ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ•ตอนที่ 10

ความลับที่ซ่อนอยู่ในชิปความจำ

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดละเอียดลอยอบอวลตัดกับกลิ่นไอเย็นยะเยือกของระบบปรับอากาศในห้องปฏิบัติการใต้ดิน แสงสีฟ้าอมม่วงจากหน้าจอโฮโลแกรมสว่างวาบสะท้อนลงบนกรอบแว่นสายตาของรวินทร์ นิ้วเรียวยาวของนักวิจัยหนุ่มกำลังเคาะแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดแสงด้วยความเร็วสูงราวกับกำลังบรรเลงบทเพลงซิมโฟนีแห่งความตาย ข้อมูลดิบเทราไบต์มหาศาลที่กู้คืนมาจากชิปความจำปริศนากำลังถูกถอดรหัสชั้นแล้วชั้นเล่าผ่านอัลกอริทึมควอนตัมที่เขาคิดค้นขึ้นเอง "ระวังหน่อย รวินทร์... ถ้าคุณถอดรหัสพลาดอีกแค่ชั้นเดียว โปรโตคอลทำลายตัวเองของชิปชิ้นนั้นจะเผาผลาญหน่วยความจำทั้งหมดกลายเป็นเถ้าถ่านในเสี้ยววินาที" เสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงความกังวลอย่างเห็นได้ชัดดังขึ้นจากมาเรีย อาจารย์สาวลึกลับก้าวเท้าเข้ามาใกล้ เธอสวมเสื้อคลุมยาวสีขาวสนิท มือเรียวถือแก้วกาแฟอุ่นยื่นให้เขาโดยไม่ละสายตาไปจากเส้นกราฟความหนาแน่นของพลังงานที่พุ่งพล่านบนหน้าจอหลัก รวินทร์รับแก้วกาแฟมาถือไว้โดยไม่หันมอง ดวงตาคมกริบยังคงจดจ่ออยู่กับการวิ่งของโค้ดสีเขียวมรกต "ผมไม่ได้พลาดมาเรีย... ผมแค่กำลังคำนวณความเสี่ยงในรูปแบบที่ระบบรักษาความปลอดภัยของยุคโบราณคาดไม่ถึงต่างหาก" เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย ไหล่กว้างผ่อนคลายลงภายใต้เสื้อแจ็คเก็ตเท่ๆ "อีกอย่าง ถ้าผมกลัวความตาย ผมคงไม่เลือกมานั่งแกะรอยดาวเคราะห์ที่กำลังจะดับสลับในกาแล็กซีนี้หรอกครับ" ที่มุมห้อง ลูคัสกำลังนั่งไขว่ห้างลับคมมีดพับเลเซอร์คู่ใจ เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ก... กริ๊ก...* เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ฮันเตอร์หนุ่มพ่นลมหายใจพรืดใหญ่อย่างหงุดหงิดพลางเหลือบมองหน้าจอแสดงผล "เลิกพูดจาปรัชญาแล้วบอกผมทีเถอะน่า รวิน... ตกลงไอ้ชิปเจ้ากรรมนี่มันซ่อนความลับอะไรไว้กันแน่ ทำไมพวกกองกำลังจักรวรรดิถึงตามล่าพวกเราข้ามมิติมาสามดาวเคราะห์ติดต่อกันแล้วล่ะเนี่ย?" ลูคัสขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าคมคายฉายแววเคร่งเครียด "กระสุนพลาสม่าของผมเกือบหมดแม็กซ์แล้วนะ ถ้ายังไม่มีคำตอบที่คุ้มค่า ผมคงต้องขอแยกทางไปตั้งรกรากขายน้ำเต้าหู้ที่ดาวเคราะห์แคระแถบชายขอบแทน" รวินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ "ใจเย็นก่อนสิครับลูคัส คุณยังต้องใช้แรงอีกเยอะ..." ทันใดนั้น เสียงเตือนความถี่สูงก็ดังขึ้น *ปี๊ب! ปี๊บ! ปี๊บ!* หน้าจอโฮโลแกรมหลักเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ข้อมูลชิ้นสุดท้ายที่ถูกเข้ารหัสด้วยชั้นความลับสูงสุดถูกเปิดออก ภาพสามมิติขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นกลางห้อง มันคือแผนผังจำลองระบบสุริยะจักรวาลที่คุ้นตา ทว่าใจกลางดาวฤกษ์หลักกลับมีจุดสีดำขนาดมหึมากำลังกัดกินแกนพลังงานจากภายในสู่ภายนอก มาเรียสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง "นั่นมัน... เครื่องยนต์ควอนตัมโบราณ" เธอกระซิบเสียงแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "ฉันคิดว่าตำนานนั้นเป็นเพียงเรื่องแต่ง... แต่พวกมันกำลังใช้มันจริงๆ" "เครื่องยนต์ควอนตัมที่ไม่ได้เอาไว้ขับเคลื่อนยานสำรวจ... แต่มันถูกออกแบบมาให้ 'ดูดกลืน' พลังงานของดวงดาว" รวินทร์ต่อประโยคให้จบ น้ำเสียงของเขาเยือกเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด นิ้วที่เคยพิมพ์เร็วหยุดชะงักลง ดวงตาหลังกรอบแว่นกวาดมองตัวเลขสถิติที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ตามทฤษฎีควอนตัมที่เขาศึกษา การดึงพลังงานระดับดาวฤกษ์ต้องใช้สมการความสมดุลที่แม่นยำถึงระดับปรมาณู