“อย่าขยับ”
น้ำเสียงของลินินต่ำและสั่นพร่า แต่มันเฉียบคมพอที่จะทำให้คีรินทร์ชะงักกึก ร่างสูงใหญ่ที่กำลังจัดปกเสื้อหน้ากระจกบานใหญ่หยุดกะทันหัน แววตาของเขาเปลี่ยนจากความหลงใหลในตัวเธอเมื่อครู่ กลายเป็นความเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งที่กรีดลงบนผิวหนัง
ลินินไม่ได้กรีดร้อง เธอเลือกที่จะก้าวไปข้างหน้า ประชิดแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม มือเรียวสั่นเทาคว้ามือหนาของเขาขึ้นมา ก่อนจะจงใจเบียดร่างเข้าหาเพื่อบดบังวิถีปืนจากเงาสะท้อนในกระจก เธอเห็นเงานั้นชัดเจน... ชายชุดดำในเงามืดหลังบานประตูที่กำลังใช้นิ้วชี้เกี่ยวไกปืนอย่างเลือดเย็น
“คีรินทร์... กอดฉันที” ลินินกระซิบ เสียงของเธอแหบพร่าราวกับกำลังวิงวอน แต่ในวินาทีที่เขาสวมกอดเธอด้วยสัญชาตญาณของการปกป้อง เธอกลับฉวยจังหวะที่ร่างเขาสัมผัสกับตัวเธอ เอื้อมมือไปปัดแจกันแก้วคริสตัลบนโต๊ะข้างตัวจนตกลงพื้นแตกกระจายเสียงดังสนั่น!
*เพล้ง!*
จังหวะที่เสียงนั้นกลบทุกอย่าง ลินินกระชากคีรินทร์ให้ล้มลงหลบหลังโต๊ะอาหารไม้โอ๊คตัวใหญ่ ทันใดนั้น ลูกกระสุนเจาะผ่านอากาศเข้าฝังลึกในบานกระจกที่พวกเขาเพิ่งยืนอยู่เมื่อครู่ เศษกระจกกระเด็นว่อน บาดเข้าที่แก้มของคีรินทร์จนเลือดสีสดซึมออกมา
“ลินิน! เธอทำบ้าอะไร!” คีรินทร์คำราม ความโกรธเคืองพุ่งพล่าน แต่ในสายตาที่จ้องมองเธอนั้นมีความสับสนปนเปอยู่ เขาเห็นชัดว่าเธอไม่ได้กรีดร้องด้วยความกลัว แต่นัยน์ตาคู่สวยนั้นวาวโรจน์ด้วยสัญชาตญาณดิบ
“ถ้าไม่อยากตาย ก็หุบปากแล้วเอาปืนออกมา” เธอสวนกลับทันควัน ไม่มีความหวาดหวั่นหลงเหลืออยู่บนใบหน้านิ่งเรียบของเธอ
คีรินทร์ไม่ได้ถามต่อ เขาชักปืนพกจากซองใต้เสื้อสูทออกมาด้วยความชำนาญ ก่อนจะดึงตัวลินินเข้ามาซ่อนในอกแกร่ง กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อแพงของเขาผสมปนเปกับกลิ่นดินปืนและหยาดเลือด มันคือความเร้าใจที่ทำให้นิ้วของลินินกำชายเสื้อเขาแน่น เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การลอบสังหาร... แต่นี่คือการประกาศสงครามจาก ‘ใครบางคน’ ที่ต้องการทำลายอาณาจักรของคีรินทร์ โดยใช้เธอเป็นจุดอ่อน
เมื่อเสียงปืนเงียบลง บรรยากาศภายในห้องอาหารหรูหรากลับมาสู่ความเงียบงันที่น่าอึดอัด คีรินทร์ขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงใหญ่ข่มขวัญผู้บุกรุก แม้ไหล่ข้างหนึ่งของเขาจะเปื้อนเลือด แต่เขากลับไม่มีทีท่าว่าจะเจ็บปวด
"ออกมา" คีรินทร์สั่ง เสียงของเขาทรงพลังราวกับบัญชาการจากขุมนรก
ประตูห้องเปิดออกกว้างโดยไม่จำเป็นต้องใช้แรงถอดกลอน ชายชุดดำหายไปแล้ว เหลือเพียงความว่างเปล่า... จนกระทั่งเสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นซิการ์ราคาแพงที่ลอยมากระทบจมูก
ธันวาเดินเข้ามาในห้องอาหารด้วยท่าทีผ่อนคลายราวกับกำลังเดินเล่นในสวนหลังบ้าน มือหนึ่งถือแก้วไวน์ที่รินไว้อย่างดี อีกมือหนึ่งวางทาบอยู่บนกระเป๋าสูทที่ตุงออกมาเล็กน้อย
“อาหารมื้อนี้ดูจะหนักไปสำหรับนายนะ คีรินทร์” ธันวายิ้มเยาะ สายตาที่หิวกระหายของเขาไม่ได้มองไปที่คนถูกลอบสังหาร แต่มองตรงมาที่ลินินด้วยความพึงพอใจ “และดูเหมือนว่า... สิ่งของชิ้นสำคัญของนาย จะดูมีค่ามากกว่าที่ฉันคิดเสียอีก”
คีรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบดุจมีดโกนจ้องเขม็งไปยังคู่แข่งทางธุรกิจที่กล้าบุกถึงถิ่น “แกคิดว่าการยิงปืนนัดเดียวจะทำให้ข้ากลัวงั้นหรือ ธันวา? หรือว่าแกแค่ต้องการหาข้ออ้างมานั่งร่วมโต๊ะกับข้า?”
“ฉันไม่ได้มาเพื่อกินมื้อเย็น” ธันวาขยับตัวเข้ามาใกล้ วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกลางที่เพิ่งผ่านการนองเลือดมาหมาดๆ “ฉันมาเพื่อทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นของฉัน... และดูเหมือนคนรักของนาย กำลังจะตัดสินใจว่าเธอควรจะอยู่ฝั่งไหนกันแน่”
ลินินที่ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างคีรินทร์ สบตาธันวาด้วยสายตาว่างเปล่า เธอรู้สึกได้ถึงแรงบีบที่ต้นแขนจากคีรินทร์ที่ต้องการประกาศความเป็นเจ้าของ แต่ในจังหวะที่ธันวาก้าวเข้ามาใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ เขากลับโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเธอ เสียงที่เบาพอให้ได้ยินกันเพียงสองคน
“พี่ชายเธอไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุนะ ลินิน... ความจริงมันซ่อนอยู่ในห้องใต้ดินของคีรินทร์นี่แหละ”
หัวใจของลินินกระตุกวูบ เธอหันไปมองคีรินทร์ที่ใบหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาที่มองธันวานั้นกลับมีความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากความเย็นชา คีรินทร์หันมาสบตาเธอ สายตาของเขาไม่ใช่ความรัก... แต่มันคือการเตือนภัย
“อย่าไปฟังคำลวงของมัน” คีรินทร์กดเสียงต่ำ แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น ลินินเหลือบไปเห็นบางอย่างที่ข้อมือของคีรินทร์... รอยสักรูปกุหลาบอาบเลือดที่โผล่พ้นแขนเสื้อออกมาเพียงเสี้ยวเดียว มันเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่เธอกำลังตามหา... สัญลักษณ์ของคนที่พรากทุกอย่างไปจากครอบครัวเธอ!
ลินินค่อยๆ ก้าวถอยหลังออกจากอ้อมกอดของคีรินทร์ มือของเธอที่เคยสั่นเทา บัดนี้กลับหยิบมีดสเต็กที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาถือไว้มั่น
“ความจริงเหรอคะ?” ลินินยิ้มเหยียด สายตาที่เคยมองคีรินทร์ด้วยความหวั่นไหว บัดนี้กลับกลายเป็นความเย็นชาที่น่ากลัว “งั้นเรามาเริ่มมื้ออาหารที่นองเลือดจริงๆ กันดีกว่า... ใครกันแน่ที่เป็นคนโกหก”
ท่ามกลางสงครามประสาทที่กำลังระอุ คีรินทร์มองมีดในมือลินินด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ไฟในห้องจะดับวูบลงพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ดังมาจากทุกทิศทาง เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้งไม่ใช่จากหน้าประตู แต่มาจากภายในห้องที่เธอกับเขายืนอยู่!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนและรอยเลือดในบทที่ 4 นะครับ - กุหลาบอาบแสงจันทร์
กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ•ตอนที่ 4
การเผชิญหน้าบนโต๊ะอาหาร
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!