ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ•ตอนที่ 32

อุปสรรคสนามพลังแม่เหล็กไฟฟ้า

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
"ถ้าตัวต้านทานกระแสไฟฟ้าขั้วบวกในมือของนายยังสั่นพับๆ แบบนั้น เกรงว่าเราคงจะได้กลายเป็นปลาหมึกย่างเกาหลีเร็วกว่ากำหนดนะครับ ลูคัส" น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เจือแววเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามต่ำของสนามพลังแม่เหล็กไฟฟ้าที่แผ่พุ่งจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นคลื่น รวินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อคำนวณค่าความหนาแน่นของสนามพลังระดับเจ็ดที่กำลังหมุนวนอยู่เบื้องหน้า แสงสีฟ้าครามสะท้อนลงบนกรอบแว่นโลหะของเขา เผยให้เห็นร่องรอยของความเคร่งเครียดที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มมุมปากอันเป็นเอกลักษณ์ "หุบปากไปเลยรวิน! นายนี่มันใจเย็นเกินไปหรือเส้นประสาทรับความรู้สึกช้ากันแน่ฟะ ดูนั่นสิ! ประจุไฟฟ้าขนาดยักษ์กำลังรวมตัวเป็นรูปกรงเล็บแล้วนะเว้ย!" ลูคัสคำรามลั่นในลำคอ ขณะที่สองมือของฮันเตอร์หนุ่มกำลังประคองอุปกรณ์ควบคุมพลังงานไทเทเนียมน้ำหนักกว่าสามสิบกิโลกรัม เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย เส้นผมสีน้ำตาลชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อจากการต้องต้านทานแรงโน้มถัดและคลื่นแม่เหล็กที่พยายามดูดกลืนทุกสรรพสิ่งเข้าสู่ใจกลางพายุพลังงาน นี่คือด่านทดสอบสุดท้ายก่อนจะถึงห้องควบคุมหลักของสถาบันวิจัยมิติลึกลับ สนามพลังแม่เหล็กไฟฟ้านี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีธรรมดา แต่เป็นผลผลิตจากการบิดเบือนควอนตัมที่มาเรียเคยเตือนไว้ก่อนออกเดินทาง *กึก... ฟิ้วววว—!* ประกายไฟสีม่วงเข้มแล่นแปลบปลาบผ่านพื้นโลหะผสมไทเทเนียมจนเกิดรอยไหม้สีดำสนิท แรงดันอากาศที่ลดฮวบลงทำให้แก้วหูอื้ออึง รวินทร์ไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่า นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือกันความร้อนรัวลงบนหน้าจอโฮโลแกรมพกพาอย่างแม่นยำ ดวงตาคมกริบกวาดมองชุดคำสั่งระบบที่ไหลผ่านรวดเร็วยิ่งกว่าสายน้ำ "ระบบป้องกันของที่นี่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทำลายด้วยกำลังดิบครับ..." รวินทร์เอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงลมกรรโชก น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจที่ช่วยดึงสติของทุกคนให้กลับมาจดจ่อ "แต่มันทำงานบนพื้นฐานของอัลกอริทึมการกระจายตัวแบบวนซ้ำ ลูคัส นายต้องยิงคลื่นพัลส์ไปที่จุดอับสัญญาณมุมเจ็ดสิบหองศาทางซ้ายมือตอนที่ตัวเลขบนหน้าจอของผมลดลงเหลือศูนย์ ส่วนมาเรีย..." เขาสบตากับอาจารย์สาวลึกลับที่ยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางพายุพลังงาน เส้นผมสีดำสนิทของเธอปลิวไสวตามแรงลม ทว่าแววตาสีมรกตคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความหวาดหวั่นใดๆ ราวกับเธอมองทะลุทะลวงโครงสร้างทั้งหมดนี้มานานแล้ว "ฉันรู้หน้าที่ของฉัน รวินทร์" มาเรียเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่มั่นคง ดังกังวานเหนือเสียงคำรามของสนามพลัง "ฉันจะทำหน้าที่เป็นตัวเหนี่ยวนำกระแสย้อนกลับ เพื่อดึงเอาพลังงานส่วนเกินจากสนามพลังนี้มาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำรองให้ระบบเกราะป้องกันของพวกเรา นายแค่หาช่องโหว่ของมันให้เจอก็พอ" รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนเรียวปากของหญิงสาว ชั่วขณะหนึ่ง บรรยากาศรอบตัวที่ตึงเครียดราวกับเส้นลวดที่ถูกดึงจนขาดก็คลายลงเล็กน้อย