กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ•ตอนที่ 17

ก้าวแรกของการแก้แค้น

ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
แสงไฟสลัวในร้านอาหารหรูสะท้อนกับวัตถุโลหะในมือรินรดาจนเกิดเป็นประกายเย็นเยียบ ลินินไม่แม้แต่จะกะพริบตา หัวใจของเธอเต้นเป็นจังหวะหนักหน่วงดุจกลองรบ ทว่าใบหน้ากลับนิ่งสนิทราวกับรูปสลักหินอ่อนที่ไร้ความรู้สึก “รดา... เธอถือมีดปอกผลไม้ในร้านอาหารระดับห้าดาวเพื่ออะไรกันคะ?” ลินินเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง รินรดาแค่นหัวเราะ รอยยิ้มที่เคยอ่อนหวานเปลี่ยนเป็นเหยียดหยัน เธอวางมีดเล่มนั้นลงบนโต๊ะด้วยท่าทีเชื่องช้า “เพื่อเตือนสติเพื่อนรักคนเดียวของฉันยังไงล่ะ ลินิน... เธอยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าหมากที่เธอถืออยู่น่ะ มันไม่ได้มีไว้เพื่อรุกฆาต แต่มันมีไว้เพื่อรอวันถูกเขี่ยทิ้งลงกระดาน” ลินินโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาสบประสานกับเพื่อนสนิทที่เธอเคยไว้ใจที่สุด ในหัวของเธอประมวลผลอย่างรวดเร็ว—ความผิดปกติที่พบในแฟ้มข้อมูลลับเมื่อสองวันก่อน การหายตัวไปอย่างปริศนาของหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีลับ... ทุกอย่างกระจ่างชัดในวินาทีนี้ “เธอทำงานให้ธันวาตั้งแต่เมื่อไหร่?” ลินินถามสั้นๆ น้ำเสียงไม่มีความโกรธเคือง มีเพียงความเย็นชาที่ก่อตัวขึ้นราวกับพายุหิมะ รินรดาเลิกคิ้ว “ถามได้ตรงประเด็นดีนี่... แต่เสียดายที่คำตอบมันไม่ช่วยให้เธอรอดชีวิตหรอกนะ ลินิน เธอคิดจริงๆ เหรอว่าคนอย่างคีรินทร์จะรักเธอ? เขาแค่กำลังเลี้ยงเธอไว้เพื่อเป็นเหยื่อล่อธันวาให้ติดกับ และตอนนี้... เกมกำลังจะจบลงแล้ว” ลินินไม่ได้สะทกสะท้าน เธอยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะวางลงด้วยเสียง ‘เคร้ง’ ที่ดังก้องในความเงียบ “ในเมื่อเธอเลือกข้างแล้ว ก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน... หมากกระดานนี้ไม่ได้มีแค่ฉันกับธันวา แต่ยังมีสิ่งที่เธอคิดไม่ถึงอีกอย่างหนึ่ง” ลินินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเธออบอวลไปทั่วโต๊ะ เธอโน้มตัวไปกระซิบข้างหูเพื่อนเก่า “ธันวาไม่ได้จ้างเธอเพราะเธอฉลาดหรอกนะ รดา... แต่เขาสงสารที่เธอโง่พอจะยอมเป็นแพะรับบาปแทนเขาต่างหากล่ะ” ใบหน้าของรินรดาซีดเผือดลงในทันที ทว่าก่อนที่บทสนทนาจะเดือดดาลไปกว่านั้น เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะหนักแน่นมาจากทางเข้าของร้าน ลินินชะงัก เธอจำจังหวะการเดินนี้ได้ดี... คีรินทร์ ร่างสูงใหญ่ของคีรินทร์ก้าวเข้ามาในรัศมีสายตา เขาอยู่ในชุดสูทสีเข้มที่ขับเน้นความน่าเกรงขาม ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองลินินและรินรดาด้วยความรู้สึกที่ยากจะอ่านออก แต่แฝงด้วยอันตรายที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างรอบตัว “ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญสินะ” คีรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าแรงกดดันจากตัวเขากลับทำให้บรรยากาศในร้านดูอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดารีบเก็บมีดลงกระเป๋าและพยายามตีหน้าซื่อ “คุณคีรินทร์... รดาแค่กำลังเตือนลินินเรื่องความปลอดภัยค่ะ” คีรินทร์หยุดยืนข้างลินิน มือหนาข้างหนึ่งแตะลงบนเอวบางของเธอเบาๆ แต่ในสายตาของลินิน มันคือการแสดงความเป็นเจ้าของที่แฝงไปด้วยการกักขัง “ขอบใจนะรินรดา แต่ต่อจากนี้... เรื่องความปลอดภัยของลินิน ฉันจะเป็นคนดูแลเอง ส่วนเธอ... ควรกลับไปทำหน้าที่ที่เธอรับปากไว้กับธันวาเสียเถอะ อย่าให้ฉันต้องจัดการคนทรยศด้วยตัวเองเลย” รินรดาหน้าเสีย เธอรีบลุกขึ้นและเดินออกไปอย่างรวดเร็วทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าขนลุก ลินินเงยหน้ามองคนข้างกาย ดวงตาของเขาฉายแวววาวโรจน์ด้วยไฟแค้นที่ถูกจุดติด “คุณรู้?” ลินินถามเบาๆ คีรินทร์ก้มลงจุมพิตที่ขมับของเธอ ความร้อนจากริมฝีปากเขาแผ่ซ่านไปทั่วผิวหนัง “ฉันรู้ทุกอย่าง ลินิน... รู้แม้กระทั่งว่าคืนนี้ที่เธอจะเริ่มขยับหมากตัวแรก เธอจะเสียอะไรไปบ้าง” ลินินแค่นยิ้ม “ฉันไม่เสียอะไรหรอกคีรินทร์ เพราะฉันเตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว” ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของคีรินทร์ก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูแล้วชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองลินินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม... มันคือความตื่นตระหนกที่เขาไม่เคยเผยให้เห็น “ลินิน... ใครเป็นคนส่งข้อความนี้มาให้เธอ?” คีรินทร์ยื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้เธอดู ข้อความนั้นมีเพียงภาพถ่ายใบเดียว... ภาพของรินรดาที่กำลังก้มกราบแทบเท้าของใครบางคน และบุคคลนั้นคือคนเดียวกับที่ลินินคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน! ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้นะคะ หวังว่าตอนนี้น่าจะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปพร้อมกับกุหลาบอาบแสงจันทร์นะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%