กลิ่นคาวสนิมเหล็กและไอระเหยของโอโซนที่เกิดจากการลัดวงจรของสนามพลังงานควอนตัมคละคลุ้งไปทั่วโพรงจมูก รวินทร์ก้าวถอยหลังครึ่งก้าว รองเท้าคอมแบตหนAบดขยี้เศษซากคอนกรีตจนแหลกละเอียด เสียงคำรามต่ำทุ้งที่สั่นสะเทือนไปถึงกระดูกไขสันหลังดังขึ้นมาจากความมืดเบื้องหน้า อสุรกายกลายพันธุ์ระดับภัยพิบัติ 'อัลฟา-เกอร์บีร่า' กำลังสาวเท้าเข้ามาใกล้ ร่างกายของมันสูงใหญ่กว่าสามเมตร ผิวหนังปกคลุมด้วยเกล็ดสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟนีออนกะพริบจากเพดานอุโมงค์มิติที่กำลังจะพังทลาย
ดวงตาสสีแดงฉานจ้องเขม็งมาที่เขา ราวกับมองเห็นแกนพลังงานควอนตัมที่เต้นตุบๆ อยู่ในอกซ้ายของรวินทร์
"รวินทร์! หลบไปทางซ้าย! มันกำลังจะพุ่งตัว!" เสียงตะโกนอย่างร้อนรนของลูคัสแว่วมาจากแนวกันกระสุนด้านหลัง พร้อมกับเสียงขึ้นลำกล้องปืนไรเฟิลพลังงานสูงที่ดังแข่งกับเสียงหัวใจของรวินทร์เอง ฮันเตอร์หนุ่มผมทองสหายร่วมรบของเขากำลังเล็งเป้าไปยังจุดอ่อนบริเวณหัวเข่าของอสุรกาย แต่รวินทร์กลับยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามปราม
"อย่าเพิ่งยิง ลูคัส... กระสุนธรรมดาเจาะเกราะชั้นควาร์กของมันไม่เข้าหรอก รังแต่จะทำให้มันคลั่งกว่าเดิม" รวินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบและเยือกเย็น แม้ว่าเม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายขึ้นตามไรผมของเขาก็ตาม
สายตาของนักวิจัยหนุ่มไม่ได้มองที่กรงเล็บอันแหลมคมของสัตว์ประหลาด แต่มันกำลังมองผ่านกลุ่มควันสีเทา ไปยัง "รอยแยกของมิติ" ที่ซ้อนทับอยู่เหนือหัวของมันต่างหาก ในมุมมองของคนทั่วไป ที่นั่นคือความว่างเปล่า แต่นัยน์ตาของรวินทร์ที่ผ่านการคำนวณทางควอนตัมมาอย่างโชกโชน กลับมองเห็นโครงสร้างโค้ดสีเขียวเรืองแสงที่กำลังกระตุกอย่างผิดปกติ นั่นคือช่องโหว่... บั๊กของระบบมิติที่เพิ่งเปิดใช้งานจากการปะทะกันเมื่อครู่
[คำเตือน: โฮสต์อยู่ในรัศมีโจมตี 5 เมตร อัตราการรอดชีวิตต่ำกว่า 3.1%] เสียงแจ้งเตือนจากระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยดังขึ้นในหัว
"ต่ำกว่าสามเปอร์เซ็นต์งั้นเหรอ? ตัวเลขสวยดีนี่นา" รวินทร์มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ลูคัสเห็นทีไรก็ต้องรู้สึกเสียวสันหลังวาบทุกครั้ง
ในวินาทีที่อัลฟา-เกอร์บีร่าอ้าปากกว้างเตรียมพ่นคลื่นความร้อนทำลายล้าง รวินทร์ไม่เพียงแต่ไม่หลบหนี แต่เขากลับพุ่งทะยานเข้าหาอสุรกายยักษ์ตัวนั้นสวนทางกับสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์
"เฮ้ย! นายบ้าไปแล้วรึไง!" ลูคัสสบถเสียงดังลั่น ลั่นไกปืนยิงสนับสนุนออกไปทันทีเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แม้จะรู้ว่าอาจจะไม่ทันกาล
รวินทร์อาศัยจังหวะที่อสุรกายก้มหัวลงพ่นลำแสง สไลด์ตัวไปตามพื้นผิวคอนกรีตที่เปียกชื้น มือขวาคว้าจับเข้ากับเสาเหล็กโครงสร้างที่เชื่อมต่อกับรอยแยกมิติที่เขาสังเกตเห็น พลังงานควอนตัมในตัวเขาถูกรีดเร้นออกมาผ่านปลายนิ้ว ปล่อยกระแสประจุไฟฟ้าแรงดันสูงเข้าเชื่อมต่อกับ "บั๊ก" ของระบบโดยตรง
[ตรวจพบความพยายามในการแทรกแซงโครงสร้างระบบ... กำลังดำเนินการบายพาส... 10%... 50%... 100% สำเร็จ!]
