กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางด้วยกลิ่นบุหรี่จางๆ ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ แม้เจ้าของห้องจะจากไปแล้ว แต่มันกลับทำให้ลินินรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นจนหายใจไม่ออก เธอขยับกายลุกขึ้นจากเตียงกว้าง ผิวพรรณที่ยังหลงเหลือร่องรอยแห่งการตีตราจากชายหนุ่มสั่นระริกด้วยความโกรธแค้นและเจ็บใจ
‘ความลับที่หายใจอยู่รอบตัว...’
คำพูดนั้นไม่ได้เป็นเพียงจินตนาการ แต่เธอสัมผัสได้ถึงมันจริงๆ ลินินกวาดสายตามองไปรอบห้องทำงานอันโอ่อ่าของคีรินทร์ ห้องที่เปรียบเสมือนป้อมปราการแห่งความลับ เธอเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งขนาดมหึมา นิ้วเรียวบางสั่นเทาขณะเอื้อมไปแตะขอบโต๊ะ ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อเห็นรอยขีดข่วนเล็กๆ บนลิ้นชักชั้นล่างสุด มันดูไม่เหมือนรอยตำหนิของเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง แต่เหมือนรอยสะกิดจากการงัดแงะในจังหวะที่เร่งรีบ
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามบังคับมือไม่ให้สั่น ก่อนจะใช้กิ๊บติดผมของตัวเองแหย่เข้าไปในช่องว่างที่เผยอออกมาเพียงนิด
*กริ๊ก*
เสียงกลไกภายในดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับลิ้นชักที่เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ฐานไม้ ลินินหยิบมันออกมา หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำจนแทบจะได้ยินเสียงสะท้อนไปทั่วห้องเงียบงัน เธอคลี่เอกสารออก แสงไฟจากโคมไฟบนโต๊ะส่องให้เห็นภาพถ่ายสีซีดจางของหญิงสาวคนหนึ่ง... ผู้หญิงที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกับมารดาของเธอที่เสียชีวิตไปนานแล้ว แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือชื่อที่เขียนกำกับไว้ด้านหลังภาพ—*รหัสคดีปิดตาย 091*
"ไม่จริง..." ลินินพึมพำ น้ำเสียงขาดห้วง
เสียงฝีเท้าที่ดังแว่วมาจากโถงทางเดินด้านนอกทำให้เธอต้องรีบยัดเอกสารเข้าในเสื้อคลุมอาบน้ำอย่างรวดเร็ว ลินินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังนุ่มของคีรินทร์ พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดในวินาทีที่บานประตูห้องทำงานเปิดออก
คีรินทร์ก้าวเข้ามา ใบหน้าคมสันเรียบเฉยดุจรูปปั้น แต่ดวงตาคมกริบนั้นกลับกวาดมองไปรอบห้องอย่างพิจารณา ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ลินิน
"เธอยังไม่นอนอีกหรือ ลินิน" น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท แต่แฝงไว้ด้วยกระแสกดดันบางอย่าง เขาเดินตรงมาหาเธอช้าๆ ฝีเท้าที่หนักแน่นราวกับพยัคฆ์ย่องล่าเหยื่อ "หรือว่า... มีอะไรบางอย่างในห้องนี้ที่ดึงดูดใจเธอมากกว่าการพักผ่อน"
ลินินฝืนยิ้มที่มุมปาก "ฉันแค่รู้สึกหายใจไม่ออก เลยอยากจะหาอากาศถ่ายเทบ้าง คุณมีปัญหาหรือคะ คีรินทร์"
คีรินทร์โน้มตัวลงมา ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นอายความเป็นชายที่ดุดันแผ่ซ่านจนลินินต้องกำมือแน่นใต้เสื้อคลุม "อากาศในห้องนี้บางครั้งก็มีพิษร้ายซ่อนอยู่ ลินิน เธอควรระวังตัวให้ดี อย่าได้ไปแตะต้องสิ่งที่เธอไม่ควรแตะ... เพราะฉันไม่อาจรับประกันได้ว่าความเมตตาของฉันจะยังคงเหลืออยู่เป็นครั้งที่สอง"
