เสียงกระชากของประจุไฟฟ้าแรงดันสูงระดับกิกะวัตต์ดังสนั่นหวั่นไหวจนแก้วหูแทบปริแตก ประกายไฟสีครามแล่นริ้วราวกับอสรพิษเหล็กที่กำลังบิดเร้าอยู่บนหน้าปัดมอนิเตอร์ทรงกลม แสงสว่างจ้าบาดตาจากห้องทดสอบเบื้องหน้าสะท้อนลงบนกรอบแว่นสายตาของคณะกรรมการผู้ทรงเกียรติทั้งเจ็ดคน บรรยากาศภายในห้องประเมินพลังสถาบันวิจัยข้ามมิติตอนนี้ตึงเครียดเสียยิ่งกว่าเส้นลวดเปียโนที่ถูกดึงจนสุดแรง
"เป็นไปไม่ได้..." เสียงพึมพำด้วยความตกตะลึงหลุดออกมาจากปากของหัวหน้าคณะกรรมการ ชายวัยกลางคนผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับศตวรรษ มือเหี่ยวย่นของเขาสั่นเทาเล็กน้อยขณะกำแท่นควบคุมแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองตัวเลขบนหน้าจอหลักที่กำลังไต่ระดับขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
แปดแสน... หนึ่งล้าน... สองล้านห้าแสนยูนิต!
ตูม!
เครื่องวัดพลังงานควอนตัมรุ่นไทเทเนียมอัลลอยด์ที่ขึ้นชื่อว่าทนทานต่อแรงกระแทกเทียบเท่าแรงระเบิดจากดาวเคราะห์ดวงเล็กๆ ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เศษโลหะร้อนจัดกระเด็นว่อนไปทั่วทิศทาง ควันสีขาวพวยพุ่งคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นฉุนของแผงวงจรที่ไหม้เกรียม
รวินทร์ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของอุปกรณ์ทดสอบ ลมหายใจของเขาเข้าออกสม่ำเสมอ แววตาหลังกรอบแว่นไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากำลังคำนวณอัตราการไหลเวียนของพลังงานที่เพิ่งทะลักออกมาเมื่อครู่ในใจอย่างเงียบเชียบ
"บั๊กของระบบการประเมิน... ทำงานได้สมบูรณ์แบบเกินคาดสินะครับ" รวินทร์พูดพึมพำกับตัวเองเบาๆ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาที
ย้อนกลับไปเมื่อสามนาทีที่แล้ว ระหว่างที่ระบบแจ้งเตือนภารกิจระดับ SSS 'บททดสอบแรก ณ สถาบันวิจัยข้ามมิติ' กำลังนับถอยหลัง สิ่งที่ซ่อนอยู่หลังม่านพลังงานไม่ใช่แค่ข้อมูลจำลองตามที่ทางสถาบันตั้งโปรแกรมไว้ แต่เป็น 'เศษเสี้ยวจิตสำนึก' ของสิ่งมีชีวิตข้ามมิติที่ถูกลบเลือนไปเมื่อสามร้อยปีก่อน และความหิวโหยของมันกำลังพยายามกลืนกินคลื่นสมองของเขาผ่านเครื่องวัด
ในสถานการณ์ที่คนทั่วไปคงเลือกที่จะตัดการเชื่อมต่อและยอมรับความล้มเหลว รวินทร์กลับเลือกใช้วิธีที่บ้าบิ่นยิ่งกว่า—เขาใช้ความรู้ด้านฟิสิกส์ควอนตัมปรับแต่งค่าความถี่ของเครื่องวัดพลังงาน ให้กลายเป็นท่อส่งพลังงานย้อนกลับไปดูดกลืน 'ความหิวโหย' ของตัวตนโบราณนั้นเข้ามาเป็นของตัวเอง ผลลัพธ์จึงไม่ใช่การวัดพลังงานดิบของเขา แต่เป็นการระเบิดออกของพลังงานมิติที่สะสมมานานนับศตวรรษผ่านร่างของเขานั่นเอง
"รวินทร์! นายบ้าไปแล้วหรือไงวะ!" เสียงตะโกนปนหอบหายใจดังขึ้นจากด้านข้าง ลูคัสวิ่งพรวดพราดเข้ามาในเขตหวงห้ามโดยไม่สนกฎระเบียบ ฮันเตอร์หนุ่มในชุดเกราะหนังลุยดงกระสุนมีคราบเขม่าสีดำติดอยู่ตามใบหน้า ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจร่างกายของเพื่อนสนิทอย่างรวดเร็วเพื่อหาบาดแผล "ฉันเห็นหน้าจอมันพุ่งทะลุเพดาน นายไปทำอีท่าไหนให้เครื่องพังคามือแบบนั้นฟะ ฉันเกือบจะต้องเตรียมจัดงานศพให้นายรอบที่สองของสัปดาห์นี้แล้วนะ!"
