอันตราย
เบื้องหน้าคือซากปรักหักพังของอารยธรรมโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางพายุพลังงาน รวินทร์สูดหายใจเข้าลึก
*[ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ กำลังเชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่เขตอันตรายระดับ S]*
*[คำเตือน: ตรวจพบคลื่นพลังงานไม่ทราบฝ่ายกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พิกัดของท่านในระยะ 500 เมตร]*
ทว่า ในขณะที่ยานกำลังจะร่อนลงสู่ลานกว้างหน้าซากปรักหักพัง หน้าจอระบบทั้งหมดก็ดับวูบลงอีกครั้ง... พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินที่ดังลั่นสนั่นห้องนักบิน
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
*[แจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบการบุกรุกพื้นที่มิติซ้อนทับ... มีบุคคลภายนอกทำการ ‘แฮก’ ระบบนำทางของยานเราจากระยะไกล!]*
รวินทร์เบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความบนหน้าจอมือถือสำรองที่ยังใช้งานได้ ชื่อผู้ส่งสัญญาณปรากฏขึ้นเป็นรหัสลับที่เขาคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด... รหัสของอดีตนักวิจัยผู้หายสาบสูญไปเมื่อสี่ปีก่อน—บุคคลที่ควรจะตายไปพร้อมกับการล่มสลายของสถาบันวิจัยหลัก
“นี่มัน... เป็นไปไม่ได้” รวินทร์พึมพำกับตัวเองขณะที่ประตูห้องโดยสารด้านหลังค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองอย่างช้าๆ ท่ามกลางความมืดมิด และลมหนาวที่พัดพาละอองสีดำเข้ามาภายในยาน
—โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ—
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามมิติไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ•ตอนที่ 8
ภารกิจแรกนอกเขตปลอดภัย
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!