"เมตตาหรือคะ?" ลินินแค่นหัวเราะ "คุณเรียกสิ่งที่ทำกับฉันว่าความเมตตาเหรอคะ"
คีรินทร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขายื่นมือมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากเธอ นิ้วหัวแม่มือลากไล้ผ่านริมฝีปากที่บวมช้ำของเธอแผ่วเบา แต่แววตากลับเย็นเยียบ "ถ้าฉันไม่มีเมตตา ป่านนี้เธอคงไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้เพื่อท้าทายฉันหรอกนะ ไปนอนซะ... ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจไม่ให้เธอได้นอนจนถึงเช้า"
เขาทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้ลินินนั่งตัวแข็งทื่ออยู่กับความลับที่ซ่อนอยู่ในเสื้อคลุม
เช้าวันรุ่งขึ้น ลินินแอบนัดพบกับรินรดาในคาเฟ่ลับมุมเมืองที่ห่างไกลจากสายตาของคนของคีรินทร์ เธอส่งซองเอกสารที่ขโมยมาให้เพื่อนสนิทดู ทันทีที่รินรดาเห็นภาพถ่ายและเนื้อหาข้างใน ดวงตาของเธอก็เบิกกว้าง
"ลินิน... นี่มันคือบันทึกการทำธุรกรรมลับระหว่างบริษัทของคีรินทร์กับธันวาเมื่อสิบปีก่อน" รินรดากระซิบด้วยเสียงสั่นเครือ "และชื่อที่ปรากฏในทะเบียนรายชื่อผู้ถูกสังเวยในคดีนี้ คือชื่อของคนในตระกูลเธอทั้งหมด"
"หมายความว่ายังไง รินรดา" ลินินถามเสียงเครือ
"คนบงการไม่ได้มีแค่คีรินทร์" รินรดาขยับเข้ามาใกล้ "บันทึกนี่ระบุว่าคีรินทร์เป็นแค่ 'ผู้รับจ้าง' ส่วน 'ผู้สั่งการ' จริงๆ คือคนที่มีอำนาจเหนือกว่าเขา... และคนคนนั้นเพิ่งส่งข้อความมาหาฉันเมื่อครู่ ว่าให้บอกเธอว่า 'อย่าได้ก้าวเท้าเข้าไปในกองไฟ ถ้ายังไม่อยากมอดไหม้ไปพร้อมกับความจริงที่เธอโหยหา'"
ลินินหน้าถอดสี เธอรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง
ในขณะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของเธอดังขึ้น เป็นข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ ลินินกดเปิดดู หัวใจของเธอกระตุกวูบเมื่อเห็นภาพถ่ายล่าสุดของเธอและรินรดาที่ถูกถ่ายจากระยะไกลในร้านกาแฟแห่งนี้ พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบ
*‘ความจริงเพียงครึ่งเดียวอาจฆ่าเธอได้มากกว่าความเท็จทั้งมวล... และดูเหมือนว่าคนที่เธอเชื่อใจที่สุดตอนนี้ กำลังจะนำความตายมาให้เธอถึงที่’*
ลินินเงยหน้าขึ้นมองรินรดาที่นั่งอยู่ตรงข้าม เธอสังเกตเห็นความผิดปกติ... รินรดาไม่ได้มองเธอด้วยความเป็นห่วงเหมือนทุกครั้ง แต่แววตาของเพื่อนสนิทคนนี้กลับแฝงด้วยรอยยิ้มสมเพชที่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในชั่วพริบตา พร้อมกับที่รินรดาค่อยๆ เลื่อนมือเข้าไปในกระเป๋าถือ เพื่อหยิบเอาอะไรบางอย่างที่สะท้อนแสงไฟออกมา
หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้คุณรี้ดดื่มด่ำไปกับความลุ้นระทึกและปมที่กำลังทวีความเข้มข้นขึ้นนะคะ! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "กุหลาบอาบแสงจันทร์" ค่ะ
กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ•ตอนที่ 16
ความจริงเพียงครึ่งเดียว
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!