“เงียบเสียงลงหน่อย ลูคัส ถ้าไม่อยากให้กระสุนความหนาแน่นสูงพวกนั้นฝังเข้าไปในกะโหลกของนาย”
เสียงกระซิบต่ำลอดผ่านไรฟันของรวินทร์ดังขึ้น พร้อมกับที่มือเรียวภายใต้ถุงมือกันกระแทกชี้ไปยังพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหน้า ในหุบเขาไร้เงาแห่งนี้ แสงสว่างเป็นสิ่งฟุ่มเฟือย และความตายมักมาเยือนเร็วกว่าเสียงฝีเท้าเสมอ
ลูคัสกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ฮันเตอร์หนุ่มผู้มักจะมั่นใจในฝีมือการยิงปืนของตนเองเสมอเวลานี้กลับต้องยอมหุบปากเงียบ เมื่อสัญชาตญาณเตือนภัยระดับวิกฤตแผ่ซ่านออกมาจากบรรยากาศรอบตัว พวกเขาติดอยู่ในหุบเขาไร้เงามาเป็นเวลาสามชั่วโมงเต็มแล้ว หลังจากสัญญาณชีพจรปริศนาจำนวนมากเริ่มโอบล้อมรอบทิศทาง
“นายแน่ใจนะว่าเจ้าระบบเรดาร์ประดิษฐ์บ้านั่นจะใช้งานได้จริง?” ลูคัสเอ่ยถามด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบกายเพื่อระแวดระวังเงาสะท้อนจากกระบอกปืนของมือซุ่มยิงปริศนาที่ยังไม่ปรากฏตัว
รวินทร์ไม่ตอบคำถามในทันที นิ้วมือเรียวยาวกำลังเคาะลงบนหน้าจอโฮโลแกรมขนาดจิ๋วที่ถูกดัดแปลงขึ้นมาจากแผงวงจรควอนตัมเก่า รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของนักวิจัยหนุ่ม ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสะท้อนแสงสีฟ้าจางๆ จากโค้ดโปรแกรมที่กำลังรันอยู่เบื้องหน้า
“เทคโนโลยีไม่เคยโกหกใคร ลูคัส... แต่ความโลภของคนที่ส่งพวกมันมาต่างหากที่เชื่อถือไม่ได้” รวินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว “พวกมันคิดว่าการใช้สนามแม่เหล็กบิดเบือนจะซ่อนตัวตนจากเรดาร์มาตรฐานของสถาบันได้ แต่พวกมันลืมไปว่า... ทุกการเคลื่อนไหวในมิตินี้จะต้องทิ้งร่องรอยการสั่นสะเทือนของอนุภาคควอนตัมไว้เสมอ”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นจากทิศทางตะวันออกเฉียงเหนือ ตามมาด้วยเสียงพงหญ้าถูกแหวกออกอย่างรวดเร็ว กลุ่มเงาดำร่างสูงใหญ่สามร่างสวมชุดเกราะพลางตัวกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมก้าวออกมาจากความมืด ปืนไรเฟิลพลังงานสูงในมือของพวกมันเล็งตรงมายังจุดที่รวินทร์และลูคัสดักซุ่มอยู่
เปรี้ยง!
กระสุนพลาสมาสีแดงฉานเจาะทะลุโคนต้นไม้ใหญ่ที่ลูคัสเพิ่งกระโดดหลบไปเมื่อเสี้ยววินาทีที่แล้ว เศษไม้และสะเก็ดไฟกระเด็นว่อนไปทั่วบริเวณ
“ให้ตายเถอะ! พวกมันมากันไวเป็นบ้า!” ลูคัสสบถเบาๆ พร้อมกับยกปืนคู่ใจขึ้นเตรียมตอบโต้ แต่ถูกมือของมาเรียที่เคลื่อนตัวเข้ามาประชิดตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้คว้าเอาไว้เสียก่อน
“อย่าเพิ่งใจร้อน ลูคัส” อาจารย์สาวลึกลับเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตากลับคมกلاสราวกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก “ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรวินทร์เถอะ เขาเตรียมของขวัญต้อนรับพวกมันไว้แล้ว”
รวินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย นิ้วชี้กดลงบนปุ่ม Enter สีแดงฉานบนหน้าจอโฮโลแกรมทันที
*ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... ตรวจพบเป้าหมายรุกรานในระยะรัศมี 15 เมตร ทำการกระจายคลื่นสะท้อนควอนตัมย้อนกลับ*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบประดิษฐ์ดังขึ้นในโสตประสาท ชั่วพริบตานั้นเอง อุปกรณ์เรดาร์ที่รวินทร์แอบนำไปวางไว้ตามจุดยุทธศาสตร์รอบหุบเขาก็เปล่งแสงสีฟ้าเจิดจ้าออกมา มันไม่ได้ทำหน้าที่แค่ตรวจจับตำแหน่ง แต่มันทำการ ‘ดึงดูด’ และ ‘สะท้อน’ คลื่นพลังงานที่พวกมันยิงเข้ามา ให้หันกลับไปโจมตีร่างของกลุ่มคนปริศนาเองด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว!
