“ถ้าคิดจะฆ่ากันให้ตายด้วยสายตานั่น ก็ลงมือเสียตอนนี้เลย ลินิน... อย่ามัวแต่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นประดับห้องให้ฉันสมเพชอยู่เลย”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยดุดันเยือกเย็นกลับแหบพร่าผิดปกติ คีรินทร์ไม่ได้หันมามอง ลินินที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องทำงานลับหลังบานประตูไม้โอ๊คหนาหนักชะงักฝีเท้า หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำเมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างใต้เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทนั้นสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ชายหนุ่มจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง มือหนากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนขัดกับท่าทางนิ่งเฉยที่เขาพยายามสร้างขึ้น
ไม่มีการโต้ตอบ ไม่มีประโยคเชือดเฉือนอย่างที่เธอคาดการณ์ไว้ ลินินขมวดคิ้วแน่น ความเกลียดชังที่เคยมีต่อมาเฟียผู้ไร้หัวใจคนนี้เริ่มสั่นคลอนด้วยความประหลาดใจ เธอค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าใกล้เขาอย่างระมัดระวัง กลิ่นยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นกายเย็นเยียบของเขาอบอวลอยู่ในอากาศที่เริ่มหนักอึ้ง
“คุณเป็นอะไร?” เธอถาม เสียงของเธอไม่ได้มีเจตนาปลอบโยน แต่มันคือความระแวงที่แท้จริง
คีรินทร์แค่นหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ มันเป็นเสียงที่ดูถูกตัวเองอย่างรุนแรง เขาสะบัดศีรษะเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองกระจกบานใหญ่เบื้องหน้า ลินินเห็นเงาสะท้อนของเขาผ่านกระจก—ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยราวน้ำแข็งบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้ง ดวงตาสีเข้มดุดันคู่นั้นไม่ได้ฉายแววเผด็จการอย่างทุกที แต่มันกลับวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกพายุพัดกระหน่ำ
“อยากเห็นนักไม่ใช่หรือไง... คนที่พรากทุกอย่างไปจากเธอ” เขาพึมพำ ดวงตาคู่นั้นจ้องมองเธอผ่านกระจกอย่างลึกล้ำ “คนไร้ใจที่เธอสาปแช่งให้ตกนรกหมกไหม้ทุกค่ำคืน สุดท้ายแล้ว มันก็เป็นแค่คนโง่ที่โดนอดีตขังไว้ในกรงขังที่ตัวเองสร้างขึ้น”
คีรินทร์เอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักโต๊ะ ลินินก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณเมื่อเห็นเขาหยิบซองจดหมายสีซีดเก่าเก็บออกมา มือของเขาที่เคยจับปืนได้อย่างมั่นคงกลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาไม่ได้ควักอาวุธ แต่เขากลับกุมรูปถ่ายใบหนึ่งไว้แนบแน่นจนขอบรูปยับยู่ยี่
ความเงียบเข้าครอบงำห้องทำงาน มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของชายหนุ่มที่พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ ลินินมองภาพนั้น ความเห็นอกเห็นใจที่ถูกฝังกลบไว้ลึกสุดใจถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ เมื่อเธอเห็นภาพถ่ายครอบครัวของเขา... ภาพที่เขาไม่ได้ยืนอยู่ลำพัง แต่มีใบหน้าของบุคคลที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีปรากฏอยู่เคียงข้าง
“นั่น...” ลินินเม้มปากแน่น “ธันวา... ทำไมเขาถึงอยู่ในรูปนั้น?”
