เสียงโลหะหนักอึ้งกระทบพื้นคอนกรีตเสริมใยแก้วดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงกลางของสถาบันวิจัยมิติ แรงสั่นสะเทือนระดับนั้นไม่ได้เกิดจากกลไกปกติ แต่มันคือแรงขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์แม่เหล็กไฟฟ้าแรงสูงของ "ยานลาดตระเวนชั้นเอก" ยานพาหนะที่ทรงอานุภาพที่สุดของกองกำลังพิทักษ์จักรวาล
รวินทร์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังแผงควบคุมหลัก แสงสีฟ้าจากหน้าจอโฮโลแกรมสะท้อนลงบนกรอบแว่นสายตาของเขา นิ้วเรียวยาวกำลังรัวพิมพ์ชุดคำสั่งลงไปอย่างรวดเร็วเพื่อพยายามกลบเกลื่อนร่องรอยความผันผวนของพลังงานควอนตัมที่เขาเพิ่งทดลองไปเมื่อไม่กี่นาาทีก่อนหน้านี้
"พวกมันมาเร็วกว่าที่การคำนวณของระบบประเมินไว้ถึงสามนาทีสิบสองวินาที..." รวินทร์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตาหลังเลนส์แว่นกลับไหววูบด้วยประกายความคิดที่แล่นเร็วจี๋
"ก็บอกแล้วว่าพวกสภาสูงหูตาไวเป็นสับzอน..." ลูคัสก้าวเข้ามาประชิดเบื้องข้าง มือหนาจับด้ามปืนพลาสม่าที่เหน็บอยู่ข้างเอวแน่น ใบหน้าคมคายของฮันเตอร์หนุ่มฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด "ไอ้พวกกองกำลังพิทักษ์จักรวาลนี่น่ารำคาญชะมัด ทำตัวยิ่งใหญ่ราวกับเป็นเจ้าของมิตินี้เสียเต็มประดา ทั้งที่ความจริงก็แค่หุ่นเชิดของสภาสูงเท่านั้น"
"อย่าเพิ่งใช้อารมณ์นำเหนือเหตุผลครับลูคัส" เสียงนุ่มลึกแต่ทรงพลังดังขึ้นจากความมืดบริเวณทางเดินเชื่อม มาเรียเดินก้าวออกมาด้วยท่าทีสง่างาม ชุดคลุมนักปราชญ์สีเข้มสะบัดตาม2จังหวะการเดินที่มั่นคง แววตาของอาจารย์สาวลึกลับคู่นั้นกวาดมองออกไปยังลานจอดด้านนอกผ่านกระจกนิรภัยบานใหญ่ "สิ่งที่พวกมันต้องการไม่ใช่แค่การมาตรวจสอบความผิดปกติธรรมดา แต่พวกมันกำลังตามหา 'ร่องรอย' ของการเปลี่ยนแปลงมิติที่เราเพิ่งสร้างขึ้น"
ประตูโลหะบานยักษ์หน้าโถงสถาบันถูกผลักเปิดออกด้วยแรงดันอากาศ เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสคู่ดังประสานกันเป็นจังหวะระเบียบแบบทหารอาชีพ กองกำลังพิทักษ์จักรวาลในชุดเกราะนาโนคอมโพสิตสีเงินยวงสะท้อนแสงไฟนีออนจนแสบตา ก้าวเข้ามาทีละนายอย่างเป็นระเบียบ ปลายกระบอกปืนไรเฟิลพลังงานสูงถูกลดต่ำลงในมุมที่พร้อมเหนี่ยวไกได้ตลอดเวลา
ผู้นำขบวนคือผู้บัญชาการหน่วยตรวจการณ์พิเศษ นามว่า 'วาล莱ซ์' ชายหนุ่มวัยกลางคนที่มีรอยแผลเป็นพาดผ่านดวงตาข้างซ้าย รังสีคุกคามแผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับคลื่นความร้อนที่บิดเบือนอากาศรอบข้างให้สั่นไหว
"สถาบันวิจัยมิติเขตสาม... ปิดทำการชั่วคราวตามคำสั่งฉุกเฉินของสภาสูง" วาล์เลซเอื้อnเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชา กวาดสายตาคมกริบมองสำรวจรวินทร์ ลูคัส และมาเรียทีละคน "เราได้รับรายงานการตรวจพบความผันผวนของคลื่นควอนตัมระดับเก้า ซึ่งเกินกว่าขีดจำกัดที่กฎหมายควบคุมพลังงานมิติกำหนดไว้... ใครเป็นผู้รับผิดชอบระบบหลักของที่นี่"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ บรรยากาศตึงเครียดเสียจนรู้สึกได้ถึงออกซิเจนที่บางเบาลงในปอด ลูคัสขยับตัวเล็กน้อยราวกับเตรียมพร้อมจะระเบิดอารมณ์ใส่ แต่อาจารย์มาเรียกลับยกมือขึ้นแตะไหล่ฮันเตอร์หนุ่มไว้เบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม
