“รวินทร์! ถ้าค่าพลังงานในเกราะสั่นไหวเกินจุดวิกฤตอีกแค่ 3 เปอร์เซ็นต์ เราได้กลายเป็นปุ๋ยในมิติที่สิบสองสมใจอยากแน่!”
ลูคัสตะโกนแข่งกับเสียงระเบิดกัมปนาทที่ดังสะท้อนอยู่ในโถงทางเดินทรงเรขาคณิตของฐานบัญชาการใหญ่ กลิ่นไหม้ของโอโซนและไอออนที่เกิดจากการปะทะของอาวุธพลังงานลอยฟุ้งไปทั่ว รวินทร์ไม่ได้หันไปตอบ เขาเพียงแค่รัวนิ้วลงบนแผงโฮโลแกรมโปร่งแสงที่ลอยอยู่กลางอากาศ สายตาจดจ้องตัวเลขโค้ดสีเขียวมรกตที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง
“อย่าเพิ่งบ่นน่าลูคัส... ผมกำลังแก้ไขบั๊กเรื่องขอบเขตแรงโน้มถ่วงอยู่ ถ้าแก้ตรงนี้ไม่ได้ ต่อให้เราพังประตูเข้าไปได้ แต่แรงดึงดูดมหาศาลข้างในจะบดขยี้กระดูกเราจนละเอียดเป็นผงก่อนจะได้เห็นหน้าไอ้ตัวการใหญ่เสียอีก”
รวินทร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้หยาดเหงื่อจะไหลซึมผ่านไรผม เขาขยับนิ้วเป็นจังหวะที่แม่นยำ ทุกการเคลื่อนไหวแฝงไปด้วยความเยือกเย็นของการเป็นนักวิจัยผู้ไม่ยอมแพ้ต่อตรรกะที่บิดเบี้ยว
เบื้องหน้าของพวกเขาคือประตูนิรภัยมิติล็อกด้วยกลไกควอนตัมที่หนาแน่นที่สุดในจักรวาลที่ 000 มาเรีย อาจารย์สาวผู้ยืนเงียบเชียบอยู่ด้านหลังเขานานสองนานขยับกายเข้ามาใกล้ เธอวางมือลงบนไหล่ของรวินทร์เบาๆ แววตาของเธอสะท้อนแสงสีเงินจากระบบป้องกันที่กำลังพยายามขับไล่ผู้บุกรุก
“รวินทร์... ดูที่ตำแหน่งพิกัด x-451 สิ” มาเรียกระซิบ เสียงของเธอเย็นเยียบแต่ทรงพลัง “นั่นไม่ใช่ระบบรักษาความปลอดภัยปกติ แต่มันคือ ‘รอยแยกแห่งความทรงจำ’ ถ้าเธอใส่ค่าผิดพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ตัวตนของเธอในมิติอื่นจะถูกลบหายไปพร้อมกับความผิดพลาดนั้น”
รวินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจในอกเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น เขาเข้าใจทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่สงครามแย่งชิงฐานที่มั่น แต่มันคือการเดิมพันด้วยกฎฟิสิกส์ที่เป็นตัวตนของเขาเอง
“เข้าใจแล้วครับ... งั้นเราก็แค่ต้องทำให้มัน ‘โอเวอร์โหลด’ ด้วยความผิดพลาดที่สมบูรณ์แบบที่สุด”
ชายหนุ่มแสยะยิ้ม มุมปากข้างหนึ่งยกขึ้นอย่างท้าทาย เขาไม่ได้พยายามแก้โค้ดให้ถูกต้อง แต่เขากำลัง ‘ยัดเยียด’ คำสั่งที่ขัดแย้งกันเองเข้าไปในระบบ รวินทร์เลือกที่จะสร้างลูปข้อมูลมหาศาลจนอัลกอริทึมของฐานบัญชาการต้องหยุดทำงานเพื่อรีบูตตัวเองนั่นคือโอกาสเดียวที่ช่องโหว่จะเปิดออก
*ตึง!*
เสียงสัญญาณเตือนสีแดงฉานสว่างวาบไปทั่วโถงทางเดิน ก่อนที่ประตูยักษ์ที่เคยแข็งแกร่งดุจภูผาจะค่อยๆ เลื่อนเปิดออกช้าๆ อย่างไร้เรี่ยวแรง
“เข้าไป!”
