“บอกมาว่าภาพนี้คือเรื่องโกหก... คีรินทร์!”
เสียงของลินินสั่นพร่า ทว่าแววตาที่จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือหนากลับแข็งกร้าวราวกับจะกรีดรอยแผลลงบนอากาศ คีรินทร์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวหนา แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นให้ใบหน้าคมสันของเขาดูเย็นเยียบและลึกลับยิ่งกว่าทุกครั้ง
เขาวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะเบาๆ ก่อนจะประสานมือไว้ใต้คาง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองลินินที่ยืนสั่นสะท้านอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา
“คนตายไม่มีวันกลับมาหายใจได้อีกหรอก ลินิน” เสียงทุ้มต่ำของเขาเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย ราวกับกำลังสนทนาเรื่องดินฟ้าอากาศ แต่มันกลับแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล “เว้นเสียแต่ว่า... คนที่เราคิดว่าตายไปแล้ว แท้จริงอาจแค่หลบซ่อนอยู่ในมุมมืดที่เธอเอื้อมไม่ถึง”
ลินินขยับก้าวเข้าใกล้โต๊ะทำงานจนเกือบชิด ร่างบางที่เคยสง่างามดูเปราะบางลงในยามที่ความจริงกำลังบีบคั้น “รินรดาไม่มีทางหักหลังฉัน... ไม่มีทาง!”
คีรินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของเขาสร้างอาณาเขตที่ครอบงำพื้นที่ในห้องจนลินินรู้สึกหายใจติดขัด เขาโน้มตัวลงมาหาเธอ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นไม้หอมราคาแพงทำเอาสติของเธอพร่าเลือนไปชั่วขณะ มือหนาเอื้อมมาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอยอมสบตาที่เต็มไปด้วยเพลิงพิศวาสและโทสะที่ซ่อนเร้น
“ถ้าเพื่อนรักของเธอไม่ได้หักหลัง... ก็แปลว่าเธอกำลังถูกเล่นงานด้วยหมากที่คาดไม่ถึง” เขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบจะแตะกัน “หรือบางที... สิ่งที่เธอเห็นในรูปนี้ อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของเกมที่เธอไม่มีวันชนะ”
“งั้นก็ปล่อยฉัน!” ลินินตวาด พยายามเบี่ยงหน้าหนี ทว่าเขากลับรวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาแนบชิดจนแผ่นอกของทั้งคู่สัมผัสกันผ่านเนื้อผ้า แรงกดจากวงแขนแกร่งส่งผลให้หัวใจของลินินเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ นี่ไม่ใช่ความโกรธที่คีรินทร์มีต่อศัตรู แต่มันคือความกระหายที่ต้องการจะ ‘กลืนกิน’ เธอให้จมลงไปในห้วงอารมณ์นี้
“ปล่อยงั้นเหรอ?” เสียงของคีรินทร์แหบพร่าลง มืออีกข้างของเขาเลื่อนขึ้นไปไล้ผ่านเส้นผมของเธออย่างถือวิสาสะ “ในค่ำคืนที่พายุความจริงกำลังจะถล่มชีวิตเธอแบบนี้... ฉันคือคนเดียวที่เธอควรจะยึดเหนี่ยวไว้ ลินิน”
“คุณมันก็แค่ปีศาจ!”
“ใช่... ปีศาจที่พร้อมจะปกป้องเธอจากนรกขุมที่กำลังจะตามล่าเธอ”
เขากดจูบลงบนลำคอระหงอย่างรุนแรงและเร่าร้อน มันไม่ใช่สัมผัสที่อ่อนโยน แต่เป็นการตีตราความเป็นเจ้าของที่ไร้ขอบเขต ลินินกำหมัดแน่น พยายามต้านทานความสั่นสะท้านที่วิ่งพล่านไปทั่วร่าง ความเกลียดชังที่เธอมีต่อเขากำลังถูกความปรารถนาลึกๆ ในใจบดขยี้จนแหลกเหลว เธอรู้ดีว่านี่คือกับดัก แต่ในวินาทีที่เขากระซิบข้างหู ความคิดของเธอก็ขาดผึง
“ถ้าอยากรู้ว่ารินรดาทำแบบนั้นทำไม... คืนนี้ทั้งคืน เธอต้องเป็นของฉัน”
ลินินเชิดหน้าขึ้น แม้หยาดน้ำตาจะคลอเบ้า แต่นัยน์ตาคู่สวยยังคงความเด็ดเดี่ยว “ถ้าการรู้ความจริงต้องแลกด้วยตัวฉัน... ฉันก็จะยอมจ่าย แต่นายต้องจำไว้คีรินทร์ ว่าเมื่อไหร่ที่ฉันได้คำตอบ นายจะไม่มีวันได้เห็นหน้าฉันอีก!”
คีรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะช้อนตัวเธอขึ้นแนบอกแล้วพาเดินไปที่โซฟาหนังกลางห้องทำงาน มือหนากดสวิตช์ไฟจนห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดสลัว มีเพียงแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ เผยให้เห็นเงาร่างของทั้งสองที่พันธนาการเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง ความขัดแย้ง ความแค้น และความเสน่หาหลอมรวมกันจนแยกไม่ออก
ในจังหวะที่ริมฝีปากของเขากำลังจะสัมผัสกับเธออีกครั้ง เสียงโทรศัพท์มือถือของคีรินทร์ที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานก็ดังลั่นขึ้นในความเงียบสงัด
มันไม่ใช่เสียงเรียกเข้าปกติ แต่มันคือเสียงสัญญาณเตือนภัยความปลอดภัยระดับสูงสุดของคฤหาสน์...
คีรินทร์ชะงักทันที ดวงตาของเขากลายเป็นสีเลือดในความมืด เขาผละออกจากลินินอย่างรวดเร็วพร้อมกับคว้าปืนพกที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะออกมาในพริบตา ทว่าลินินยังคงนอนหอบหายใจอยู่บนโซฟา ก่อนที่สายตาของเธอจะเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง
ภาพบนหน้าจอไม่ใช่ภาพของรินรดาอีกต่อไป แต่มันคือภาพวงจรปิดสดๆ จากหน้าประตูห้องทำงานนี้เอง...
บุคคลในภาพที่กำลังเดินตรงมาที่ประตู ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่เธอคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน... และคนคนนั้น กำลังถือมีดสั้นที่อาบไปด้วยคราบเลือดสีสด!
กุหลาบอาบแสงจันทร์ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่เต้นรัวนะคะ
กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ•ตอนที่ 18
ค่ำคืนในห้องทำงาน
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!