กลิ่นอายของโอโซนที่แตกตัวประจุไฟฟ้าและกลิ่นไหม้ของฉนวนทองแดงหลอมเหลว คละคลุ้งจนแสบจมูก รวินทร์กะพริบตาถี่เพื่อขับไล่ภาพซ้อนที่เกิดจากอาการจอประสาทตารับแสงเกินพิกัด สติสัมปชัญญะของเขาค่อยๆ ไต่กลับขึ้นมาจากห้วงเหวลึกแห่งความมืดมิด สิ่งสุดท้ายที่ชายหนุ่มจำความได้คือเสียงคำรามกึกก้องของเครื่องเร่งอนุภาคควอนตัมรุ่นต้นแบบที่ห้องปฏิบัติการใต้ดิน ก่อนที่แรงดันมิติจะฉีกกระชากโครงสร้างอะตอมรอบตัวให้แตกสลาย
ทว่า ตอนนี้เขากลับไม่ได้สลายกลายเป็นผุยผง
"อัตราการเผาผลาญพลังงานเกินขีดจำกัด... ระบบสำรองพลังงานฉุกเฉินทำงานเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับสังเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาท แต่มันไม่ใช่เสียงจากลำโพงภายนอก มันก้องสะท้อนอยู่ภายในกะโหลกศีรษะของเขาเอง รวินทร์กัดฟันกรอด ขยับแขนขวาที่ชาหนึบเพื่อยันกายลุกขึ้นจากพื้นผิวโลหะเย็นเฉียบ พื้นห้องเต็มไปด้วยเศษซากแผงวงจรที่ยังคงมีประกายไฟสีฟ้าแล่บแปลบปลาดยามกระทบกับหยดน้ำที่รั่วซึมลงมาจากเพดาน
ที่นี่ไม่ใช่ห้องทดลองของเขาอย่างแน่นอน
บรรยากาศรอบด้านเป็นห้องโถงกว้างใหญ่ที่ถูกทิ้งร้าง ผนังคอนกรีตเสริมเหล็กหนาเตอะมีรอยแตกร้าวเป็นทางยาวราวกับผ่านสงครามขนาดใหญ่มาหมาดๆ เสาเหล็กค้ำยันบิดงอผิดรูปจากความร้อนมหาศาล แสงไฟสีแดงสลัวกะพริบเป็นจังหวะกระชั้นชิดสะท้อนเงาโครงสร้างเหล็กนับร้อยที่โยงใยระโยงระยางราวกับซากโครงกระดูกของอสูรกลายพันธุ์
"เกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย..." รวินทร์พึมพำกับตัวเอง พยายามควบคุมลมหายใจให้สม่ำเสมอตามหลักการฝึกสมาธิของนักวิจัยระดับสูง สายตาคมกวาดมองสำรวจรอบกายอย่างรวดเร็ว สมองอันปราดเปรื่องเริ่มประมวลผลข้อมูลดิบตรงหน้าด้วยความเร็วสูง ทฤษฎีสะพานไอน์สไตน์-โรเซนถูกทดสอบจริงแล้วงั้นหรือ? เขากำลังยืนอยู่ ณ จุดบรรจบของมิติคู่ขนานแห่งใดแห่งหนึ่งในเอกภพอันเวิ้งว้าง
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณเตือนใสๆ ดังขึ้นตัดบรรยากาศอันตึงเครียด พลันปรากฏละอองแสงสีฟ้าเรืองรองรวมตัวกันเบื้องหน้า กลายเป็นหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งใสขนาดใหญ่ ลวดลายเรขาคณิตซับซ้อนหมุนวนด้วยความเร็วสูง พร้อมกับตัวอักษรเรืองแสงที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละบรรทัดด้วยความแม่นยำระดับนาโน
[ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ: ทำการเชื่อมต่อกับโฮสต์เสร็จสิ้น 100%]
[รหัสโฮสต์: ดร.รวินทร์ วัฒนากุล]
[สถานะพลังงานมิติ: วิกฤต (เหลือรอด 12%)]