คีรินทร์ไม่ได้ตอบ เขาโยนซองจดหมายลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษกระทบพื้นไม้ดังชัดเจนในความเงียบ ดวงตาที่เคยคมกริบของเขามองผ่านลินินไปราวกับเขากำลังมองทะลุไปยังโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยเลือดและน้ำตา
“ธันวามันคือปีศาจที่ใส่หน้ากากนักบุญ ลินิน” เขากระซิบ น้ำเสียงของเขาสั่นเครือแต่แฝงไปด้วยความอาฆาตที่น่าขนลุก “เขาไม่ได้ใช้เธอเป็นแค่หมากในกระดานธุรกิจ แต่มันกำลังทำให้เธอเป็น ‘ฆาตกร’ โดยที่เธอไม่รู้ตัว”
ลินินรู้สึกเหมือนพื้นดินใต้ฝ่าเท้ากำลังพังทลาย เธอเดินเข้าไปกระชากปกคอเสื้อของเขาอย่างลืมตัว แรงปะทะทำให้คีรินทร์เซถลาไปข้างหลังเล็กน้อย ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันในระยะที่ชิดใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนระอุ
“พูดมาให้ชัด!” เธอเค้นเสียง “อย่าเล่นเกมจิตวิทยากับฉัน! แกหลอกฉันมาตั้งแต่ต้น หรือกำลังจะป้ายสีคนอื่นเพื่อเอาตัวรอด!”
คีรินทร์ไม่ได้ปัดมือเธอออก เขากลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้แสดงถึงความรุนแรง แต่เป็นความวอนขอ... ความเปราะบางที่เขาไม่เคยเผยให้ใครเห็น ลินินเห็นหยดน้ำตาที่รื้นขึ้นในดวงตาคู่คมของเขา—มันคือความพ่ายแพ้ของมนุษย์คนหนึ่งที่แบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าเพียงลำพัง
“ถ้าฉันบอกความจริง... เธอก็จะพังทลายไปพร้อมกับฉัน” เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน “ลินิน... คนที่สั่งฆ่าครอบครัวเธอในคืนนั้น ไม่ใช่ฉัน... แต่มันคือคำสั่งสุดท้ายจาก ‘พ่อ’ ของเธอเอง ที่ทำสัญญาแลกเปลี่ยนกับธันวา”
โลกทั้งใบของลินินหยุดหมุน ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง มือที่กำคอเสื้อเขาสั่นระริก เธอปฏิเสธความจริงนี้อย่างบ้าคลั่ง แต่แววตาของคีรินทร์ที่มองเธออยู่นั้น ไม่มีร่องรอยของการโกหกเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความสงสารที่แสนสาหัสและปมความลับที่ถูกเปิดเผยออกมาเหมือนเขื่อนที่แตกทะลัก
ในจังหวะที่ลินินกำลังจะตั้งคำถามต่อ เสียงเคาะประตูจังหวะหนักๆ ก็ดังขึ้นสามครั้ง ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างสูงของชายหนุ่มที่คุ้นเคยในชุดสูทเนี้ยบกริบก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ดูสุภาพจนน่าขยะแขยง
“ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะช่วงเวลา ‘สารภาพรัก’ ของพวกคุณสองคนสินะครับ” ธันวาก้าวเข้ามากลางห้อง สายตาคมกริบกวาดมองไปที่ซองจดหมายบนโต๊ะก่อนจะหันมามองลินินด้วยแววตาเป็นห่วงเป็นใย “ลินิน... อย่าไปฟังคำลวงของมันเลยครับ คีรินทร์มันแค่พยายามปั่นหัวคุณเพื่อดึงคุณลงไปในกองไฟเดียวกับมัน”
ลินินหันไปมองธันวา แล้วสลับกลับมามองคีรินทร์ที่บัดนี้ปล่อยมือจากเธอและกลับไปตีหน้าตายราวกับหุ่นยนต์ที่ไร้ความรู้สึกอีกครั้ง ความสับสนที่เกาะกินใจทำให้เธอไม่รู้เลยว่า ใครคือปีศาจที่แท้จริง และใครคือคนที่เธอกำลังจะพลาดไปทำลายชีวิตเขาด้วยมือของเธอเอง
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเร่าร้อนชวนลุ้นระทึกนี้ด้วยกันครับ - กุหลาบอาบแสงจันทร์
กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ•ตอนที่ 9
ความเปราะบางของคนไร้ใจ
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!