ความเชื่อใจอันไร้เงื่อนไขนี้คือสิ่งที่รวินทร์สัมผัสได้เสมอมาจากการเดินทางร่วมกับอาจารย์สาวผู้นี้ เธอไม่เพียงแต่ถ่ายทอดความรู้ทางควอนตัมอันล้ำลึกให้เขา แต่ยังคอยประคับประคองจิตวิญญาณของเขาในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับความมืดมิดของมิติคู่ขนาน "รับทราบครับ อาจารย์" รวินทร์พยักหน้ารับอย่างหนักแน่น ดวงตาของชายหนุ่มกลับมาโฟกัสที่หน้าจอโฮโลแกรมอีกครั้ง นิ้วมือขยับรัวเร็วยิ่งกว่าเดิมเมื่อระบบแจ้งเตือนข้อผิดพลาด (Bug) ปรากฏขึ้นตรงบรรทัดที่สี่ร้อยยี่สิบของซอร์สโค้ดหลัก *เจอแล้ว... ช่องโหว่จากการประมวลผลที่ล่าช้าในเสี้ยววินาที* "สาม... สอง... หนึ่ง... ยิงเลยลูคัส!" *เปรี้ยงงงง—!* ลำแสงสีฟ้าเจิดจ้าพุ่งทะยานออกจากปืนพลังงานในมือของลูคัสราวกับอสนีบาตแหวกผืนฟ้า มันพุ่งตรงไปยังจุดอับสัญญาณที่รวินทร์คำนวณไว้อย่างแม่นยำราวกับจับวาง แรงปะทะทำให้เกิดคลื่นกระแทกสะท้อนกลับเป็นวงกว้าง ทว่าในวินาทีนั้นเอง มาเรียก็กางมือทั้งสองข้างออก ม่านพลังงานสีทองอร่ามพวยพุ่งขึ้นจากพื้น โอบล้อมร่างของทั้งสามคนไว้ท่ามกลางพายุแม่เหล็กไฟฟ้าที่กำลังคลุ้มคลั่ง พลังงานมหาศาลถูกดูดซับและเปลี่ยนทิศทางด้วยฝีมือของมาเรีย ร่างบางเซถอยหลังไปครึ่งก้าว ใบหน้าหวานซีดเผือดลงเล็กน้อยจากแรงสะท้อน แต่เธอก็ยังกัดฟันยืนหยัดไว้อย่างสง่างาม "ยอดเยี่ยมมากครับอาจารย์! ลูคัส รักษาระดับแรงดันไว้อีกนิดเดียว!" รวินทร์ตะโกนแข่งกับเสียงกึกก้อง ขณะที่มือข้างหนึ่งพิมพ์ชุดคำสั่งปลดล็อกขั้นสุดท้ายลงในระบบควบคุมหลัก เสียงเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ที่เคยส่งเสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดค่อยๆ สงบลง ประจุไฟฟ้าสีม่วงที่เคยแล่นพล่านทั่วห้องโถงมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเงียบงันและควันจางๆ ที่ลอยขึ้นมาจากแผงวงจรไทเทเนียม ลูคัสทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นด้วยความเหนื่อยอ่อน หอบหายใจฮือกใหญ่ราวกับคนกำลังจะขาดอากาศหายใจ "ให้ตายเถอะ... นึกว่าชาตินี้จะได้ไปเกิดใหม่ซะแล้ว รวิน นายนี่มัน... ปีศาจชัดๆ" ลูคัสบ่นพึมพำพร้อมกับหัวเราะแห้งๆ ออกมาด้วยความโล่งอก รวินทร์ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกเช่นกัน เขากำลังจะเอ่ยปากแซวสหายร่วมรบ ทว่าทันใดนั้นเอง หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าซึ่งควรจะดับลงไปแล้ว กลับสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งด้วยแสงสีแดงฉานกระพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังบาดแก้วหูผิดไปจากระบบปกติทั่วไป *ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... เตือนภัยระดับวิกฤต! ตรวจพบรหัสลับนิรนามถูกเรียกใช้งานจากภายในห้องควบคุมหลัก...* รอยยิ้มบนใบหน้าของรวินทร์แข็งค้างในทันที ดวงตาหลังกรอบแว่นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อมองตัวเลขการใช้พลังงานที่พุ่งทะยานทะลุเพดานแบบไร้ขีดจำกัด ราวกับว่ามีบางสิ่ง... หรือใครบางคน... กำลังเฝ้ารอคอยการเปิดประตูนี้มาโดยตลอด มาเรียหันขวับไปมองบานประตูเหล็กกล้าเบื้องหน้าที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกช้าๆ อย่างไร้เสียง สีหน้าของนักปราชญ์สาวที่เคยสุขุมเยือกเย็นมาตลอด บัดนี้กลับปรากฏร่องรอยของความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด "ไม่ใช่พวกเราที่ปลดล็อกระบบ... แต่มีคนอื่นอยู่ข้างในนั้น!" มาเรียเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับรวินทร์และผองเพื่อนในบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%