[ตรวจพบความเสียหายโครงสร้างมิติระดับภูมิภาค: เขต 7 (อดีตมหานครนีโอ-ไคโร)]
นิ้วเรียวยาวของนักวิจัยหนุ่มชะงักค้างกลางอากาศ ดวงตาคู่คมหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความสงสัยระคนระแวดระวัง รวินทร์ผ่านการทดลองทางวิทยาศาสตร์มานับร้อยครั้ง ทว่าสิ่งนี้ไม่ใช่เทคโนโลยีที่มนุษยชาติยุคปัจจุบันสามารถสร้างขึ้นได้ ความหนาแน่นของข้อมูลที่ไหลเวียนผ่านสนามแม่เหล็กชีวภาพของโฮโลแกรมนี้ เกินกว่าขีดจำกัดทางฟิสิกส์ที่เขารู้จักไปไกลโข
"ระบบบ้าอะไร... แกเป็นใคร หรือเป็นภาพหลอนจากอาการสมองขาดออกซิเจนกันแน่" รวินทร์เอ่ยถามเสียงเรียบ แม้ภายนอกจะดูสงบนิ่ง แต่กล้ามเนื้อทุกมัดถูกเตรียมพร้อมสำหรับการตอบสนองทางกายภาพทันทีหากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น
[เรียนท่านโฮสต์ ข้าพเจ้าคือปัญญาประดิษฐ์แม่ข่ายผู้ควบคุมระบบกู้ภัยมิติ เป้าหมายหลักคือการบูรณะเสถียรภาพของมิติที่ล่มสลาย และท่านได้รับการคัดเลือกจากบรรดาประชากรในพหุจักรวาลให้เป็น "ผู้ถูกเลือก" ลำดับที่ 7,042 เนื่องจากมีอัตราความเข้ากันได้ทางคลื่นสมองสูงสุดในสภาวะวิกฤต]
เสียงสังเคราะห์นั้นตอบกลับมาทันทีอย่างไร้ความรู้สึก แต่กลับมีน้ำหนักราวกดทับลงบนบ่าของเขา
รวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาฉายแววเย้ยหยัน "ผู้ถูกเลือกงั้นเหรอ? ฟังดูเหมือนพล็อตนิยายเกรดบดที่ผมเคยอ่านตอนเด็กๆ มากกว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์นะ... ถ้าเลือกผมมาเพื่อทำงานใช้แรงงานกู้โลก ช่วยกรุณาดูสภาพร่างกายผมตอนนี้ด้วยว่ากระดูกซี่โครงน่าจะหักไปอย่างน้อยสองซี่"
[คำเตือน: ตรวจพบอัตราการยุบตัวของมิติเขต 7 เพิ่มขึ้น 4.5% พลังงานสำรองจะหมดลงในอีก 300 วินาที หากไม่ดำเนินการเปิดใช้งาน "ประตูมิติฉุกเฉิน" ร่างกายของโฮสต์จะถูกแรงดันควอนตัมบดขยี้จนไม่เหลือแม้แต่โมเลกุล]
ข้อความบนหน้าจอเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงไซเรนเตือนภัยที่ดังแหลมขึ้นเรื่อยๆ แรงสั่นสะเทือนจากพื้นเบื้องล่างเริ่มทวีความรุนแรงจนฝุ่นละอองร่วงกราวลงมาจากเพดาน รวินทร์ขมวดคิ้วมุ่น ความลังเลหายวับไปกับสถานการณ์ตรงหน้า แม้เขาจะไม่เชื่อเรื่องโชคชะตา แต่เขาเชื่อมั่นในกฎแห่งเหตุและผล—หากไม่อยากตายที่นี่ เขาก็ต้องหาทางใช้ประโยชน์จากระบบแปลกปลอมนี้ให้ได้มากที่สุด
"โอเค เข้าใจแล้ว..." รวินทร์สูดหายใจเข้าลึก พลิกข้อมือตรวจสอบหน้าจอโฮโลแกรม "ถ้าแกบอกว่าฉันเป็นโฮสต์ งั้นบอกวิธีเข้าถึงแผงควบคุมพลังงานหลักของระบบนี้มาซะ ฉันไม่อยากตายในสภาพที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์งานวิจัยชิ้นเอกของตัวเอง"