[ยินดีด้วยโฮสต์ คุณค้นพบช่องโหว่ระดับพรีเมียมของระบบมิติ]
[กำลังทำการอัปเกรดแบบก้าวกระโดด: ปลดล็อกทักษะพิเศษ 'ควอนตัม โอเวอร์คล็อก' (Quantum Overclocking) และเพิ่มค่าสถานะความเข้ากันได้กับแกนพลังงานเป็น 85%]
คลื่นพลังงานสีฟ้าครามระเบิดออกรอบตัวรวินทร์ ร่างกายของเขารู้สึกเหมือนถูกแผดเผาด้วยความร้อนบริสุทธิ์ แต่วินาทีถัดมา ความเจ็บปวดทั้งหมดก็ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกทรงพลังที่ไหลเวียนไปทั่วทุกอณูเซลล์ ม่านตาของรวินทร์เปลี่ยนเป็นสีฟ้าเรืองแสงจางๆ เขามองเห็นทุกสิ่งเคลื่อนไหวช้าลงราวกับเวลาหยุดนิ่ง
อาจารย์สาวลึกลับอย่างมาเรียที่ยืนสังเกตการณ์อยู่บนซากปรักหักพังชั้นบนสุดของตึกร้าง เผลอยกมือขึ้นทาบอก แววตาคู่คมที่มักจะซ่อนความลับเอาไว้เสมอ บัดนี้ฉายแววทึ่งระคนพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด "เจ้าเด็กนี่... กล้ามนุษย์แปลงรหัสระบบในเสี้ยววินาทีของการเป็นตายเชียวหรือ ช่างเป็นวิธีคิดที่เกินขอบเขตเสียนี่กระไร" เธอยิ้มมุมปาก พึมพำกับตัวเองเบาๆ ท่ามกลางสายลมที่พัดผ่านชายผ้าคลุม
กลับมาที่สนามรบ อัลฟา-เกอร์บีร่าที่กำลังจะพ่นไฟใส่รวินทร์ต้องชะงักกึก เมื่อมันพบว่าพลังงานรอบตัวถูกดูดกลืนหายไปจนหมดสิ้น ร่างกายยักษ์ใหญ่ของมันเริ่มโปร่งแสงลงทีละน้อยเนื่องจากถูกสนามพลังงานควอนตัมใหม่ที่รวินทร์ควบคุมอยู่เข้าตรึงเอาไว้
"แกมันก็แค่ข้อมูลส่วนเกินในมิตินี้แหละนะ..." รวินทร์ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม ปัดฝุ่นตามเสื้อแจ็คเก็ตเบาๆ น้ำเสียงของเขานุ่มนวลแต่ทรงอำนาจอย่างประหลาด
เขายกมือขึ้นดีดนิ้วหนึ่งครั้ง
เปรี้ยง!
คลื่นกระแทกควอนตัมพุ่งทะยานผ่านร่างของอัลฟา-เกอร์บีร่าจนแตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองนับล้านชิ้น ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศก่อนจะถูกดูดซับเข้าไปในระบบเพื่อเป็นพลังงานให้แก่โฮสต์
[ภารกิจกําจัดอสุรกายระดับภัยพิบัติ: สำเร็จ]
[ได้รับแต้มประสบการณ์สะสม +5,000 แต้ม]
[สถานะปัจจุบัน: ปลดล็อกสิทธิ์การเข้าถึงฐานข้อมูลระดับ 2]
ลูคัสอ้าปากค้าง ปืนในมือแทบจะร่วงหล่นลงพื้น ฮันเตอร์หนุ่มกระพริบตาปริบๆ มองเพื่อนสนิทที่เมื่อครู่ยังตกอยู่ในภาวะวิกฤต แต่ตอนนี้กลับยืนยิ้มละไมราวกับเพิ่งจิบกาแฟยามบ่ายเสร็จ "ให้ตายเถอะรวิน... นายนี่มัน... สัตว์ประหลาดชัดๆ ควบคุมระบบได้ตามใจชอบแบบนี้ ฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้วนะว่าใครกันแน่ที่เป็นฮันเตอร์"
รวินทร์หันไปยิ้มบางๆ ให้สหายร่วมรบ กำลังจะเอ่ยปากอธิบายหลักการทางควอนตัมเบื้องหลังการทำงานของบั๊กเมื่อครู่ แต่ทว่า... จู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็เย็นเยียบลงอย่างไร้สาเหตุ หน้าจออินเทอร์เฟซสีฟ้าที่ควรจะสงบลง กลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกระพริบเตือนถี่รัวจนแสบตา
[คำเตือนฉุกเฉินระดับสูงสุดจากระบบแม่ข่าย: ตรวจพบการเข้าแทรกแซงจากบุคคลที่สาม]
[รหัสระบุตัวตน: ปริศนา... ไม่สามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้]
[ข้อความส่งตรงถึงโฮสต์: "ยินดีต้อนรับสู่เกมของฉัน, ดร.รวินทร์... หวังว่าคุณจะสนุกกับการใช้บั๊กตัวนี้นะ"]
สิ้นเสียงแจ้งเตือน รอยแยกมิติเบื้องหน้าไม่ได้ปิดตัวลง แต่กลับฉีกกว้างออกเป็นร้อยเท่า เผยให้เห็นดวงตาสีทองคู่มหึมาที่จ้องมองทะลุมิติอื่นเข้ามาโดยตรง พร้อมกับเงาสפרตสีดำทมิฬที่ก้าวเท้าเหยียบย่างข้ามพรมแดนแห่งกาลเวลาเข้ามาในเขตพื้นที่ปลอดภัยของพวกเขาอย่างช้าๆ
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ควอนตัมคอร์" เสมมานะครับ
ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ•ตอนที่ 2
ใช้บั๊กให้เป็นประโยชน์ก็ชนะไปกว่าครึ่ง
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!