ตูม!
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวสะท้อนไปทั่วหุบเขาไร้เงา แรงอัดมหาศาลจากการสะท้อนพลังงานทำให้กลุ่มคนปริศนาทั้งสามร่างกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง เกราะพลางตัวของพวกมันพังทลายลง เผยให้เห็นเครื่องแบบสัญลักษณ์รูปกางเขนสีดำสนิทที่ประดับอยู่บนอกเสื้อ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ขององค์กรใต้ดินที่มาเรียเคยเตือนไว้ไม่มีผิดเพี้ยน
“สำเร็จ!” ลูคัสร้องออกมาอย่างลืมตัว รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าคมคาย “นายเนี่ยร้ายกาจเป็นบ้าเลยรวินทร์ ใช้ลูกเล่นทางฟิสิกส์ตลบหลังพวกมันได้เจ็บแสบจริงๆ”
“นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของฟิสิกส์หรอกครับ แต่มันคือการใช้ตรรกะของระบบมาลงโทษผู้ที่พยายามจะหาประโยชน์จากมันต่างหาก” รวินทร์กล่าวด้วยรอยยิ้มสุภาพ ขณะที่ก้าวเดินเข้าไปใกล้ร่างหนึ่งที่นอนหมดสติอยู่บนพื้นดิน
ทว่า ในขณะที่รวินทร์กำลังจะยื่นมือไปปลดหน้ากากของชายชุดดำเพื่อตรวจสอบตัวตน แสงไฟสีแดงฉานกะพริบวาบขึ้นจากแผงอกของศัตรูที่แน่นิ่งไปแล้ว เสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงระดับวิกฤตก็ดังขึ้นก้องกังวานในหูของรวินทร์อีกครั้ง ไม่ใช่เสียงจากเรดาร์ที่เขาประดิษฐ์ขึ้น... แต่มันเป็นเสียงแจ้งเตือนระบบหลักของมิติที่ถูกเปิดใช้งานโดยบุคคลภายนอก!
*แจ้งเตือนด่วน: ตรวจพบการเข้าถึงรหัสผ่านระดับรากเหง้า (Root Access) จากแหล่งกำเนิดที่ไม่รู้จัก... ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติถูกปลดล็อก... สิ่งแปลกปลอมขนาดมหึมาจำนวนหนึ่งกำลังเคลื่อนตัวผ่านประตูมิติชั้นที่สามเข้ามาสู่หุบเขาไร้เงา...*
ดวงตาของมาเรียเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเป็นครั้งแรก นางรีบหันขวับมามองรวินทร์ด้วยสีหน้าตื่นตระหนกที่หาได้ยากยิ่ง “รวินทร์... ถอยออกมาเดี๋ยวนี้! นั่นไม่ใช่ฝีมือขององค์กรใต้ดินพวกนี้... แต่พวกมันใช้พวกเราเป็นตัวล่อ เพื่อเปิดทางให้ ‘สิ่งนั้น’ หลุดออกมาต่างหาก!”
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งที่ใหญ่โตมโหฬารกำลังพยายามผุดขึ้นมาจากใจกลางหุบเขา และก่อนที่รวินทร์จะทันได้คิดหาทางแก้ไข เงาสีดำสนิทขนาดมหศมานับร้อยคู่ก็ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางความมืดมิด พร้อมกับเสียงคำรามก้องที่สั่นประสาทจนทุกคนต้องหยุดหายใจ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามมิติและลุ้นระทึกไปกับรวินทร์ในตอนนี้นะครับ
ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ•ตอนที่ 9
กับดักในหุบเขาไร้เงา
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!