"ถ้าคุณคิดว่าการเอาตัวเข้าแลกเพื่อเป็นเหยื่อล่อจะทำให้ผมใจอ่อนล่ะก็... คุณคิดผิดถนัด ลินิน"
เสียงทุ้มต่ำดั่งเสียงคำรามของสัตว์ร้ายในเงามืดดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของคีรินทร์ กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงอบอวลอยู่ในอากาศ ลินินยืนนิ่งอยู่กลางห้อง แผ่นหลังตั้งตรงดุจกุหลาบที่แม้จะถูกหนามทิ่มแทงก็ยังเชิดชูช่อดอกอวดสีสันอย่างหยิ่งผยอง สายตาของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวของชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่
"ฉันไม่เคยคิดจะล่อลวงคุณด้วยวิธีต่ำๆ แบบที่ผู้หญิงคนอื่นทำหรอกค่ะ คีรินทร์" ลินินเอ่ยตอบ น้ำเสียงของเธอเรียบนิ่งทว่าสั่นไหวเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามสะกดไว้ "ฉันแค่ต้องการคำตอบ... ว่าเหตุใดคนที่สูญเสียครอบครัวไปเพราะแผนการชั่วช้าของพวกคุณ ถึงยังสามารถนั่งจิบไวน์ราคาแพงอยู่อย่างสุขสบายในขณะที่เลือดของคนบริสุทธิ์ยังไม่แห้งเหือดไปจากแผ่นดินนี้"
คีรินทร์ผุดลุกขึ้นเต็มความสูง เงาร่างใหญ่โตของเขาทอดทาบลงบนร่างบางจนลินินรู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้าใส่ เขาเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นไอคุกคามจากกายหนา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมใบหูของหญิงสาว ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาทำให้ลินินขนลุกชันไปทั้งร่าง
"เลือดเหรอ?" เขาแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่ง "คุณคิดว่าโลกใบนี้หมุนด้วยความยุติธรรมหรือไง ลินิน? คุณมองเห็นแค่ศพของครอบครัวคุณ แต่คุณเคยหันไปมองมือของตัวเองบ้างไหมว่ามันเปื้อนคราบอะไรมาบ้างตลอดเวลาที่คุณพยายามเข้าหาผม... หรือว่าคุณลืมไปแล้วว่า 'ธันวา' คือใครสำหรับคุณ"
ลินินนิ่งไปครู่หนึ่ง คำพูดของเขาดั่งเข็มพิษที่พุ่งเข้าปักอก เธอรู้ดีว่าธันวาคือศัตรูที่น่ากลัวที่สุด และเขาก็เป็นคนที่เธอพยายามใช้เป็นสะพานเพื่อเข้าใกล้ความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์นองเลือดในอดีต แต่การที่คีรินทร์เอ่ยชื่อนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกกระชากหน้ากากออก
"ฉันรู้ว่าเขาร้ายกาจแค่ไหน" เธอหันกลับมาประจันหน้าเขา ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความแค้น "และฉันก็รู้ว่าคุณเองก็เลวร้ายไม่แพ้กัน... แต่ถ้าฉันต้องทำข้อตกลงกับปีศาจเพื่อล้างแค้นให้พ่อแม่ ฉันก็พร้อมที่จะแลกด้วยทุกอย่างที่ฉันมี แม้กระทั่งชีวิต"
คีรินทร์นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขาสบตาเธอด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก ความเย็นชาเริ่มเจือจางลง แทนที่ด้วยความโหยหาที่เขาพยายามกดทับเอาไว้ มือหนาเอื้อมไปเชยคางมนของเธอขึ้นช้าๆ นิ้วโป้งของเขาคลึงเบาๆ ที่ริมฝีปากนุ่มราวกับต้องการสำรวจความรู้สึกที่แท้จริง
"ถ้าคุณพร้อมจะแลกด้วยทุกอย่าง... แม้กระทั่งหัวใจที่พยายามปิดตายดวงนี้ล่ะ?" เสียงของเขาเบาลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ แต่มันกลับก้องกังวานในความรู้สึกของลินินจนเธอแทบหยุดหายใจ
"หัวใจของฉันมันตายไปตั้งแต่วันที่คฤหาสน์ของฉันถูกเผาแล้วค่ะ" เธอตอบอย่างไม่ลดละ แต่หัวใจในอกซ้ายกลับเต้นผิดจังหวะเมื่อมือของเขาขยับมาสัมผัสที่ข้างแก้ม