รวินทร์ก้าวออกไปข้างหนwึ่งก้าวอย่างใจเย็น รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของนักวิจัยหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว "ผมเองครับ... รวินทร์ หัวหน้าทีมวิจัยประจำเขตนี้ ความผันผวนที่คุณพูดถึง น่าจะเป็นผลมาจากการทำงานเกินกำลังของตัวเก็บประจุควอนตัมรุ่นเก่า ไม่น่าจะมีอะไรต้องกังวลถึงขนาดที่กองกำลังระดับสูงต้องนำกำลังพลมาตรวจสอบด้วยตัวเองเลยนะครับ"
วาล์เลซหันขวับมามองรวินทร์ ดวงตาข้างที่เหลืออยู่หรี่แคบลงราวกับพยายามวิเคราะห์ตัวตนของเด็กหนุ่มตรงหน้า "งั้นเหรอ... แต่ข้อมูลจากดาวเทียมตรวจการณ์วงโคจรสูงระบุชัดเจนว่า พลังงานนั้นมีรูปแบบการเข้ารหัสที่ตรงกับการ 'เปิดประตูมิติย่อย' ซึ่งเป็นเทคโนโลยีต้องห้าม"
วาล์เลซก้าวเข้ามาประชิดรวินทร์ในระยะประชิด กลิ่นอายของสนามรบและโลหะเย็นเฉียบโชยเข้าจมูก "นายกำลังซ่อนอะไรอยู่ เจ้าหนู... หรือว่าสถาบันแห่งนี้กำลังทดลองเรื่องที่อาจทำลายสมดุลของจักรวาลเข้าจริงๆ"
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเตือนรูปแบบดิจิทัลที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในโสตประสาทของรวินทร์ พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นเฉพาะในสายตาของเขา
[ระบบตรวจพบการสแกนชีวมิติระดับสูงจากภายนอก!]
[คำเตือน: วาล์เลซกำลังเข้าถึงรหัสผ่านลับในสมองของคุณผ่านคลื่นจิตพิเศษ!]
[คำแนะนำจากระบบ: ใช้ช่องโหว่ของโปรแกรมสแกนเพื่อสะท้อนข้อมูลเท็จกลับไป!]
รวินทร์นิ่งอึ้งไปชั่วเสี้ยววินาที แต่สมองกลับทำงานด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เขาประสานสายตากับวาล์เลซอย่างไร้ความหวาดกลัว ก่อนจะส่งรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจออกไป
"ถ้าคุณอยากตรวจสอบนัก... เชิญตามสบายเลยครับ ท่านผู้บัญชาการ" รวินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ในใจกลับกดปุ่มคำสั่งพิเศษที่เขาเพิ่งเขียนขึ้นสดๆ ร้อนๆ เพื่อดักจับข้อมูลของอีกฝ่าย
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานทั่วทั้งสถาบันก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับข้อความจากระบบหลักที่ถูกแฮกจากภายนอกอย่างไร้ที่มา
[แจ้งเตือนระดับวิกฤต: ตรวจพบกองกำลังไม่ทราบฝ่ายกำลังเจาะเข้าระบบป้องกันรอบนอก... และรหัสผ่านประตูมิติหลักถูกปลดล็อกโดยบุคคลปริศนา!]
วาล์เลซชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันทีเมื่อหันไปมองหน้าจอหลักของยานลาดตระเวนที่กะพริบถี่รัว
ประตูกลางของห้องวิจัยมิติเกิดรอยแยกสีดำสนิทขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมกับเงาร่างของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่ก้าวออกมาจากความว่างเปล่า—สิ่งมีชีวิตที่ไม่ควรมีตัวตนอยู่ในจักรวาลนี้!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางข้ามมิตินี้ร่วมกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ•ตอนที่ 12
การมาถึงของกองกำลังพิทักษ์จักรวาล
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!