ลูคัสไม่รอช้า พุ่งทะยานนำหน้าพร้อมกับอาวุธคู่กายที่ชาร์จพลังงานเต็มพิกัด ทั้งสามก้าวข้ามผ่านธรณีประตูสู่ใจกลางฐานบัญชาการ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้แม้แต่คนที่ใจแข็งที่สุดอย่างรวินทร์ยังต้องหยุดชะงัก พื้นที่เบื้องหน้าไม่ใช่ห้องคอนโทรลรูมทั่วไป แต่เป็นจักรวาลจำลองขนาดจิ๋วที่หมุนวนอยู่บนแท่นแก้วกลางห้อง
และบนบัลลังก์ที่ลอยอยู่เหนือจุดศูนย์กลางนั้น ร่างของบุรุษในชุดคลุมสีดำสนิทผู้เป็นต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหมดกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่ เขามองลงมายังผู้บุกรุกด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง
“พวกเธอกล้าหาญมากที่มาถึงจุดนี้...” เสียงของมันดังก้องไปทั่วโถง ไม่ได้ออกมาจากลำคอ แต่สั่นสะเทือนอยู่ในระดับโมเลกุลของร่างกายทุกคน “แต่พวกเธอรู้หรือไม่ว่า กฎของระบบที่รวินทร์ใช้ประโยชน์มาตลอด... มันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยพวกเธอตั้งแต่แรก?”
มาเรียขมวดคิ้วแน่น เธอรีบผลักรวินทร์ไปด้านหลังพร้อมกางม่านพลังป้องกันทันที “รวินทร์ ระวัง! ข้อมูลของมันไม่ใช่ข้อมูลทั่วไป มันคือรหัสพันธุกรรมของระบบเอง!”
รวินทร์มองไปยังแท่นแก้วที่หมุนวน เขาพบความผิดปกติบางอย่าง... ค่าพลังงานที่พุ่งพล่านนั้นไม่ได้มาจากเครื่องจักร แต่มันกำลังดึงมาจาก ‘ตัวตน’ ของรวินทร์เองในมิติคู่ขนาน
“หมายความว่ายังไงที่ว่ามาจากผม?” รวินทร์เค้นเสียงถาม มือเริ่มสั่นด้วยความโกรธ
ชายบนบัลลังก์ค่อยๆ ยืนขึ้น เงาของมันทอดขยายปกคลุมไปทั่วห้องจนมองไม่เห็นทางออก “ก็หมายความว่าทุกครั้งที่เธอใช้บั๊กของระบบแก้ไขปัญหา... เธอได้มอบกุญแจที่ใช้เปิดประตูนรกให้ฉันทีละนิดอย่างไรล่ะ รวินทร์”
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนที่รวินทร์ไม่เคยได้ยินมาก่อนดังขึ้นสนั่นในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงจากระบบช่วยเหลือที่เขาคุ้นเคย แต่มันเป็นเสียงเตือนระดับ [SSS-Class Alert] ที่ดังก้องจนแทบจะฉีกกระชากจิตวิญญาณ
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจากตัวตนที่สาม... รหัสการเข้าถึงของรวินทร์ถูกปฏิเสธ... การโอนถ่ายสถานะ ‘ผู้ดูแลระบบ’ กำลังเริ่มต้นขึ้น... ยืนยันการลบตัวตนเดิมภายใน 10 วินาที]
รวินทร์เบิกตากว้างเมื่อเห็นแถบพลังชีวิตของตัวเองลดฮวบลงอย่างรวดเร็วโดยที่เขายังไม่ได้ทำอะไรเลย ลูคัสพยายามจะยิงสนับสนุน แต่กระสุนของเขากลับสลายกลายเป็นละอองแสงก่อนจะถึงตัวศัตรู
มาเรียถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้าของเธอเผยความตื่นตระหนกที่รวินทร์ไม่เคยเห็นมาก่อน “รวินทร์... หนีไป! มันไม่ใช่ตัวการใหญ่ แต่มันคือร่างแยกของ ‘ตัวเธอเอง’ จากมิติที่ล่มสลายไปแล้ว!”
สิ้นเสียงของอาจารย์สาว ร่างสีดำบนบัลลังก์ก็ก้าวลงมา พร้อมกับใบหน้าที่ค่อยๆ เผยออกมาภายใต้เงามืด... ใบหน้าที่เหมือนกับรวินทร์ราวกับพิมพ์เดียวกัน ทว่าแววตานั้นกลับเต็มไปด้วยความแค้นเคืองที่สะสมมานานนับศตวรรษ
รวินทร์นิ่งค้างไป ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วสันหลังเมื่อร่างนั้นยื่นมือมาข้างหน้าและเอ่ยคำพูดที่เปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาล
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... รวินทร์ ในวันที่เธอต้องส่งต่อชีวิตให้ฉันเพื่อปิดฉากมิตินี้เสียที”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับรวินทร์และผองเพื่อนในมิตินี้เสมอนะครับ
ควอนตัมคอร์
ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ•ตอนที่ 31
การบุกโจมตีฐานบัญชาการใหญ่
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!