[ยินยอมรับข้อตกลง... กำลังปลดล็อกฟังก์ชันเสริม: อินเทอร์เฟซเจาะระบบบั๊กมิติ (Dimension Bug Exploit Interface)]
[คำเตือน: การใช้งานฟังก์ชันนี้มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากโฮสต์ต้องอาศัยช่องโหว่ทางฟิสิกส์ในการสร้างพลังงานทดแทน]
รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าได้รูปของนักวิจัยหนุ่มทันทีที่ได้ยินคำว่า "ช่องโหว่" หรือ "บั๊ก" ในสายตาของคนอื่นมันคือความเสี่ยงอันตราย แต่ในสายตาของอัจฉริยะด้านควอนตัมอย่างรวินทร์ ช่องโหว่คือประตูบานใหญ่สู่อำนาจที่ไร้ขีดจำกัด
"ยอดเยี่ยม... ฉันชอบความท้าทายแบบนี้แหละ"
เขายื่นมือออกไปแตะสัมผัสกับหน้าจอโฮโลแกรมเบื้องหน้า ทันใดนั้นกระแสไฟฟ้าสีฟ้าเข้มก็พุ่งทะยานเข้าสู่ปลายนิ้วของเขา ความเจ็บปวดแปลบปลาดยามที่ข้อมูลมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่สมองทำให้เขาต้องนิหน้าเล็กน้อย แต่เขาก็อดทนกัดฟันรับมันไว้ได้อย่างน่าทึ่ง
ทว่า ในวินาทีที่การเชื่อมต่อเสร็จสมบูรณ์ และรวินทร์กำลังจะออกคำสั่งเปิดใช้งานประตูมิติ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินมืดมิดเบื้องนอก
ตึง! ตึง! ตึง!
ฝีเท้านั้นไม่ได้มาอย่างเป็นมิตร เสียงโลหะกระทบพื้นพร้อมกับเสียงคำรามต่ำในลำคอของสิ่งมีชีวิตบางชนิดที่ทรงพลังและกระหายเลือดดังใกล้เข้ามาทุกที
รวินทร์ชะงัก ถอนมือออกจากหน้าจอโฮโลแกรมชั่วขณะ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปยังความมืดมิดสุดปลายทางเดิน ร่างกายตื่นตัวถึงขีดสุดเมื่อรับรู้ได้ถึงจิตสังหารอันเข้มข้นที่พุ่งตรงมายังตำแหน่งที่เขายืนอยู่
และก่อนที่เขาจะได้ตั้งตัว เสียงประกาศจากระบบก็ดังแทรกขึ้นมาด้วยโทนเสียงที่เปลี่ยนจากราบเรียบเป็นกระชั้นชิดราวกับตรวจพบภัยคุกคามระดับมหันต์
[ประกาศฉุกเฉิน: ตรวจพบการรุกรานจาก "อสุรกายกลายพันธุ์ระดับภัยพิบัติ: อัลฟา-เกอร์บีร่า"]
[เงื่อนไขพิเศษ: เป้าหมายมุ่งตรงมาที่โฮสต์เพื่อแย่งชิงแกนพลังงานควอนตัมในร่างกาย]
[คำสั่งลับจากระบบ: เปิดใช้งานโหมดต่อสู้... ยินดีต้อนรับสู่สนามรบแรกของคุณ, ดร.รวินทร์]
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามมิติไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ•ตอนที่ 1
การทดลองที่ผิดพลาดกับเสียงแจ้งเตือนปริศนา
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซุปเปอร์สตาร์กู้ภัยมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!