“ถ้าคุณคิดจะใช้ใบหน้าสวยๆ ของคุณเป็นทางผ่านเข้าสู่ห้องนิรภัยของคีรินทร์เพียงอย่างเดียว ผมบอกไว้ก่อนเลยว่า... ความตายจะมาเคาะประตูห้องนอนคุณก่อนที่คุณจะทันได้หยิบไฟล์ข้อมูลเสียอีก”
เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะทอดเงาใบหน้าของเขาให้ดูบิดเบี้ยวราวกับปีศาจ ลินินยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อสั่นระริกเล็กน้อย แต่นัยน์ตาคู่สวยยังคงฉายแววเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้
“ดิฉันรู้ว่าดิฉันกำลังทำอะไรอยู่ คุณธันวา” ลินินตอบกลับ เสียงของเธอราบเรียบจนน่ากลัว “อย่าเอาความหวาดระแวงส่วนตัวของคุณมาตัดสินวิธีการทำงานของฉัน หน้าที่ของคุณคือการหาช่องโหว่ในระบบรักษาความปลอดภัยของเขา ไม่ใช่มาวิจารณ์สไตล์การทำงานของฉัน”
ธันวาแค่นหัวเราะ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเดินช้าๆ เข้ามาใกล้จนลินินได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมที่อบอวลไปด้วยความอันตราย “หึ... ช่างเป็นผู้หญิงที่น่าสนใจ ถ้าคีรินทร์รู้ว่า ‘ของเล่น’ ที่เขากำลังเห่ออยู่ แท้จริงแล้วคืองูพิษที่เตรียมจะฉกเขาสมทบกับฝั่งผม เขาคงจะเสียใจน่าดู”
“เขาไม่มีวันได้รู้... ตราบใดที่คุณยังเก็บความลับของฉันไว้ดีพอ” ลินินขยับตัวเข้าหาเขา สบตากับคนตรงหน้าโดยไม่หลบเลี่ยง “หมากตัวแรกที่ฉันเดินในค่ำคืนนี้ คือการทำให้เขาสนใจในตัวฉันจนลืมระแวงหลัง การจะเป็น ‘หนอนบ่อนไส้’ ที่ดี ไม่ใช่แค่การจารกรรมข้อมูล แต่มันคือการแทรกซึมเข้าไปอยู่ในรอยแยกของจิตใจเขา”
ธันวาหรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความพึงพอใจและหวาดระแวงในเวลาเดียวกัน เขาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะส่งให้เธอ “นี่คือรหัสผ่านชั่วคราวที่จะทำให้กล้องวงจรปิดในเขตปีกซ้ายของคฤหาสน์คีรินทร์บอดสนิทเป็นเวลาสิบนาที คุณมีเวลาไม่มาก ถ้าพลาด... ก็อย่าหวังว่าจะได้เห็นแสงตะวันในวันรุ่งขึ้น”
ลินินรับซองนั้นมา นิ้วของเธอสัมผัสกับมือหยาบของเขาครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงกลับอย่างรวดเร็ว “สิบนาทีก็เกินพอ”
---
สองชั่วโมงต่อมา ณ คฤหาสน์ตระกูลอัครเดโช บรรยากาศภายในคฤหาสน์หลังโตเงียบสงัดราวกับป่าช้า ทว่าความเงียบนั้นกลับเต็มไปด้วยแรงกดดัน ลินินเดินพรมหนานุ่มมุ่งหน้าไปยังห้องสมุดส่วนตัวของคีรินทร์ หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองศึก ทุกย่างก้าวคือการเล่นกับความตาย
*ติ๊ด...*
เสียงกดรหัสผ่านอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นเบาๆ ประตูห้องนิรภัยค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงเปิดค้างไว้ ลินินรีบก้าวเข้าไป มือของเธอหยิบแฟลชไดรฟ์ขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าคลัทช์ ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้เสียบมันลงในพอร์ตเชื่อมต่อ เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง
“ดึกดื่นขนาดนี้... ยังไม่นอนอีกหรือ ลินิน?”
หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น ลินินสะดุ้งสุดตัว หมุนตัวกลับมามองชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ในมุมมืด คีรินทร์นั่งไขว่ห้าง มือหนึ่งถือแก้ววิสกี้ที่แกว่งไปมาอย่างใจเย็น ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งถูกซ่อนอยู่ในเงา แต่ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่ทรงพลังและดุดันดุจราชสีห์กำลังจ้องมองเธอราวกับจะทะลุเข้าไปถึงวิญญาณ
“คีรินทร์... คุณ... คุณยังไม่หลับเหรอคะ?” ลินินพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น เธอขยับถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับโต๊ะทำงาน มือที่ถือแฟลชไดรฟ์เผลอกำแน่นจนเล็บจิกลงบนฝ่ามือ
คีรินทร์วางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะข้างตัว เสียงกระทบกันของแก้วคริสตัลดังชัดเจนในห้องที่เงียบสงัด เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ความสูงใหญ่ของเขาสร้างแรงกดดันจนลินินแทบหายใจไม่ออก เขาก้าวเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ ทุกย่างก้าวหนักแน่นและมั่นคงราวกับนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม
“ผมถามว่า... คุณเข้ามาทำอะไรในห้องทำงานของผม... ในเวลาที่ทุกคนควรจะหลับใหล?” เขาถามซ้ำ น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่แฝงไปด้วยกระแสธารของความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ “หรือว่าสิ่งที่ผมมอบให้... มันยังไม่มากพอสำหรับคุณ?”
“ลินินแค่... นอนไม่หลับค่ะ เลยอยากจะหาหนังสืออ่าน” เธอโกหกคำโต สายตายังคงจ้องประสานกับเขาอย่างพยายามแสดงความบริสุทธิ์ใจ ทั้งที่เหงื่อเย็นๆ เริ่มซึมตามไรผม
คีรินทร์หยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว จนเธอได้กลิ่นเหล้าแรงๆ ผสมกับกลิ่นอายความลึกลับเฉพาะตัวของเขา เขาเอื้อมมือขึ้นมาเชยคางเธอให้เงยขึ้น บังคับให้เธอต้องรับสัมผัสจากสายตาที่เฉียบคมคู่นั้น
“หนังสือเหรอ?” เขากระซิบชิดริมฝีปากเธอ “น่าแปลกนะ... เพราะตรงนี้ไม่มีหนังสือเล่มไหนมีค่าพอที่จะทำให้ผู้หญิงสวยๆ อย่างคุณเสี่ยงดวงเดินเข้ามาในห้องของผมยามวิกาลแบบนี้”
เขาก้มลงมาจนจมูกโด่งสันแทบแตะแก้มเธอ ลินินตัวแข็งทื่อ ร่างกายของเธอตอบสนองต่อสัมผัสของเขาโดยอัตโนมัติจนน่ารังเกียจ
“ว่าไงลินิน... ตอบผมสิ ว่าของในมือของคุณน่ะ... คืออะไร?”
เขากระชากข้อมือของเธอขึ้นมาอย่างแรงจนแฟลชไดรฟ์ร่วงหล่นลงบนพรม แต่ก่อนที่มันจะตกถึงพื้น มือหนาอีกข้างของเขาก็คว้ามันไว้ได้ทัน!
คีรินทร์ก้มลงมองแฟลชไดรฟ์ในมือ สายตาของเขาสลับจากวัตถุชิ้นนั้นมาที่ดวงตาของลินินที่ตอนนี้เริ่มสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว เขาไม่ได้โกรธ... เขากลับยิ้ม มุมปากเหยียดโค้งเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ลินินรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็น
“ธันวาส่งมาใช่ไหม?” เขาถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “แล้วรู้ไหมว่า... ผมแอบเปลี่ยนไฟล์ข้อมูลในนี้ไปเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น”
โลกของลินินดูเหมือนจะหยุดหมุนในวินาทีนั้น
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเร่าร้อนชวนลุ้นระทึกนี้ด้วยกันครับ - กุหลาบอาบแสงจันทร์
กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ•ตอนที่ 8
สายสืบในเงามืด
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!