แต่ในข้อมูลจากชิปความจำนี้ กลับปรากฏสคริปต์คำสั่งที่จงใจ 'ละเลย' ค่าความเสถียรเหล่านั้น มันคือการเร่งปฏิกิริยาฟิวชันให้เกิดความร้อนสูงเกินพิกัดอย่างจงใจ เพื่อสร้างแรงระเบิดลูกโซ่ที่สามารถทำลายล้างกาแล็กซีทั้งระบบได้ภายในพริบตา "แผนการล่มสลายของดวงดาว..." รวินทร์พึมพำกับตัวเอง "พวกมันไม่ได้แค่ต้องการทรัพยากร... แต่พวกมันกำลังใช้การระเบิดของดวงดาวเป็นแหล่งพลังงานมหาศาลเพื่อเปิด 'ประตูมิติขนาดใหญ่' ข้ามจักรวาล" ลูคัสลุกขึ้นยืนพรวดโดยอัตโนมัติ มีดพับในมือถูกเก็บเข้าฝักอย่างรวดเร็ว "เปิดประตูมิติ? บ้าไปแล้ว! ถ้าพวกมันทำแบบนั้นจริง ดวงดาวนับร้อยในเขตปกครองของเราจะกลายเป็นดาวนิวตรอนที่ตายซาก ผู้คนนับพันล้านจะต้อง..." "ใช่ครับ..." รวินทร์ขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบแต่นิ่งสนิท "พวกมันจะหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ในชั่วพริบตาเดียว และชิปชิ้นนี้ก็คือ 'กุญแจสำคัญ' ที่บรรจุพิกัดดาวเป้าหมายดวงต่อไปเอาไว้" บรรยากาศภายในห้องปฏิบัติการตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องยนต์ระบบควอนตัมที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง มาเรียเดินเข้าไปใกล้ภาพจำลองสามมิติ มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อยื่นไปแตะที่สัญลักษณ์รูปตราสัญลักษณ์จักรวรรดิที่ซ่อนอยู่มุมล่างสุดของไฟล์ข้อมูล "ตราสัญลักษณ์นี้..." มาเรียเสียงสั่น "มันคือหน่วยปฏิบัติการลับของสภาสูง... รวินทร์ คนที่อยู่เบื้องหลังแผนการนี้ไม่ใช่แค่กลุ่มกบฏธรรมดา แต่มันคือคนจากสถาบันวิจัยมิติที่เราเคยสังกัดอยู่" ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ ระบบรักษาความปลอดภัยของฐานทัพใต้ดินก็ส่งเสียงกรีดร้องเตือนภัยดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานกะพริบถี่รัว หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยข้อความแจ้งเตือนสีดำทมิฬจากระบบหลัก [คำเตือนระดับวิกฤต: ตรวจพบการบุกรุกจากภายนอก] [โปรโตคอลความปลอดภัย: ล็อกดาวน์พื้นที่อัตโนมัติ] [สถานะระบบ: ควบคุมโดย AI ภายนอก - แหล่งที่มาไม่ระบุตัวตน] รวินทร์หรี่ตาลงทันที เขารู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่การโจมตีแบบสุ่ม แต่พวกมันแกะรอยสัญญาณการถอดรหัสชิปความจำของเขาเจอแล้ว "ลูคัส เตรียมอาวุธให้พร้อม มาเรีย ถอดรหัสชุดข้อมูลสำรองลงในไดรฟ์พกพาเดี๋ยวนี้!" เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ไหวพริบและความรวดเร็วในการตัดสินใจกลับมาเต็มเปี่ยม ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าจอหลักที่เคยแสดงแผนผังการล่มสลายของดวงดาวก็ดับวูบลง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยภาพวิดีโอสดจากกล้องวงจรปิดบริเวณทางเข้าหลักของฐานทัพ ชายหนุ่มในชุดเกราะยุทธวิธีสีดำสนิท ไร้ซึ่งรังสีไอออนระบุสังกัด ก้าวเดินผ่านประตูเหล็กกล้าหนาเตอะเข้ามาอย่างเยือกเย็น ในมือของเขาลากดาบพลังงานพลาสมาที่ลากครูดไปกับพื้นจนเกิดประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบ เมื่อผู้บุกรุกรายนั้นเงยหน้าขึ้นมองกล้องวงจรปิด รวินทร์ก็ต้องชะงักค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงอย่างที่สุด ใบหน้าภายใต้หน้ากากครึ่งซีกนั้น... คือคนเดียวกับอดีตสหายสนิทที่เคยหายสาบสูญไปในมิติเวลาเมื่อสามปีก่อน "เด็กๆ เล่นสนุกกันพอหรือยัง... รวินทร์" เสียงทุ้มต่ำผ่านระบบสื่อสารดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องปฏิบัติการ ราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรก ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามมิติและลุ้นระทึกไปกับรวินทร์ในตอนนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%