"งั้นเรามาลองดูกันไหมว่า... ความเงียบที่ขวางกั้นเราอยู่ มันจะถูกทำลายลงด้วยคำพูดที่โกหกไม่ได้ หรือด้วยความรู้สึกที่เราต่างก็แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นกันแน่"
คีรินทร์รั้งร่างของเธอเข้าหาตัวจนไร้ช่องว่าง ลินินตกใจกับการกระทำนั้นแต่ก็ไม่ได้ขัดขืน ในวินาทีนั้น กำแพงที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีดูเหมือนจะเริ่มร้าวฉาน เขาไม่ได้ต้องการเพียงแค่ชัยชนะทางธุรกิจอีกต่อไป สิ่งที่เขาต้องการคือการทำให้ผู้หญิงที่กล้าท้าทายเขาคนนี้ยอมสยบ... ไม่ใช่ด้วยอำนาจ แต่ด้วยความรักที่บิดเบี้ยว
เขาก้มลงมาใกล้จนริมฝีปากห่างกันเพียงมิลลิเมตร ลินินหลับตาลงรับสัมผัสที่เธอก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าตัวเองโหยหามันมาตลอดเช่นกัน ทว่าในขณะที่ความตึงเครียดกำลังเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อน เสียงเคาะประตูที่รัวเร็วและหนักแน่นจากด้านนอกก็ดังขัดจังหวะขึ้นอย่างไม่เกรงใจ
"นายครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ!" เสียงของลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามา "คนของธันวาบุกเข้ายึดท่าเรือฝั่งตะวันออก และพวกมันอ้างว่า... พวกมันมีหลักฐานบางอย่างที่จะเปิดโปงความลับเรื่องการตายของตระกูลลินินต่อหน้าสาธารณชนในคืนนี้ครับ!"
คีรินทร์ชะงัก ร่างกายที่แข็งแกร่งของเขาเกร็งขึ้นทันที เขาผละออกจากลินินด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปเป็นมาเฟียผู้ไร้ความปราณีในชั่วพริบตา เขารีบก้าวไปที่โต๊ะทำงานและคว้าปืนกระบอกคู่ใจขึ้นมาตรวจเช็ก ก่อนจะหันมามองลินินด้วยสายตาที่เด็ดขาด
"อย่าได้ออกจากห้องนี้ไปไหนจนกว่าผมจะกลับมา" เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก ก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตู
"เดี๋ยวค่ะ!" ลินินร้องเรียก เขาหยุดฝีเท้าแต่ไม่หันกลับมามอง "ถ้าหลักฐานนั้นคือความจริง... คุณจะยังกล้าพูดไหมว่าคุณไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมัน?"
คีรินทร์นิ่งไปนานจนลินินใจคอไม่ดี ก่อนที่เขาจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธอต้องสะท้านไปถึงกระดูก "ความจริงที่รอนานเกินไป บางครั้งมันก็ฆ่าคนได้ยิ่งกว่ากระสุน... ถ้าคุณอยากรู้ความจริงขนาดนั้น ก็เตรียมตัวไว้ให้ดี เพราะคืนนี้... ทั้งโลกของคุณและผม จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป"
เขาก้าวออกจากห้องไป ทิ้งให้ลินินยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่เริ่มโอบล้อม ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเบาๆ ที่ดังมาจากมุมมืดหลังม่านหน้าต่างห้องทำงานทำให้เธอต้องชะงัก... มีใครบางคนแอบฟังอยู่ในนี้ตลอดเวลา! ลินินค่อยๆ หันกลับไปมองเงาร่างนั้นที่ก้าวออกมาจากเงามืด และเมื่อแสงจันทร์สาดส่องลงมาจนเห็นใบหน้าของผู้บุกรุก หัวใจของเธอก็แทบหยุดเต้นเมื่อพบว่าเป็นคนที่เธอไว้ใจที่สุดในชีวิต
กุหลาบอาบแสงจันทร์ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความซับซ้อนของหัวใจตัวละครในตอนนี้นะคะ
กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ•ตอนที่ 11
ค่ำคืนแห่งการสารภาพ
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุหลาบราตรีร้อยเล่ห์: รอยเสน่หาแวมไพร์ทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!