แก้วไวน์คริสตัลราคาแพงระยับถูกหมุนวนช้าๆ ปล่อยให้น้ำสีทับทิมเข้มข้นเคลือบไล้ไปตามผนึกแก้ว ราวกับต้องการสะท้อนความกระวนกระวายใจที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากว้างของห้องทำงานหรูหราที่เงียบกริบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ
ธันวากวาดตามองหน้าจอแท็บเล็ตในมือด้วยสีหน้าบึ้งตึง ข้อมูลการเคลื่อนไหวทางบัญชีของบริษัทคู่แข่งหยุดนิ่งอย่างไร้สาเหตุ ไม่มีคำสั่งซื้อ ไม่มีรายงานการประชุมฉุกเฉิน และที่น่าหงุดหงิดที่สุดคือ... ไร้ซึ่งเงาของคีรินทร์ในทุกสนามการค้า
"มันหมายความว่ายังไง?" เสียงทุ้มต่ำของธันวาเอ่ยลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิด ขณะเหลือบมองชายชุดสูทสีดำสนิทที่ยืนก้มหน้าอยู่เบื้องหน้า "สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ ฉันส่งคนไปจับตาดูตึกใหญ่ของมัน แต่ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลย แม้แต่เงาหัวของมันก็ไม่มี ใครเป็นคนสั่งการ?"
"เรียนคุณธันวา... ทางสายของเราที่แทรกซึมอยู่ข้างในรายงานตรงกันค่ะว่า ท่านประธานคีรินทร์ไม่ได้เข้าบริษัทมาสามวันแล้ว และไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน" ลูกน้องคนสนิทกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเทาเล็กน้อย
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบฉายแววระแวงสงสัย "ซ่อนตัวเหรอ? หรือมันกำลังวางแผนตลบหลังอะไรฉันอยู่... หึ คนอย่างคีรินทร์ ไม่มีทางยอมจำนนเงียบๆ แบบนี้แน่"
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องรับรองส่วนตัวชั้นบนสุดของโรงแรมหรูใจกลางเมือง ลินินกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีชาด ร่างระหงอยู่ในชุดสูทเข้ารูปสีครีมที่ขับเน้นความสง่างามและความเด็ดเดี่ยวในคราวเดียวกัน เธอนั่งนิ่งราวกับรูปปั้นสลัก สายตาคมกริบจับจ้องไปยังภาพถ่ายในมือ—ภาพเหตุการณ์วันที่สูญเสียครอบครัว ใบหน้าของเธอนิ่งสนิท ไม่มีหยดน้ำตา แต่แววตากลับลุกโชนด้วยไฟแค้นที่ถูกหล่อเลี้ยงด้วยความเงียบงัน
ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของรินรดา เพื่อนสนิทที่เดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารหนาเตอะในมือ
"ลินิน... แกแน่ใจแล้วเหรอว่าจะใช้วิธีนี้?" รินรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวล ขณะทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม "การนิ่งเฉยในสถานการณ์ที่ธันวาพยายามขุดคุ้ยหาเรื่อง มันเหมือนกับการเอาตัวไปแขวนไว้บนปากเหวนเลยนะ แกก็รู้ว่าคีรินทร์เองก็กำลังจับตาดูความเคลื่อนไหวของแกอยู่เหมือนกัน"
ลินินวางภาพถ่ายในมือลงบนโต๊ะกระจกอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบเบาหวิวดังสะท้อนในความเงียบ เธอมองหน้าเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา
"ริน... แกเคยได้ยินไหมว่า 'ความเงียบ' คืออาวุธที่คมที่สุด" ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่นในทุกพยางค์ "ถ้าเราวิ่งพล่านแก้ตัว หรือส่งเสียงโวยวายออกไปตอนนี้ เราก็จะกลายเป็นเหยื่อที่พวกมันควบคุมได้ทันที แต่ถ้าเรานิ่ง... นิ่งจนพวกมันคาดเดาไม่ได้ ความหวาดระแวงนั่นแหละที่จะย้อนกลับไปกัดกินพวกมันเอง"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองเห็นประกายความเด็ดเดี่ยวในแววตาของเพื่อนสาวแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ "แล้วถ้าคีรินทร์ล่ะ? ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้ใครมาเล่นเกมซ่อนหาด้วยนานนักหรอกนะ แกก็รู้ว่าเขาอันตรายแค่ไหน"
คำพูดของเพื่อนทำให้ภาพใบหน้าคมคาย เย่อหยิ่ง และแววตาที่เต็มไปด้วยความลุ่มหลงเจือความเจ็บปวดของคีรินทร์ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดของลินินโดยอัตโนมัติ สัมผัสอุ่นร้อนจากอ้อมกอดในคืนนั้นยังคงติดตรึงอยู่ที่ผิวเนื้อ แม้เธอจะพยายามปัดมันทิ้งสักแค่ไหนก็ตาม
"ฉันไม่ได้เล่นเกมซ่อนหากับเขา..." ลินินพึมพำเบาๆ ดวงตาเบนออกไปมองทัศนียภาพเบื้องล่างผ่านกระจกใสบานใหญ่ "ฉันกำลังรอให้เขาเป็นฝ่ายเดินมาติดกับดักของตัวเองต่างหาก"