"ใจเย็นก่อนสิลูคัสครับ ผมยังไม่อยากรีบไปนอนในโลงเย็นหรอกนะ" รวินทร์หันไปตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบพร้อมกับปัดฝุ่นตามเสื้อคลุมตัวเก่งอย่างใจเย็น "อีกอย่าง เครื่องนั่นมันเก่าเกินไปต่างหาก ระบบระบายความร้อนไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยระดับควอนตัมยุคใหม่เลยสักนิด"
"เก่าบ้าอะไรเล่า นั่นมันรุ่นท็อปที่ใช้พลังงานจากแกนกลางปฏิกรณ์อาร์กติกเลยนะ!" ลูคัสอ้าปากค้าง ชี้มือไปยังซากเครื่องวัดที่ตอนนี้กลายเป็นเศษเหล็กไร้ค่า "นายสูบพลังงานอะไรเข้าไปตั้งสองล้านยูนิตฟะ คนธรรมดาแค่แตะนิดเดียวร่างก็แหลกสลายเป็นผุยผงไปแล้ว!"
ท่ามกลางความโกลาหล เสียงปรบมือช้าๆ และกังวานก็ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องทดลอง มาเรีย ก้าวเดินออกมาจากเงาของเสาหินควอนตัม รอยยิ้มที่มุมปากของอาจารย์สาวลึกลับคนนี้เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง ดวงตาสสีนิลคู่นั้นมองตรงมาที่รวินทร์ราวกับกำลังมองทะลุปรโปร่งไปถึงจิตวิญญาณ
"น่าสนใจ... น่าสนใจจริงๆ" มาเรียเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง เธอเดินเข้ามาหยุดยืนห่างจากรวินทร์เพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่ามิติอื่นลอยมาแตะจมูก "เธอไม่ได้แค่ผ่านการทดสอบระดับ SSS นะรวินทร์... แต่เธอเปลี่ยนกฎเกณฑ์ทั้งหมดที่สถาบันวิจัยแห่งนี้ยึดถือมาสามร้อยปีในพริบตาเดียว"
กรรมการอาวุโสคนเดิมรีบเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลท่วมใบหน้า เขากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ทะ...ท่านมาเรีย นี่มันหมายความว่าอย่างไรครับ? พลังงานระดับนี้มันเกินขอบเขตของมนุษย์ไปไกลโขแล้ว หรือว่าเขา..."
"เขาไม่ได้เป็นภัยคุกคามหรอกครับท่านกรรมการ" มาเรียหันไปส่งยิ้มให้กรรมการชราด้วยท่าทีสุขุม "เขาแค่เป็น 'คำตอบ' ที่เราตามหากันมานานต่างหาก"
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ ทุกสายตาจับจ้องมาที่รวินทร์เป็นตาเดียว ความหวาดกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความทึ่งและความคาดหวังอันเปี่ยมล้น รวินทร์เพียงแค่ขยับกรอบแว่นเล็กน้อย เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
ทันใดนั้นเอง หน้าต่างโปร่งใสสีฟ้าเข้มก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าของรวินทร์โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท
[แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจลับระดับ SSS 'บททดสอบแรก ณ สถาบันวิจัยข้ามมิติ' สำเร็จลุล่วง!]
[ท่านได้รับแต้มประสบการณ์พิเศษ: +50,000 คะแนน]
[ปลดล็อกทักษะใหม่: 'เนตรควอนตัมระดับสมบูรณ์' - สามารถมองเห็นรอยต่อของมิติและจุดอ่อนของสิ่งมีชีวิตทุกรูปแบบ]
รวินทร์อ่านข้อความเหล่านั้นด้วยความพึงพอใจ แต่แล้ว หัวใจของเขากลับกระตุกวูบเมื่อบรรทัดสุดท้ายของระบบปรากฏขึ้นด้วยตัวอักษรสีแดงฉานที่กระพริบถี่ๆ
[คำเตือนฉุกเฉินจากระบบ: ตรวจพบการบุกรุกจากคลื่นความถี่ที่ไม่รู้จัก... 'ประตูมิติเบอร์ศูนย์' ที่ถูกผนึกไว้ใต้สถาบันวิจัยกำลังถูกเปิดออกโดยบุคคลปริศนา!]
[สิ่งลึกลับที่อยู่ฟากฝั่งโน้น... กำลังเอ่ยนามของท่านแล้ว 'รวินทร์']
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะครับ ควอนตัมคอร์
ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ•ตอนที่ 5
คะแนนประเมินที่เหนือความคาดหมาย
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!