ตัดภาพมาที่คฤหาสน์หลังใหญ่ชานเมืองของคีรินทร์ บรรยากาศภายในห้องทำงานมืดทึบ มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบใบหน้าด้านข้างที่คมสันดึงดูดสายตา คีรินทร์นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะทำงานเป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนถึงความคิดที่กำลังแล่นพล่านอยู่ในหัว
ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างเงียบเชียบ บอดี้าร์ดมือขภรรยาเดินเข้ามาโค้งคำนับด้วยความเคารพ
"นายครับ... สายของเราที่เฝ้าดูคุณลินินรายงานมาว่า เธอไม่ได้ติดต่อกับธันวาเลย และใช้เวลาส่วนใหญ่เก็บตัวอยู่ที่ห้องพัก ไม่ยอมออกไปไหนมาสามวันแล้วครับ"
คีรินทร์หยุดเคาะนิ้ว ดวงตาสสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างคาดเดาอารมณ์ไม่ได้
"เงียบงั้นเหรอ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาแผ่วเบา ราวกับกำลังพึมพำกับตัวเอง "ผู้หญิงคนนั้นกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่... เธอคิดว่าความนิ่งเฉยจะทำให้ฉันละสายตาจากเธอได้งั้นเหรอ ลินิน... เธอประเมินฉันต่ำเกินไปแล้ว"
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อและรอยสักจางๆ ที่บ่งบอกถึงความอันตราย คีรินทร์เดินไปหยุดยืนหน้ากระจกบานใหญ่ มองออกไปในความมืดมิดของค่ำคืนนี้ ความรู้สึกกระวนกระวายใจที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครกำลังตีรวนอยู่ในอก มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความหลงใหลที่ผสมผสานกับความหวาดระแวง ว่าเหยื่อสาวตัวนี้อาจจะกำลังถือไพ่เหนือกว่าเขาในเกมที่มองไม่เห็น
"ถ้านิ่งนัก... ฉันนี่แหละที่จะเข้าไปกระชากหน้ากากความเงียบของเธอเอง"
คีรินทร์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกหาคนสนิททันที น้ำเสียงของเขาเฉียบขาดและเยือกเย็นจนคนฟังต้องเสียวสันหลังวาบ "เตรียมรถ... คืนนี้ฉันจะไปเยี่ยมคุณลินินด้วยตัวเอง"
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องพักของลินิน บรรยากาศกลับถูกปกคลุมด้วยความเงียบสงัด เธอยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองดูแสงไฟจากท้องถนนยามค่ำคืน มือเรียวบางยกแก้วชาอุ่นขึ้นจิบรสชาติขมฝาดเบาๆ ในปาก
ทว่า... สัญชาตญาณบางอย่างกลับร้องเตือนภัยขึ้นมาในโสกประสาท เสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ดังขึ้นบริเวณทางเดินหน้าห้องพัก ไม่ใช่เสียงของรินรดา เพราะเพื่อนสนิทของเธอกลับไปตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว
ลินินวางแก้วแกลูกแกะลงบนโต๊ะอย่างเงียบเชียบ มือบางเอื้อมไปหยิบปืนพกขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ใต้มันสมองโต๊ะขึ้นมาปลดเซฟอย่างคล่องแคล่ว แววตาของเธอนิ่งสนิท เต็มไปด้วยความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง ช้าๆ แต่มั่นคง ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนนี้ ลินินสูดลมหายใจเข้าลึก and ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ประตูช้าๆ โดยไม่ส่งเสียงแม้แต่น้อย เธอกำด้ามปืนในมือแน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตัว แต่สีหน้ากลับเรียบเฉยราวน้ำแข็ง
เมื่อมือบางเอื้อมไปบิดลูกบิดประตูและกระชากเปิดออกอย่างรวดเร็วเพื่อต้อนรับผู้มาเยือน... ภาพเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึกทันที!
ดวงตาคมกริบของคีรินทร์จ้องมองตรงเข้ามาที่เธอ รอยยิ้มเย้ายวนแต่แฝงความอันตรายฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา ในขณะที่มือหนาข้างหนึ่งยื่นมาดันบานประตูไว้ไม่ให้เธอปิดหนี และเสียงกระซิบกระซาบที่ชวนให้หัวใจกระตุกวูบก็ดังขึ้นชิดริมหู
"เกมซ่อนหาจบลงแล้วล่ะ... คนสวย"
***
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเงียบที่เชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าความกล้าหาญของลินินจะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นจนแทบรอไม่ไหวในตอนต่อไปค่ะ ด้วยรักจากกุหลาบอาบแสงจันทร์ค่ะ
กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ•ตอนที่ 43
ความเงียบคืออาวุธ
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!